ที่โรงเรียน
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เอ็ดเวิร์ดในชุดนักเรียนมัธยมต้นยืนสำรวจภาพสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตากลับซ่อนความไม่คุ้นเคยกับชีวิตใหม่ไว้ลึก ๆ ข้างหลังเขา เฮนรี่ก็สวมชุดนักเรียนแบบเดียวกัน สีหน้าเหมือนคนเพิ่งกลืนยาเคลือบน้ำมันงูไปหมาด ๆ
"ไม่คิดว่าผมต้องกลับมาใส่ชุดนี้อีกในชีวิต เล่นเอาผมหัวเราะตัวเองเลย " เฮนรี่พึมพำเบา ๆ ยิ้มเจื่อนให้ภาพตัวเองในกระจก พลางดึงปกเสื้อให้เข้าที่
“ทำไมล่ะพี่เฮนรี่ ดูแปลกตาตรงไหน?” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขบขัน แม้สายตาจะยังติดอยู่ที่กระจก
“ผมกลายเป็นอมตะมากว่าห้าสิบปีแล้ว ตอนยังเป็นมนุษย์ก็ผ่านวัยยี่สิบมาได้สักพักใหญ่ การกลับมาใส่ชุดนักเรียนมันเลยดู...ผิดที่ผิดทาง” เอ็ดเวิร์ดยิ้มขำ ก่อนจะเปรยเบา ๆ ว่า
“ถ้ามันลำบากขนาดนั้น พี่กลับบ้านก็ได้นะ ที่นี่โรงเรียนมนุษย์ ไม่ใช่สนามรบ” เฮนรี่เลิกคิ้วสูง
“แน่ใจหรือว่านายน้อยจะอยู่ได้ลำพัง? ดูนั่นสิ พูดยังไม่ทันขาดคำ”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากทางเดิน บิลลี่กับอาร์โนล เพื่อนร่วมโรงเรียนที่มีนิสัยชอบหาเรื่อง เดินตรงเข้ามาหา ทั้งสองมีท่าทางเหมือนพวกที่กำลังหาทางระบายความเบื่อหน่ายของตัวเอง
“นายน้อยกับลูกน้องมายืนเกะกะตรงนี้ทำไมวะ” บิลลี่พูดพลางเดินมากระแทกไหล่กับเอ็ดเวิร์ดอย่างแรง ร่างของเขาเด้งกลับเหมือนชนเข้ากับเสาเหล็ก
"อั่ก!" บิลลี่ร้องลั่น รีบจับหัวไหล่ตัวเองด้วยความเจ็บปวด
“คนหรือเศษเหล็กวะ” เขาคำรามก่อนจะเงื้อฝ่ามือตีลงกลางหลังของเอ็ดเวิร์ดสุดแรง แต่สิ่งที่ได้รับคือแรงสะท้อนกลับจนมือชา เขาสบถพร้อมสะบัดมือไปมา
“อย่ามาหาเรื่องจะดีกว่านะ” เอ็ดเวิร์ดพูดเรียบ ๆ ก่อนจะเดินจากไปกับเฮนรี่ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
อาร์โนลขมวดคิ้วหันไปถามเพื่อนเสียงเบา “มันเป็นคนจริง ๆ เหรอ?”
“อยากรู้ก็ลองไปตบหัวมันเองสิวะ!” บิลลี่ตะคอก หงุดหงิดจนควันแทบออกหู
ภายในห้องเรียน แสงแดดยามเย็นส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เอลิเซียนั่งก้มหน้าอยู่ที่โต๊ะของเธอ พยายามซ่อนใบหน้าไว้หลังหนังสือเรียน เสียงฝีเท้าคุ้นเคยทำให้หัวใจเธอกระตุก เอ็ดเวิร์ดเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะของเธอ นิ้วเคาะเบา ๆ เรียกความสนใจ
“อลิส” เขาเรียกชื่อเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงความขบขัน เอลิเซียเงยหน้าขึ้นมาพร้อมคิ้วขมวด
“เลิกทำหน้ากวน ๆ แบบนั้นได้ไหม นายดูเหมือนแมวเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งขโมยปลาจากตลาดมา”
“ผมแค่ล้อเล่น...แต่ที่ผมพูดเมื่อเช้า ผมจริงจังนะ ผมก็แค่รอให้คุณตอบตกลง” เขายิ้มกว้าง
“ความหล่อของผมน่ะ อาจจะทำให้ใครหลายคนหัวใจละลายได้ง่าย ๆ นะ” เอลิเซียถอนหายใจ หน้างอง้ำ
“ไปนั่งที่ของนายเลย อาจารย์มาแล้ว” เอ็ดเวิร์ดยิ้มกริ่ม แล้วสะกิดเพื่อนที่นั่งข้างเธอ
“ขอนั่งตรงนี้ได้ไหม?”
“จีบเพื่อนเรารึไง?”
“ก็...ใช่” เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะดึงเพื่อนคนนั้นลุกไปนั่งกับเฮนรี่แทนโดยไม่ลังเล เฮนรี่ที่นั่งอยู่มุมห้องส่ายหน้าพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“นายน้อยของผมนี่...จีบใครเหมือนจะไปประกวดพระเอกละครทีวี” เมื่อเอ็ดเวิร์ดนั่งลงข้างเธอ เขาขยับหนังสือเรียนของเธอมาไว้ตรงกลาง แต่เอลิเซียดึงกลับด้วยท่าทางหวงของ
“ขอดูด้วยคน หนังสือผมยังไม่มีเลย” เสียงของเอ็ดเวิร์ดนุ่มนวลแฝงแววเว้าวอน เขาโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเงินของเขาสะท้อนแสงหน้าต่างอ่อน ๆ ราวกับแววตานั้นกำลังขอร้องมากกว่าคำพูด
เอลิเซียปรายตามองเขา แวบหนึ่งเธอเห็นความจริงใจในแววตานั้น...หรือว่าเธอแค่คิดไปเอง? เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วเลื่อนหนังสือไปตรงกลาง โต๊ะเรียนกลายเป็นโลกใบเล็กที่มีแค่คนสองคนร่วมแบ่งปันหน้ากระดาษเดียวกัน ตลอดทั้งคาบเรียน พวกเขาสลับกันเหลือบมองโดยไม่รู้ตัว บางจังหวะที่มือเขาเผลอแตะขอบหนังสือใกล้มือเธอ หัวใจของเอลิเซียก็เต้นถี่ผิดจังหวะ สายตาของเอ็ดเวิร์ดเองก็เปี่ยมไปด้วยคำถาม ความลังเล และอะไรบางอย่างที่ยังพูดออกมาไม่ได้...หรือไม่กล้า จนกระทั่งเสียงออดดังขึ้น เป็นเหมือนเวทมนตร์ที่ทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา เอลิเซียหันขวับมามองเขา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจน
“นายมีปัญหาอะไรกับฉันกันแน่?” เสียงของเธอหนักแน่นแต่แฝงความสั่นไหว
“ทำไมถึงทำตัวแปลก ๆ แบบนี้?” เอ็ดเวิร์ดนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันมามองเธอตรง ๆ
“ผมชอบคุณ ชอบจริง ๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง ดวงตาจับจ้องเธอไม่วาง
“ผมอยากเข้าใกล้ อยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้ อยาก...เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ” เธอเบือนหน้าไปนิดหนึ่งเพื่อหลบตา...แต่ใจกลับเต้นรัว
“แต่นายทำให้ฉันหงุดหงิด” เธอตอบเสียงเบา “นายทำให้ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลย” เอ็ดเวิร์ดยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มล้อเล่น แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง
“งั้น...ผมจะเริ่มจีบคุณใหม่ อย่างเป็นทางการ โอเคไหม?” เขาพูดคล้ายเล่น แต่แววตากลับจริงจังจนเอลิเซียต้องชะงัก
เธอหรี่ตามองเขา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงแววรู้สึก
“เทรย์...” เขายิ้มกว้างขึ้นนิดหน่อย ก่อนเอ่ยอย่างภาคภูมิ
“ตอนนี้ผมชื่อ เอ็ดเวิร์ด เทรย์ ฮอลเลอร์ ครับ” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลราวสายลมยามเย็น เอลิเซียมองเขานิ่ง ๆ สายตาของเธอสอดส่องไปทั่วใบหน้าเขา...
“เมื่อวานนายมีแผลบนหน้า...วันนี้หายไปไหน?” เธอถามด้วยความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจ เอ็ดเวิร์ดยักคิ้วให้เล็กน้อย
“แค่ใช้พลังนิดหน่อยเองครับ หน้าหล่อ ๆ แบบนี้ จะมีรอยได้ยังไงล่ะ?” เขาพูดยิ้ม ๆ
“นาย...ไม่ปกติจริง ๆ ใช่ไหม?” เธอถามตรง ๆ น้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ในใจเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่ใจ
เอ็ดเวิร์ดยังคงสบตาเธอไม่หลบ
“มีอะไรที่คุณอยากรู้ในตัวผม...คุณถามมาได้เลย ผมจะตอบทุกอย่าง” เอลิเซียเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาคมคู่นั้นทอดมองเขานิ่ง ก่อนจะเบือนสายตาลงไปที่หนังสืออีกครั้ง
“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก” เธอพูดเบา ๆ แต่หนักแน่น และในขณะนั้นเอง...หัวใจของทั้งสองต่างก็สั่นไหว ไม่ใช่แค่คำถามในหัว แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ช่วงเวลาสามทุ่ม ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเทาเข้ม ลมเย็นพัดผ่านอย่างเงียบงัน เอลิเซียเดินกลับบ้านเพียงลำพัง เสียงฝีเท้าของเธอดังชัดในตรอกแคบที่ทอดยาวไปยังถนนเล็กสายหนึ่ง ร่างบางจมอยู่ในความคิดถึงคำพูดของเอ็ดเวิร์ดในห้องเรียนคำสารภาพที่ยังดังก้องในหัวใจ ...แต่ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแปลกประหลาดก็แทรกเข้ามาแทนที่ความอบอุ่นในอก เธอรู้สึกเหมือนมีสายตากำลังจ้องมองจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไป ก็เห็นชายวัยรุ่นสองคนเดินตามห่าง ๆ เงียบกริบ แต่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม มุมปากเปื้อนความเลวร้ายก่อนเธอจะทันตั้งตัว มือของคนหนึ่งก็พุ่งมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ราวกับคีมเหล็ก!
“ไปไหนน้องหนู? มาคนเดียวแบบนี้อันตรายนะ...” เสียงมันต่ำ ช้า เหมือนจงใจลากถ้อยคำให้หลอนประสาท
“ปล่อยฉัน!!” เอลิเซียตะโกนสุดเสียง พร้อมเตะสวนเข้าไปที่อกของอีกคนอย่างแรง ร่างมันผงะถอย แต่ยังไม่ถอยห่างไป
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นเสียงที่เหมือนคำเตือนจากสัตว์นักล่ากลางป่า รถสีดำด้านพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง เบรกอย่างเฉียดฉิวจนพื้นถนนสะท้อนเสียงเสียดหู ประตูรถเปิดออกอย่างเฉียบพลัน เอ็ดเวิร์ดก้าวลงมาด้วยความนิ่งสง่างาม แววตาของเขาเย็นจัด เหมือนแผ่นน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกเป็นคมมีด เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากคำสั่งเดียว
“ขึ้นรถตอนนี้!” เอลิเซียไม่ลังเล รีบวิ่งขึ้นรถทันที หัวใจเต้นระรัว แต่เอ็ดเวิร์ดยังไม่ขยับ เขายังคงนั่งอยู่หลังพวงมาลัยจ้องหน้าพวกมันนิ่ง ๆ แววตาเปลี่ยนไปจากเมื่อกลางวันโดยสิ้นเชิงมันคือสายตาของปีศาจ สายตาของนักล่าที่เคยชินกับการปลิดชีวิตโดยไม่ลังเล
“ไอ้นี่เป็นใครวะ?” หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มเยาะ แต่รอยยิ้มของมันก็สลายทันที เมื่อเอ็ดเวิร์ดก้าวเข้ามาช้า ๆ
“ออกรถสิ!” เอลิเซียตะโกนลั่นจากในรถ น้ำเสียงสั่นด้วยความกลัว…แต่เอ็ดเวิร์ดไม่ฟัง
ทันใดนั้น เขาก็กระชากพวงมาลัยพุ่งรถเข้าหาพวกมันอย่างรวดเร็ว! เสียงยางบดถนนดังสนั่น พวกวัยรุ่นร้องลั่นถอยหนีอย่างแตกตื่น ก่อนรถจะหักหลบในจังหวะสุดท้าย ราวกับนักล่าเพียงแค่ขู่เหยื่อเพื่อเตือนว่า…
" ครั้งหน้าจะไม่มีคำว่า ยั้งมือ” ภายในรถ เอลิเซียมือสั่น คาดเข็มขัดทันที ดวงตากวาดมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“เมื่อกี้นาย...คิดจะฆ่าพวกเขาจริง ๆ เหรอ?”
“ถ้าผมไม่ห้ามตัวเองไว้ พวกนั้นคงนอนจมเลือดอยู่ตรงนั้นแล้ว” เสียงของเขาต่ำลึก เยือกเย็น…แทบไม่มีความลังเลในถ้อยคำ
“แต่นาย...นายจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!” เธอตะโกนกลับ น้ำเสียงเธอปนทั้งโกรธและหวาดกลัว เขาไม่พูดตอบทันที เพียงแค่จ้องถนนข้างหน้า ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด
“ผมรู้ว่าพวกมันคิดอะไรกับคุณ…มันเลว มันสกปรกจนผมทนไม่ได้”
“นาย...อ่านใจพวกเขาได้?”
“ใช่” เขาพูดช้า ๆ เสียงหนักแน่น “และผมรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจแค่จะลวนลามมันมากกว่านั้น มากพอที่จะทำให้ผม...อยากฉีกคอพวกมันออกตรงนั้น”
เอลิเซียกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ความเงียบภายในรถหนาหนักราวกับความตาย เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องทันควัน
“งั้น…ฉันว่าตอนนี้นายควรคาดเข็มขัดนิรภัยนะ” พยายามพูดให้เบาลง แม้เสียงจะยังสั่นอยู่ เอ็ดเวิร์ดหันมายิ้มเล็ก ๆ แต่ในแววตานั้นยังไม่ละจากความดำมืด
“คุณมากกว่าล่ะ” เขาพูด ก่อนจะเหยียบคันเร่งอีกครั้ง รถพุ่งทะยานออกไปอย่างแรง จนท้ายรถแทบจะส่าย จากนั้นไม่นานก็มาจอดนิ่งหน้าบ้านของเธอ
“เข้าบ้านเถอะ มันใกล้ค่ำแล้ว” เขาพูดเรียบ ๆ เสียงกลับมานิ่งอีกครั้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอลิเซียเปิดประตูรถ หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง
“เทรย์...ขอบใจนะ ที่มาช่วยฉัน” เธอพูดช้า ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกปะปนทั้งซาบซึ้ง หวั่นใจ และสับสนในตัวเขา
เขาพยักหน้ารับเบา ๆ
“อืม...ไม่เป็นไร”
แต่ในแววตานั้นยังมีบางสิ่งที่เธอไม่สามารถอ่านออกได้เลย