ค่ำคืนในฤดูหนาว สายลมที่พัดผ่านอบอวลไปด้วยความเย็นยะเยือก ก้อนเมฆลอยต่ำกลืนหายไปในท้องฟ้าที่มืดมิด ผู้คนในเขตแดน Thrace ต่างรีบปิดประตูบ้านแน่นหนา เพราะรู้ดีว่า… บางสิ่งกำลังจะมา ฝูงค้างคาวนับแสนนกกำลังโบยบินออกจากถ้ำ กลางแสงจันทร์สีเงินหม่น บ้านเรือนแต่ละหลังเตรียมพร้อมรับค่ำคืนอันโหดร้าย ชาวบ้านผู้สืบทอดความรู้เก่าแก่ต่างงัดเอาเครื่องป้องกันออกมาใช้—ไม้กางเขน น้ำมนต์ และไม้หนามที่ถูกวางล้อมรอบรั้วอย่างแน่นหนา
คืนนี้ก็เช่นกัน...
ไทเลอร์ แวมไพร์ชั่วร้ายผู้หลงใหลในกลิ่นเลือดมนุษย์ มักล่อลวงหญิงสาวด้วยเสน่ห์และทรัพย์สิน ก่อนจะพรากลมหายใจจากพวกเธอไปพร้อมเลือดหยดสุดท้าย เขาเป็นศัตรูของตระกูลฮอลเลอร์ โดยเฉพาะกับ ฮิลล์ ฮอลเลอร์ แวมไพร์อีกตนที่ปฏิเสธเลือดมนุษย์ และเลือกดื่มเพียงเลือดสัตว์เท่านั้น ดวงตาสีเหลืองอ่อนของเขาแตกต่างจากไทเลอร์โดยสิ้นเชิง
และในค่ำคืนนี้ ความโหดร้ายก็มาเยือนครอบครัวของ เอ็ดเวิร์ด ฮาวน์ ครอบครัวเล็ก ๆ ที่ไร้บ้านเรือน ต้องอาศัยข้างกำแพงอาคารเป็นที่พักพิง ถูกฝูงค้างคาวเลือดและไทเลอร์จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือที่เย็นเยียบและกรงเล็บคมกริบของมันตะปบเข้าที่ลำคอของพ่อเอ็ดเวิร์ด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องกลางความเงียบ เลือดสาดกระเซ็น กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดวงตาไทเลอร์แดงฉานดั่งเปลวเพลิงแห่งนรก มันบีบรัดลำคอเหยื่อแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเส้นเลือดปูดโปนออกมา
ผู้เป็นแม่และเอ็ดเวิร์ดที่หลบซ่อนอยู่หลังซากไม้เก่า เฝ้ามองภาพสามีและพ่อของตนถูกปีศาจทรมานจนไร้หนทางต่อต้าน เธอรีบเอามือปิดปากลูกชายแน่น เพื่อไม่ให้เขาร้องไห้ออกมา
“พวกแกยังอยู่ที่นี่ ออกมาซะ! ไม่อย่างนั้น ฉันจะกระชากชิ้นเนื้อของมันออกทีละชิ้น!”
เสียงของไทเลอร์ก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณเขาไม่ได้ต้องการผู้ชายแต่ต้องการเลือดหญิงสาวเท่านั้น ส่วนเลือดของผู้ชายจะถูกส่งให้ฝูงค้างคาวบริวารหลายร้อยชีวิต แม่ของเอ็ดเวิร์ดกอดลูกชายไว้แน่น เด็กชายวัยแปดขวบกำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัว แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นปะปนกับความเจ็บปวด
หญิงสาวมองลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออก แววตาของเธอบอกทุกอย่างเธอจะออกไป และอาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย
“ลูกรัก เจ้าจงมีชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นชีวิตของเจ้าสำคัญ อย่าห่วงพ่อกับแม่เจ้าต้องอยู่… เพื่อทุกคน”
คำพูดสุดท้ายที่แม่ฝากไว้ ก่อนจะเดินจากไป ทั้งที่เอ็ดเวิร์ดพยายามรั้งเธอไว้สุดแรง มือเล็กกำชายกระโปรงไว้แน่น พลางร้องไห้โฮ
“อย่าไปนะครับ… แม่อย่าไป… ผมอยู่ไม่ได้ " แม่ของเขาเดินอ้อมจากด้านหลังของไทเลอร์ กลิ่นของมนุษย์ลอยเข้าจมูกมันทันที มันหันขวับมา
“อยากได้เลือดของฉันใช่ไหม… ก็ปล่อยเขาลงซะ ไอ้ปีศาจเลว!”
เพียงพริบตาเดียว ไทเลอร์ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวหญิงสาว มันใช้กรงเล็บบีบต้นคอของเธอจนเสียงกระดูกหักดังลั่น สายตาเธอเริ่มพร่ามัว ลมหายใจแผ่วเบา ไทเลอร์ไม่ชอบเหยื่อที่หมดสติ มันฝังเขี้ยวลงบนลำคออย่างแม่นยำ พร้อมกับดูดเลือดและกลืนกินวิญญาณของเธอไปด้วย ร่างของหญิงสาวผอมแห้งลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าซีดขาวราวผ้าซาติน ไร้เลือดและไร้ลมหายใจ
ขณะเดียวกัน ฝูงค้างคาวรุมฉีกเนื้อของพ่อเอ็ดเวิร์ดอย่างโหดเหี้ยม ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลทั่วทั้งตัว ก่อนที่วิญญาณของเขาจะจากไป และร่างก็หายวับไปในพริบตา เอ็ดเวิร์ดกลั้นเสียงร้องสุดชีวิต กลัวพวกมันจะเจอเขา เขานั่งนิ่งตัวสั่น ขณะฝีเท้าใครบางคนค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ เด็กชายหันไปจะหนี แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้ เขาตกใจสุดขีด กำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ชายคนนั้นรีบเอามือปิดปากเขา
“อย่าทำร้ายผมเลยนะครับ… ผม…ผม…” ชายแปลกหน้านั่งย่อลง ตาสบตาเด็กชายอย่างแน่วแน่
“เราต้องรีบไปจากที่นี่ ฉันจะช่วยเธอเองเด็กน้อยตอนนี้ฉันยังสู้มันไม่ได้ เพราะฉันมาคนเดียว”
เขาคือ ฮิลล์ ฮอลเลอร์ แวมไพร์ผู้เป็นปรปักษ์กับไทเลอร์
เอ็ดเวิร์ดไม่อาจหยุดน้ำตาได้ ทั้งความหวาดกลัว เสียใจ และสูญเสียถาโถมเข้ามาในใจดวงน้อยอย่างไร้ความปรานี
ฮิลล์ใช้เสื้อคลุมของตนพันร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอุ้มเขาขึ้นในอ้อมแขน แล้วเร่งฝีเท้าวิ่งผ่านตรอกซอกซอยอันมืดมิดของเมือง ฝูงค้างคาวบางส่วนเริ่มบินไล่ตามหลัง ราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดของมนุษย์ ฮิลล์จึงกระโดดขึ้นกำแพงสูง พาเอ็ดเวิร์ดหนีข้ามตึกอย่างว่องไว
“อดทนไว้หน่อยนะ เดี๋ยวเราก็ถึงแล้ว…”
เสียงของเขานุ่มทุ้มแต่มั่นคง มือที่ประคองเด็กชายก็อบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เขาเองก็เป็นแวมไพร์ ไม่นานนัก ฮิลล์พาเอ็ดเวิร์ดมายังบ้านพักของตนเองที่ดูใหญ่โต แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตต้องห้ามของเมือง
สถานที่ซึ่งถูกลืมและไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้ามา แม้จะเป็นแวมไพร์ แต่ที่นี่เป็นสถานที่เดียวที่ไทเลอร์ไม่กล้าเหยียบย่าง คฤหาสน์เก่าแก่ที่ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าผู้ใดจะกล้าลบหลู่ แม้แต่ปีศาจ ฮิลล์วางร่างของเอ็ดเวิร์ดลงบนม้านั่งที่ทำจากแท่นหินเย็นเฉียบ ดวงตาของเขาจับจ้องเด็กชายที่ยังสะอื้นเบา ๆ มืออีกข้างเช็ดน้ำตาให้แผ่วเบา
“เธอจะปลอดภัยที่นี่ เอ็ดเวิร์ด”
“แต่จากนี้ไปชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตาชายแปลกหน้า แววตาเต็มไปด้วยคำถามและความปวดร้าว
“ทำไม… ทำไมคุณถึงช่วยผม… ทั้งที่คุณก็เป็นแวมไพร์" ฮิลล์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุบตาลง
“เพราะฉันเคยเป็นเหมือนเธอ ฉันเคยเสียทุกอย่าง ต่อหน้าเหมือนกัน” บรรยากาศรอบตัวเงียบงันราวเวลาหยุดเดิน
ณ เบื้องหลัง ผืนฟ้ายังคงมืดมิด กลิ่นเลือดลอยตลบอบอวลไปทั่วเมือง ไทเลอร์กำลังเดินย่ำอยู่ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของเหยื่อ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า
“ได้กลิ่น… กลิ่นของมัน”
“เจ้าแวมไพร์ผู้ทรยศ… ฮิลล์ ฮอลเลอร์…" เขาหยุดยืนใต้เสาไฟที่กระพริบแสงริบหรี่ หยดเลือดเกาะอยู่บนปลายเขี้ยว
“เราจะได้เจอกันอีกแน่นอนคราวนี้ ฉันจะไม่ให้เจ้าหนีไปไหน…”
คืนแรกของเอ็ดเวิร์ดในโบสถ์ร้าง ความเจ็บปวดจากการสูญเสียยังสดใหม่เกินจะรับไหว แต่ในความมืดมิดที่ไม่มีใครเหลียวแล มีแสงริบหรี่จากใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
“เธอจะไม่ต้องกลัวอีกแล้ว เอ็ดเวิร์ด ฉันจะสอนเธอให้รู้จักพลัง เพื่อที่วันหนึ่ง เธอจะสามารถเลือกระหว่าง 'การล้างแค้น' หรือ 'การให้อภัย' ด้วยตัวเอง… ในฐานะลูกชายของฉัน เอ็ดเวิร์ด ฮอลเลอร์ ”
เด็กชายได้รับการดูแล และ มีคนคอยดูแลตนเองมากมาย แต่เด็กน้อยยังระแวงและกลัวว่าสักวันหนึ่ง เขาอาจเป็นอาหารของเหล่าแวมไพร์ที่นี่
อีธานก็มาถึงในไม่ช้า โดยมีเฮนรี่หลานชายของเขาติดตามมาด้วย อีธานเดินเข้ามาในคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าก้องสะท้อนกับผนังหินเย็นเยียบ เขายืนอยู่เบื้องหลังฮิลล์ที่ยังเฝ้ามองเด็กชายอย่างเงียบงัน
"นายท่าน ผมจัดการตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว โรงเรียนที่คุณต้องการให้เด็กคนนี้เรียน ผมคัดเลือกไว้สามแห่ง แต่มีแห่งหนึ่งที่เหมาะสมที่สุด… เป็นโรงเรียนที่เปิดเฉพาะกลางคืนสำหรับผู้มีสายเลือดพิเศษ" ฮิลล์พยักหน้าเบา ๆ โดยไม่ละสายตาจากเอ็ดเวิร์ด
“ดี อีธาน… นายช่วยทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ฉันไม่ต้องการให้มีใครมายุ่งกับเด็กคนนี้ จนกว่าเขาจะพร้อม”
อีธานหันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยังคงนั่งเล่นเงียบ ๆ อยู่ข้างแท่นหิน ก่อนจะลดเสียงลง
“นายท่านจะบอกนายน้อยไหมครับว่า… เขาอาจจะไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป”
ฮิลล์นิ่งไปชั่วอึดใจ แล้วกล่าวช้า ๆ
“ไม่ใช่คืนนี้… เด็กคนนี้ต้องได้พัก ก่อนที่ความจริงจะเปลี่ยนเขาไปตลอดกาล”
ขณะนั้นเฮนรี่เดินเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาแฝงแววระแวดระวัง
“นายน้อย… ดูไม่ธรรมดาเลยครับอา แววตาเขาเหมือนกำลังจดจำทุกอย่าง… แม้แต่เลือดที่เปื้อนดิน”
อีธานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เขาคือลูกชายของฮอลเลอร์คนต่อไป… และนับแต่นี้ พวกเราต้องเป็นดาบที่อยู่ข้างหลังเขา”
อีธานเดินไปยังมุมหนึ่งของโบสถ์ หยิบกล่องไม้แกะสลักขึ้นมา ภายในเป็นของบางอย่างที่ห่อด้วยผ้าดำ
“นี่คือของที่ผมไปเอามาจากที่เกิดเหตุ… ผมคิดว่าเด็กคนนั้นควรได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง”
ฮิลล์หันมาสบตาเขา ก่อนเอ่ยเบา ๆ
“เก็บมันไว้ก่อน… รอวันที่เขาแข็งแกร่งพอที่จะถือมันด้วยมือตัวเอง” สิ่งของที่ว่าคือ เถ้าอัฐิของพ่อและแม่ของเด็กชายตัวน้อย