ความหึงหวงในพื้นที่จำกัด

4008 Words
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่ข้อตกลงลับๆ สามข้อถูกร่างขึ้นในห้องทำงานชั้น 50 โยษิตาพบว่าการใช้ชีวิตภายใต้กฎเกณฑ์ที่เธอเป็นคนตั้งขึ้นเองนั้น... ยากลำบากกว่าที่คิด ไม่ใช่เพราะชวิณละเมิดกฎ ตรงกันข้าม ท่านประธานหนุ่มรักษาคำพูดได้อย่างไร้ที่ติ ในเวลางาน เขาคือ ‘บอสวิน’ ผู้แสนสุภาพ เยือกเย็น และเฉียบขาด เขาไม่เคยเรียกเธอเข้าห้องทำงานส่วนตัวเพื่อเรื่องไร้สาระ ไม่มีการใช้สายตาแทะโลมในที่ประชุม และรักษาระยะห่างอย่างมืออาชีพจนโยษิตาแทบจะเชื่อว่าผู้ชายดุดันดิบเถื่อนที่พรากสติสัมปชัญญะของเธอบนโต๊ะทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ในความนิ่งสงบนั้น โยษิตากลับรู้สึกถึงกระแสคลื่นใต้น้ำที่รุนแรง ทุกครั้งที่เดินสวนกันในโถงทางเดิน แม้เขาจะเพียงแค่พยักหน้าทักทายพร้อมรอยยิ้มจางๆ แต่สายตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสีเงินคู่นั้นกลับกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังลูบไล้เธอด้วยสายตา เป็นการเตือนความจำเงียบๆ ว่า... ‘อย่าเผลอก็แล้วกัน’ 19:00 น. งานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ณ โรงแรมห้าดาว ค่ำคืนนี้คือบททดสอบสำคัญของฝ่ายการตลาด งานกาล่าดินเนอร์ถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการเพื่อต้อนรับลูกค้าระดับ VVIP มหาเศรษฐี เซเลบริตี้ และนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศ แสงไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ แชมเปญราคาแพงถูกเสิร์ฟไม่อั้น ท่ามกลางเสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงคลอเบาๆ โยษิตาในฐานะแม่งาน ปรากฏตัวในชุดเดรสยาวผ้าไหมสีเขียวมรกต (Emerald Green) ขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ชุดเดรสเปิดแผ่นหลังเนียนกริบไปจนถึงช่วงเอวคอด และผ่าข้างสูงขึ้นมาถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาสวยทุกครั้งที่ก้าวเดิน เส้นผมสีเข้มถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ปล่อยปอยผมตกลงมาระคลอเคลียกรอบหน้าและลำคอระหง ริมฝีปากอวบอิ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงเบอร์กันดี คืนนี้... เธอสวยสง่าและทรงพลังราวกับราชินี "โอ๊ยยย แม่เจ้าโว้ย! วันนี้มึงสวยกินคนมากอีหยง กะจะขโมยซีนพริตตี้รถสปอร์ตทุกคันเลยใช่ไหมเนี่ย" เพชรที่วิ่งวุ่นจัดแจงคิวพิธีกรอยู่ แวะมาเอ่ยชมพร้อมทำตาวาว "ระดับหัวหน้าฝ่ายการตลาด V-Corp ทั้งที จะแต่งตัวจืดๆ ได้ยังไงล่ะ มันต้องส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์สิ" โยษิตาตอบอย่างมั่นใจพลางเช็กความเรียบร้อยของแท็บเล็ตในมือ "แล้วนี่บอสวินมาถึงหรือยัง ฟ่างแจ้งว่าไงบ้าง" "เห็นพี่เคนไลน์มาบอกว่าบอสกำลังเดินเข้างานทางประตู VIP ด้านหลังน่ะ... อ๊ะ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี" โยษิตาหันไปตามทิศทางที่เพชรพยักพเยิดหน้า ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับออร่าความเป็นผู้นำที่สะกดทุกสายตา ชวิณ ภูธนานนท์ ดูหล่อเหลาไร้ที่ติ กรอบแว่นตาสีเงินยิ่งเพิ่มความดูดีแบบสุภาพบุรุษนักธุรกิจ ทันทีที่เขาปรากฏตัว บรรดานักธุรกิจและไฮโซสาวๆ ต่างก็พยายามพาตัวเองเข้าไปทักทายเขาอย่างเนืองแน่น โยษิตาลอบมองภาพนั้นแล้วแอบเบ้ปากเบาๆ "เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ พ่อคุณ" "แหม แอบหึงบอสหรือเปล่าจ๊ะเพื่อนสาว" ข้าวฟ่างที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบเอ่ยแซว "หึงบ้าอะไร! กูแค่หมั่นไส้ เอาล่ะๆ เลิกเมาท์แล้วแยกย้ายไปดูแลลูกค้าได้แล้ว แขกวีไอพีฝั่งโซน A ยังไม่มีใครเทกแคร์เลย เดี๋ยวหยงไปจัดการเอง" โยษิตาตัดบท ก่อนจะหยิบแก้วแชมเปญจากถาดบริกรและเดินกรีดกรายเข้าไปในดงลูกค้าระดับเศรษฐี การเจรจาพูดคุยดำเนินไปอย่างราบรื่น โยษิตาใช้ทั้งความรู้เรื่องเครื่องยนต์ สถิติการลงทุน และเสน่ห์อันแพรวพราวในการดึงดูดความสนใจของลูกค้า จนกระทั่งเธอเดินมาถึงกลุ่มของ ‘กริช’ ทายาทหนุ่มเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน กริชเป็นชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกับชวิณ รูปร่างหน้าตาดีแบบฉบับหนุ่มเพลย์บอย และขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ "รถรุ่นนี้สวยมากครับ... แต่ผมว่า คนพรีเซนต์สวยกว่ารถเป็นร้อยเท่าเลย" กริชเอ่ยชมพร้อมกับส่งรอยยิ้มแพรวพราวให้หญิงสาว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังขาวเนียนของเธออย่างไม่วางตา "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณกริช แต่รับรองว่าสมรรถนะของรถคันนี้ จะทำให้คุณกริชหลงรักมากกว่าดิฉันแน่นอนค่ะ" โยษิตาตอบกลับด้วยรอยยิ้มการค้า พยายามรักษาระยะห่างอย่างมืออาชีพ "แหม คุณโยษิตาถ่อมตัวจังเลยนะครับ" กริชขยับตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มถือวิสาสะวางมือลงบนเอวคอดบางของเธอเบาๆ ราวกับจะประคอง "ผมสนใจรถคันนี้นะครับ แต่ผมอยากได้รายละเอียดเชิงลึกมากกว่านี้... ไม่ทราบว่าหลังจบงาน คุณโยษิตาพอจะมีเวลาไปดริ้งก์ต่อกับผมสักแก้วไหมครับ? เผื่อเราจะได้ 'คุยรายละเอียด' กันยาวๆ" สัมผัสที่เอวทำให้โยษิตารู้สึกอึดอัด เธอขยับตัวออกห่างอย่างแนบเนียน "ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ค่ะคุณกริช หลังจบงานดิฉันต้องอยู่เคลียร์ความเรียบร้อยกับทีมงาน คงไม่สะดวกไปดริ้งก์ต่อ แต่ถ้าคุณกริชสนใจ ดิฉันจะให้ทีมเซลส์ระดับท็อปของเราติดต่อ..." "ผมอยากคุยกับคุณโยษิตาคนเดียวนี่ครับ" กริชแทรกขึ้นพร้อมกับขยับเข้ามาประชิดอีกครั้ง คราวนี้เขาจงใจโน้มหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมของเขา "อย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ... ผมพร้อมจะเซ็นเช็คซื้อรถคันนี้ทันที ถ้าคุณยอมไปกับผม" โยษิตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความอดทนเริ่มลดต่ำลง เธอเกลียดการถูกลูกค้าต้อนให้จนมุมด้วยข้อเสนอแบบนี้ที่สุด แต่ก่อนที่เธอจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดเจ็บๆ ... "หวังว่าหัวหน้าฝ่ายการตลาดของผม คงจะดูแลคุณกริชเป็นอย่างดีนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังก้องขึ้นจากด้านหลัง โยษิตาสะดุ้งเล็กน้อย ขณะที่กริชชะงักและหันไปมอง ชวิณ ภูธนานนท์ ยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาสุภาพอย่างหาที่ติไม่ได้ แต่นัยน์ตาหลังกรอบแว่นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในขั้วโลก ชวิณก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างแนบเนียน ชายหนุ่มวางมือลงบนเอวบางของโยษิตา... ไม่ใช่การประคองแบบที่กริชทำ แต่มันคือการรวบเอวเธอเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสกับผิวเนื้อเปล่าเปลือยที่แผ่นหลังของเธอโดยตรง ทำเอาโยษิตารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง "อ้าว บอสวิน! สวัสดีครับ" กริชทักทาย แม้จะยิ้มสู้แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง "คุณโยษิตาดูแลผมดีมากครับ ดูแลดีจนผมอยากจะชวนไปคุยเรื่องสเปกรถต่อหลังจบงานเลยทีเดียว" "ต้องขออภัยด้วยครับคุณกริช" ชวิณกระชับอ้อมแขนที่เอวบางแน่นขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วโป้งของเขาลูบไล้ผิวเนียนของเธอเบาๆ เป็นการลงโทษคนดื้อที่ยอมให้ผู้ชายอื่นมาถูกเนื้อต้องตัว "บังเอิญว่าหลังจบงาน... คุณโยษิตาติดประชุม 'ด่วน' กับผมต่อครับ เป็นวาระพิเศษที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม... ถ้าคุณกริชสนใจรถคันนี้ เดี๋ยวผมจะให้ผู้จัดการฝ่ายขายมาดูแลต่อเป็นการส่วนตัวนะครับ" คำว่า 'ประชุมด่วน' และ 'วาระพิเศษ' ถูกเน้นเสียงอย่างจงใจ โยษิตากัดริมฝีปากล่างแน่น รู้ดีว่าเขาไม่ได้หมายถึงเรื่องงานแน่ๆ กริชหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเจอการตัดบทอย่างสุภาพแต่ไร้เยื่อใยของประธานใหญ่ เขาพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ "อ่า... น่าเสียดายจังครับ ถ้างั้น ไว้โอกาสหน้านะครับคุณโยษิตา" เมื่อกริชเดินล่าถอยไป ชวิณก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของเธอ โยษิตาพยายามขืนตัวออกพลางกระซิบเสียงลอดไรฟัน "ปล่อยได้แล้วค่ะบอส ลูกค้าไปแล้ว" "ทำไมทีไอ้หมอนั่นจับ คุณถึงไม่สะบัดออกล่ะครับ?" ชวิณโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงของเขาไม่ได้สุภาพเหมือนเมื่อครู่ แต่เต็มไปด้วยความขุ่นมัวและหึงหวง "ชอบให้มันใช้สายตาโลมเลียแผ่นหลังของคุณหรือไง แต่งตัวแบบนี้มางาน... กะจะมาขายรถ หรือกะจะมา 'เช็กเรตติ้ง' กันแน่ครับคุณหยง?" "มันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์และหน้าที่การงานค่ะ! บอสไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์การแต่งตัวของหยง" โยษิตาตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "และหยงก็มีวิธีจัดการกับลูกค้าแบบนั้นในแบบของหยง กรุณารักษากฎข้อหนึ่งด้วยค่ะ... ห้ามใช้อำนาจมาข่มขู่หรือล้ำเส้นกัน" ชวิณชะงักไปเล็กน้อย กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขาผ่อนลมหายใจออกยาวๆ พยายามระงับอารมณ์คุกรุ่นที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มยอมคลายมือออกจากเอวบางอย่างเสียไม่ได้ "เก่งมากครับที่จำกฎได้แม่นยำ..." เขาขยับแว่นตาให้เข้าที่ รอยยิ้มการค้าถูกดึงกลับมาใช้อีกครั้ง "แต่หวังว่าคุณคงไม่ลืมกฎข้อสามของคุณเองนะครับ... ว่าคุณเป็นคน 'อนุญาต' ให้ผมทดลองสินค้าแล้ว และผมก็เป็นพวกหวงของ... มากเสียด้วย" พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปเพื่อรับรองแขกคนอื่นต่อ ทิ้งให้โยษิตายืนใจสั่นระรัวอยู่ตรงนั้น คำว่า 'หวงของ' ของเขา มันอันตรายและทรงอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากกว่าคำบอกรักของใครๆ เสียอีก 23:30 น. ลานจอดรถ VIP ของโรงแรม งานกาล่าดินเนอร์จบลงอย่างสวยงามพร้อมกับยอดจองรถสปอร์ตที่ทะลุเป้า โยษิตาสั่งให้ทีมงานแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน หญิงสาวลากสังขารที่เหนื่อยล้ามาจนถึงลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม ทันทีที่พ้นสายตาผู้คน เธอแทบจะถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมสูงสี่นิ้วออกแล้วเดินเท้าเปล่าด้วยซ้ำ ความปวดเมื่อยล้าสะสมมาตั้งแต่เช้า "จะให้ผมช่วยถือรองเท้าให้ไหมครับคุณผู้หญิง?" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง โยษิตาหันขวับไปมอง ก็พบชวิณยืนพิงประตูรถสปอร์ตคูเป้คันหรูสีดำขลับของเขาอยู่ ชายหนุ่มถอดเสื้อสูททักซิโด้และหูกระต่ายออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก ดูผ่อนคลายแต่ก็ยังคงความอันตรายไว้เต็มเปี่ยม "บอสมาทำอะไรตรงนี้คะ? คุณเคนล่ะ?" เธอถามด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้มือขวาของเขาต้องเตรียมรถสแตนด์บายรอแล้ว "ผมให้เคนกลับไปแล้วครับ วันนี้ผมขับรถมาเอง" ชวิณเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับยื่นมือออกมา "ส่งกุญแจรถคุณมาสิครับ เดี๋ยวผมให้คนขับรถของโรงแรมเอาไปส่งที่คอนโดคุณพรุ่งนี้เช้า... คืนนี้ ผมจะไปส่งคุณเอง" "ไม่เป็นไรค่ะ หยงขับกลับเองได้" โยษิตาปฏิเสธทันที สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่น การเข้าไปอยู่ในรถสปอร์ตสองต่อสองกับผู้ชายคนนี้ตอนเที่ยงคืน ไม่ใช่ไอเดียที่ดีแน่ๆ "คุณยืนยังแทบจะไม่ไหวเลยโยษิตา ตาคุณปรือหมดแล้ว" ชวิณดุเสียงเรียบ "ในฐานะประธานบริษัท ผมคงปล่อยให้หัวหน้าฝ่ายการตลาดที่เพิ่งทำยอดขายทะลุเป้า ขับรถกลับบ้านทั้งที่เหนื่อยล้าแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ... ถือซะว่าเป็นสวัสดิการพนักงานก็แล้วกัน ขึ้นรถครับ" เขาไม่รอให้เธออนุญาต ชายหนุ่มจัดการแย่งกุญแจรถจากมือเธอไปหน้าตาเฉย ก่อนจะเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ โยษิตาเม้มปากแน่น อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่ความเหนื่อยล้าก็มีมากกว่า เธอจึงจำยอมก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้สีเบจอย่างเสียไม่ได้ ภายในห้องโดยสารของรถสปอร์ตยุโรปคันหรูถูกบุด้วยหนังและวัสดุชั้นดี กลิ่นหอมสะอาดผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่น Sandalwood ประจำตัวของชวิณลอยอวลอยู่ อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่บรรยากาศกลับดูอึดอัดและตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก รถสปอร์ตทะยานออกสู่ถนนใหญ่ที่ว่างเปล่ายามค่ำคืนด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่ครางกระหึ่ม โยษิตาเอนศีรษะพิงกระจกหน้าต่าง ปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่สมองกลับไม่ยอมหลับ เธอรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบของคนขับที่เหลือบมองเธอเป็นระยะๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและคำถามมากมายที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ย "สรุปว่า... คุณตกลงนัดดริ้งก์กับไอ้หมอนั่นหรือเปล่า?" จู่ๆ ชวิณก็ทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ โยษิตาลืมตาขึ้น หันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ถูกแสงไฟจากถนนสาดส่อง "หยงบอกไปแล้วไงคะว่าหยงปฏิเสธ บอสจะมาเซ้าซี้ทำไมอีก" "แล้วทำไมตอนที่มันจับเอวคุณ คุณถึงยืนนิ่งให้มันจับ?" เขาถามต่อ มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาว "คุณรู้ไหมว่าผมต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน ที่จะไม่เดินเข้าไปกระชากคอมันแล้วต่อยหน้ามันกลางงานน่ะ" "ก็หยงบอกแล้วว่ามันคืองาน! เขาเป็นลูกค้า VVIP ถ้าหยงสะบัดหน้าหนีหรือโวยวาย ภาพลักษณ์ของ V-Corp จะเป็นยังไงคะ" โยษิตาเริ่มขึ้นเสียง ความหงุดหงิดจากการถูกจับผิดทำให้เธอสวนกลับอย่างลืมตัว "บอสเป็นนักธุรกิจ บอสก็น่าจะเข้าใจเรื่องคอนเนกชันและการรักษาฐานลูกค้าดีกว่าหยงนี่คะ! ทีบอสยังมีสาวๆ ไฮโซมาเดินควงแขนแจ หยงยังไม่เห็นว่าอะไรเลย!" เอี๊ยดดดด! เสียงยางรถยนต์เสียดสีกับพื้นถนนอย่างแรงเมื่อชวิณเหยียบเบรกและหักพวงมาลัยจอดรถเข้าข้างทางที่เป็นจุดชมวิวเงียบสงัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แรงเหวี่ยงทำเอาโยษิตาถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย โชคดีที่เข็มขัดนิรภัยรั้งตัวเธอไว้ "บอส! ขับรถบ้าอะไรเนี่ย หยงตกใจหมด!" เธอกระแทกเสียงใส่ด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าอะไรเพิ่มเติม ชวิณก็ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก เอี้ยวตัวข้ามคอนโซลกลางมาหาเธออย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าเข้าที่ท้ายทอยของหญิงสาว ดึงรั้งใบหน้าของเธอให้เข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาของเขาไม่มีกรอบแว่นตาบดบังอีกต่อไป (เขาถอดมันทิ้งไว้บนคอนโซลตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้) และตอนนี้มันกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่ไม่อาจควบคุมได้อีก "ผมไม่สนเรื่องคอนเนกชันอะไรทั้งนั้น... ถ้ามันต้องแลกกับการที่ผู้ชายคนอื่นมาถูกเนื้อต้องตัวคุณ โยษิตา" เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอ "คุณเป็นของผม... กฎข้อนั้นคุณเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง คุณอนุญาตให้ผมสัมผัสคุณได้แค่คนเดียว... ลืมไปแล้วหรือไงครับ?" "หยงไม่ได้เป็นสิ่งของของใคร! อื้อ!" คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างดุดันและจาบจ้วง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือละมุนละไมเหมือนที่เขาเคยทำ แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยการลงโทษ ความหึงหวง และการประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ชวิณดูดเม้มกลีบปากสีแดงเบอร์กันดีอย่างหนักหน่วง บังคับให้เธอเผยอปากออกรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างตะกรุมตะกราม โยษิตาเบิกตากว้าง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีและผลักไสแผงอกกว้าง พื้นที่แคบๆ ในรถสปอร์ตยิ่งทำให้การดิ้นรนของเธอเป็นไปอย่างยากลำบาก ร่างสูงใหญ่ของเขาเบียดชิดเข้ามาจนเธอแทบจะจมหายไปกับเบาะหนัง "อื้อ... วิน... อ๊ะ" รสจูบที่ร้อนแรงและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของเขาเริ่มหลอมละลายกำแพงความต้านทานของเธออีกครั้ง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่คุ้นเคย มือเล็กที่เคยทุบตี ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ลิ้นเล็กเริ่มตอบโต้และเกี่ยวตวัดกับเรียวลิ้นของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เป็นการต่อสู้ทางอารมณ์ที่ไม่มีใครยอมใคร เมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนอง ชวิณก็คำรามต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ เขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจกอบโกยอากาศเข้าปอด มือหนาเลื่อนลงไปปรับเบาะผู้โดยสารให้เอนราบลงไปด้านหลัง ก่อนที่เขาจะยันตัวขึ้นและแทรกกายเข้ามาอยู่ระหว่างเรียวขาสวยที่ถูกผ่าข้างของชุดเดรส "ว... วิน จะทำอะไร... ที่นี่มันในรถนะ..." โยษิตาถามเสียงสั่นพร่า ดวงตาฉ่ำปรือมองดูชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง พื้นที่จำกัดทำให้ทุกการขยับตัวของเขาเสียดสีกับร่างกายของเธอจนเกิดความร้อนรุ่มไปทุกสัดส่วน "ในรถของผม... ติดฟิล์มดำมืดสนิท ไม่มีใครเห็นหรอกครับ" เขากระซิบตอบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบกวาดมองความงดงามที่แผ่หลาอยู่บนเบาะหนังสีเบจ "ชุดนี้มันสวยมากหยง... แต่มันก็ทำให้ผมแทบคลั่งตายตอนที่เห็นไอ้หน้าจืดนั่นมองแผ่นหลังของคุณ" พูดจบ ชวิณก็ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างตะกรุมตะกราม ปลายลิ้นร้อนลากไล้ไปตามเส้นชีพจรที่เต้นตุบๆ ก่อนจะขบเม้มอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีแดงช้ำทับลงบนรอยเดิมที่เพิ่งจะจางหายไป มือหนาของเขาเลื่อนไปตามเรียวขาเนียน สอดลึกเข้าไปใต้รอยผ่าของชุดเดรส สัมผัสกับความอ่อนนุ่มที่ถูกปกปิดไว้เพียงแพนตี้ลูกไม้ตัวบาง "อ๊ะ... วิน... อย่า... มันแคบ" โยษิตาผวาเฮือก ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน มือเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของเขาเพื่อระบายอารมณ์ "แคบสิครับเร้าใจ... คุณจะได้หนีผมไปไหนไม่ได้ไง" ชวิณไม่รอช้า เขาจัดการรูดแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอออกทางปลายเท้า โยนมันทิ้งไปที่เบาะหลังอย่างไม่ไยดี ก่อนจะปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงสแล็กซ์ของตัวเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งขึงปวดหนึบและพร้อมรบเต็มที่ ชายหนุ่มจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกกว้างขึ้น แม้จะติดคอนโซลรถไปบ้างแต่มันก็ยิ่งทำให้ท่าทางการสอดประสานดูแนบชิดและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เขาจับท่อนเนื้อร้อนผ่าวจดจ่อที่ช่องทางรักที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะดันตัวตนเข้าไปในความคับแคบจนสุดความยาวในคราวเดียว "อ๊า! วิน! ลึก... จุก..." โยษิตาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็ง ช่องทางรักรัดรึงความใหญ่โตของเขาแน่นจนชวิณต้องสูดปากด้วยความเสียวซ่าน "อ่า... หยง... คุณแน่นมาก" ชวิณครางต่ำ กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น เขาแช่ตัวนิ่งไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักในพื้นที่จำกัด จังหวะรักในรถสปอร์ตนั้นทุลักทุเลและอึดอัด แต่มันกลับแฝงไปด้วยความดิบเถื่อนและเร่าร้อนอย่างน่าประหลาด เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องโดยสาร ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจและเสียงครางหวานหูที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ ชวิณโน้มตัวลงมาทาบทับ แผงอกกว้างเสียดสีกับเนินอกอวบอิ่มที่ดันดันชุดเดรสผ้าไหมออกมา มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้ ส่วนอีกข้างเลื่อนลงไปบดคลึงจุดกระสันกลางกายสาวเพื่อเพิ่มความทรมานอันแสนสุข "อ๊ะ... อ๊า... วิน... แรงไปแล้ว... รถมันโยก... อื้อ" โยษิตาครวญครางไม่ได้ศัพท์ มือเล็กจิกเกร็งลงบนเบาะหนังจนยับยู่ยี่ "ปล่อยให้มันโยกไปสิครับหยง... บอกผมสิ... ว่าคุณเป็นของใคร" เขาสั่งเสียงพร่า ขณะที่เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้ลึกซึ้งและรุนแรงยิ่งขึ้น ความหึงหวงถูกระบายออกผ่านการกระทำที่หนักหน่วงราวกับพายุ "หยง... หยงเป็นของบอส... อ๊า! เป็นของวินคนเดียว" เธอตอบรับเสียงสั่นพร่า ยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสและการคุมเกมของเขาอย่างราบคาบ ความเย่อหยิ่งที่มีถูกหลอมละลายกลายเป็นความต้องการที่ลุกโชน คำตอบที่น่าพอใจทำให้ชวิณกระตุกยิ้มมุมปาก เขาโน้มใบหน้าลงไปจูบปิดปากเธออย่างดูดดื่มและเร่าร้อน จังหวะรักทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว โยษิตารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศก่อนจะตกลงมาท่ามกลางดอกไม้ไฟที่แตกกระจาย ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักตอดรัดเขาแน่นถี่ๆ "วิน... หยง... อ๊า!" ชวิณคำรามลั่นในลำคอ เขาเร่งจังหวะอีกเพียงสองสามครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาเข้าไปในตัวเธอจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบกับแผงอกของเธอ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง แขนแกร่งโอบกอดร่างบางที่สั่นสะท้านไว้แน่น ความเงียบกลับมาเยือนห้องโดยสารอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันอย่างบ้าคลั่ง โยษิตาหลับตาพริ้ม ความเหนื่อยล้าและความสุขสมทำให้เธอแทบจะขยับตัวไม่ไหว เธอปล่อยให้เขานอนซุกอยู่ที่ซอกคอของเธอ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... พื้นที่จำกัดที่แสนอึดอัดนี้ กลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและปลอดภัยที่สุดเมื่อมีเขาอยู่ ชวิณค่อยๆ ผละใบหน้าออกมา เขาก้มลงจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกให้อย่างอ่อนโยน... เป็นความอ่อนโยนที่ขัดแย้งกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "จำไว้นะครับหยง..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกครั้ง "ไม่ว่าในที่ทำงานคุณจะเก่งและแข็งแกร่งแค่ไหน หรือจะมีข้อตกลงอะไรก็ตาม... แต่ในโลกของผม คุณคือคนของผม และผม... ไม่ชอบแบ่งของของผมให้ใครมอง" โยษิตาไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแค่สบตากับดวงตาคมกริบของเขาในความมืด... ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด และถูกตีกรอบด้วยคำว่า 'คู่ขาลับๆ' ดูเหมือนจะเริ่มพันธนาการพวกเขาทั้งสองคนไว้แน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ จนเกินกว่าจะถอนตัวขึ้นเสียแล้ว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD