ภัยใกล้ตัวกำลังมาเยือน

1762 Words
อลิสพบกับไทเลอร์เข้าเต็ม ๆ เธอไม่ได้หวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ทำให้เธอสะดุ้งคือลมหายใจที่เข้าใกล้กว่าที่คิด—ใกล้จนได้กลิ่นเลือดจาง ๆ และพลังมืดแผ่กระจายออกจากตัวเขา สายตาเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่กดไว้ไม่มิด ขณะเดียวกันนั้น เอ็ดเวิร์ดเดินตามหาเฮนรี่ทั่วทั้งอาคารเรียน แต่ไม่พบแม้แต่เงา จนเมื่อเขาเข้าห้องเรียน เฮนรี่ก็ปรากฏตัวในเงามืดของห้อง เขาใช้มนต์สะกดให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว เหลือเพียงเขากับเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่สามารถพูดคุยกันได้ "มีอะไรรึ ถึงต้องสะกดทุกคนไว้แบบนี้?" เอ็ดเวิร์ดถามด้วยเสียงสงสัยปนกังวล "ช่วงนี้นายน้อยต้องระวังตัว" เฮนรี่เอ่ยเสียงเคร่งขรึม "ไทเลอร์ เข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารของโรงเรียนแล้ว นายท่านทราบเรื่อง และสั่งให้ผมมาเตือนคุณโดยเฉพาะ แต่ผมไม่กล้าบอกต่อหน้าคนอื่น กลัวว่าจะทำให้ตื่นตระหนก แล้วเขาจะไหวตัวทัน" "ไทเลอร์?…ถึงว่าที่นี่มีกลิ่นแปลก ๆ คล้ายของนาย แต่สาปคาวเลือดมันแรงกว่าหลายเท่า" เอ็ดเวิร์ดพึมพำ สัมผัสได้ถึงพลังผิดปกติที่เขาไม่สามารถอธิบายได้จนกระทั่งตอนนี้ "เมื่อวานก่อน เขาทำลายร่างของเจ้าของโรงเรียนคนเก่า และตอนนี้เขาต้องการเหยื่อเพิ่มอีกมากเพื่อฟื้นพลัง นายน้อย…เขาเล็งพวกเด็กนักเรียนไว้เป็นเป้าหมาย" "ใช้เด็กนักเรียนเป็นเหยื่อเนี่ยนะ...เลวระยำ!" เอ็ดเวิร์ดกัดฟันแน่น ความแค้นพุ่งพล่านอยู่ในอก ซึ่งไทเลอร์เองก็รับรู้ได้จากที่ห่างไกล "คุณยังเป็นมนุษย์ ควรมีเครื่องป้องกันตัว และนายท่านกำลังจัดการหาที่ปลอดภัยให้คุณในช่วงนี้" "จะให้ไปไหน แล้วคุณพ่อฮิลล์ล่ะ? ผมจะทิ้งท่านไว้ได้ยังไง?" "นายท่านดูแลตัวเองได้ แต่นายน้อย…ท่านฝากให้อังเคิลอัลเฟรดดูแลคุณแทน" "...กัดฉันเถอะ เฮนรี่ กัดฉัน ฉันอยากมีพลังเหมือนพวกนาย จะได้ปกป้องทุกคนได้" "อย่าเพิ่งวู่วามครับ นายน้อย อย่าลืมว่าคุณยังมีหน้าที่ต้องปกป้องทั้งคุณพ่อ และคุณอลิส" เฮนรี่เตือนเสียงแน่นหนัก "งั้นทำให้ทุกคนกลับสู่ปกติได้แล้ว เดี๋ยวจะมีคนสังเกตเห็น" ที่หน้าชั้นเรียน ขณะอาจารย์เริ่มสอนบทใหม่ อลิสนั่งไม่ติด เธอยังคงกังวลกับการพบเจอไทเลอร์เมื่อครู่ ความคิดของเธอสับสน และเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล เมื่อได้กลิ่นเหม็นสาปแตะปลายจมูก... กลิ่นนั้นลอยมาจากหน้าชั้นเรียน—อาจารย์ที่ซูบผอมผิดหูผิดตา ดวงตาแดงก่ำ และร่างกายเริ่มแห้งกรังเกินมนุษย์ นักเรียนคนอื่นยังไม่รู้ตัว พวกเขายังคงตั้งใจเรียนโดยไม่ล่วงรู้ว่า...อาจารย์ของพวกเขา ไม่ใช่คนอีกต่อไป อลิส เอ็ดเวิร์ด และเฮนรี่หันหน้ามามองกัน กลิ่นสาปคาวเลือดชัดเจนจนทุกคนรู้ทันทีว่า...อันตรายอยู่ใกล้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว เมื่อเลิกเรียน ครูให้ตัวแทนนักเรียนนำงานไปส่งที่ห้องพักครู ซึ่งผู้โชคร้ายที่รับหน้าที่นั้นก็คือ บิลลี่เด็กหนุ่มจอมแสบที่ชอบหาเรื่องเอ็ดเวิร์ดเสมอ "นายจะเอางานไปส่งเองเหรอ?" เอ็ดเวิร์ดถามพลางขมวดคิ้ว "แน่นอนสิ นายทำเสร็จแล้วก็ส่งมาสิ ฉันไม่อยากกลับบ้านช้า" บิลลี่ตอบเขาท่าทางกวนประสาท "ถ้างั้น...พกอันนี้ไปด้วย" เอ็ดเวิร์ดยื่นกระเทียมสดที่ห่อผ้าบางไว้ให้ "เผื่อเกิดอะไรขึ้น" "บ้าเหรอ? เก็บไว้ทำอาหารเหอะ จะส่งไหม อลิส เอามาให้ด้วย" เขาไม่สนใจคำเตือน "นายจะไม่รอดกลับมา..." เฮนรี่ส่งสมุดให้บิลลี่พลางพูดเบา ๆ แต่หนักแน่น "จะบ้าหรือไง อยู่ ๆ ก็แช่งกัน" บิลลี่เหลือบมองอย่างไม่พอใจ "ที่พวกเราเตือน เพราะเราเป็นห่วง" อลิสเสริมเสียงเรียบในฐานะหัวหน้าห้อง "งั้นทำไมไม่ให้เธอไปล่ะ เป็นหัวหน้าห้องแท้ ๆ" เขาว่าเสียงแข็ง แต่แววตาเริ่มลังเล "ถ้างั้นผมไปเองดีกว่า" เฮนรี่ขยับตัวเดินออก "เฮนรี่…" เอ็ดเวิร์ดเรียกไว้ "ผมเป็นพวกเดียวกับมัน ถ้าผมไป ทุกคนจะปลอดภัยกว่า" "ไม่! ฉันไม่ยอมเสียคนที่เหมือนพี่ชายไปอีกแล้ว…ผมไปเอง!" เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างแน่วแน่ "ลืมแล้วหรือว่า คุณมีหน้าที่อะไร เอ็ดเวิร์ด!" เฮนรี่ขึ้นเสียงก่อนจะคว้าสมุดทั้งหมดจากมือบิลลี่แล้วรีบเดินออกไป /////****//////// ที่ห้องพักครู... บรรยากาศในทางเดินเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เสียงฝีเท้าของเฮนรี่สะท้อนก้องเบา ๆ ไปตามผนังเย็นชื้น แสงแดดยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างกระจกฝ้าเป็นลำ แสงนั้นแตะผิวหนังของเขาเพียงชั่วครู่ก่อนที่ความแสบร้อนจะแล่นผ่านแขน เขาขบฟันแน่น ฝืนเดินต่อจนมาหยุดหน้าห้องพักครู ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังก้องอย่างผิดที่ผิดเวลา ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบอึดอัด เหมือนห้องนี้ไม่ควรถูกรบกวน เฮนรี่เอื้อมมือผลักประตู มันครางแหลมเบา ๆ ขณะเปิดออก ภายในห้องมืดสนิท ม่านทุกบานถูกปิดแน่นสนิทจนแสงภายนอกลอดเข้าไม่ได้แม้แต่น้อย กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเน่า ๆ คล้ายกลิ่นเลือดเก่าที่แห้งกรังเกาะติดผนังลอยตลบอบอวลในอากาศเย็นยะเยือก “ปิดประตู... เดี๋ยวนี้...” เสียงทุ้มต่ำ แหบพร่าดังออกมาจากเงามืดหลังโต๊ะทำงาน มันฟังดูไม่เหมือนเสียงของมนุษย์อีกแล้ว “ผมเอางานมาส่งครับ ขอเปิดไฟหน่อย” “ไม่!” เสียงคำรามแทรกมาอย่างฉับพลัน “ฉันไม่ต้องการแสง... และไม่อยากทำร้ายพวกเดียวกัน... อย่าบังคับฉัน” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความทรมาน อัดแน่นด้วยสัญชาตญาณกระหายบางอย่าง เฮนรี่หยุดชั่วครู่ก่อนแสยะยิ้ม เงื้อมมือควักหลอดแก้วบรรจุเลือดสัตว์จากในเสื้อ กลิ่นคาวคละคลุ้งทันที เสียงหายใจของบางสิ่งในความมืดเริ่มถี่เร็วขึ้น... กระจกบนโต๊ะเกิดไอน้ำฝ้าราวกับมีลมหายใจร้อนจัดพ่นใส่ จากเงามืด ร่างของอาจารย์ ค่อย ๆ ขยับ เขาคลานออกจากใต้โต๊ะเหมือนสัตว์สี่ขา ผิวซีดขาวจนเห็นเส้นเลือดดำ ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาขาวโพลนไม่มีตาดำ เขี้ยวยาวโผล่พ้นริมฝีปากแห้งแตก "เลือด... ให้ฉัน..." ก่อนที่แวมไพร์จะพุ่งเข้าใส่ เฮนรี่ก็ปล่อยหลอดแก้วลงกับพื้น เสียงแก้วแตกสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ตุบ! แกร๊ก! หลอดแก้วแตกกระจาย เลือดไหลนองพื้น ครูผีดิบหยุดกึก ก่อนทรุดตัวลงไปคลานสูดดมเลือดเหมือนสัตว์หิวกระหาย สองมือแหลมยาวตะกุยพื้นเลอะเลือดเหมือนกำลังควานหาเศษสุดท้าย เฮนรี่ฉวยโอกาสก้าวถอยออกห่าง ดวงตาเขามืดลงด้วยความเย็นชา “...คุณไม่เหลือความเป็นครูแล้ว” ร่างอาจารย์ผีดิบเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เลือดเลอะปากเป็นทาง เขาคำรามต่ำ เสียงเหมือนกระดูกขยับในช่องอก ทันใดนั้น ผ้าม่านด้านหนึ่งขยับเบา ๆ ด้วยลมที่ไม่ควรมี... เงาร่างคล้ายคนตัวสูงโผล่จากมุมมืด เฮนรี่รู้ทันทีว่า มันไม่ใช่คนอีกต่อไป เขาสะบัดชายเสื้อคลุม หายวับจากตรงนั้นเหมือนละลายไปกับอากาศ ในรถที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ เอ็ดเวิร์ดนั่งอยู่เบาะหน้า มือข้างหนึ่งกำแน่นราวกับรู้ล่วงหน้า “มันเริ่มแล้ว” เขาพึมพำ อลิสที่นั่งข้าง ๆ หันมามองด้วยแววตากังวล ก่อนจะเห็นเฮนรี่เดินออกมาจากเงาไม้ริมประตูหลังอาคาร ใบหน้าเขากลับคืนเป็นนักเรียนธรรมดาอย่างแนบเนียน แต่ในแววตายังมีเงาความสยองสะท้อนอยู่ “เขาไม่รอดหรอก” เฮนรี่พูดเสียงเบา ก่อนขึ้นรถแล้วปิดประตูช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงสายลมพัดผ่านราวกับมีบางสิ่งตื่นจากหลับใหล “กลับบ้านกันเถอะ ใกล้มืดแล้ว ไม่ปลอดภัย” เฮนรี่พูดเรียบ ๆ แต่แววตายังไม่คลายระแวง เอ็ดเวิร์ดหันมามองเขา สีหน้าจริงจัง “นายไม่เป็นไรแน่นะ?” เฮนรี่ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางยกมือเช็ดคราบเลือดจากชายเสื้อ “มันไม่มีแรงแม้แต่จะกัดผม... แต่กลิ่นในห้องนั้น เหมือนมีอะไรมากกว่าหนึ่ง...” คำพูดของเขาลอยค้างในอากาศเย็น ๆ ที่เริ่มเปลี่ยนสีด้วยแสงโพล้เพล้ พวกเขาออกรถอย่างไปท่ามกลางบรรยากาศสลัว และเร่งเครื่องออกเดินทาง ฝ่าความเงียบของถนนสายเปลี่ยวในยามเย็น เมื่อถึงหน้าบ้านของอลิส เฮนรี่หยุดรถ เธอหันมามองทั้งสองด้วยแววตากังวลที่ปิดไม่มิด “พรุ่งนี้เจอกันนะ อลิส” เอ็ดเวิร์ดยิ้มบางให้เธอ อลิสมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเบา “…ขอให้ปลอดภัยจนถึงวันพรุ่งนี้นะ" เอ็ดเวิร์ดยักไหล่ หัวเราะเบา ๆ พลางตอบ “พูดเหมือนกลัวว่าผมจะไม่รอดคืนนี้แน่ะ” แสงโคมหน้าบ้านสะท้อนดวงตาของเธอวูบหนึ่งราวกับระยิบระยับ เมื่อเธอเข้าบ้านเรียบร้อย เฮนรี่ไม่พูดอะไรอีก เขาเร่งเครื่องทันที รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่ควรเป็นไปได้บนถนนเมืองธรรมดา วูบ! เพียงพริบตาเดียว รถก็แล่นเข้าสู่ถนนส่วนตัวอันมืดมิดใต้แนวสนดำ เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านแนวกระจกข้าง ตึกคฤหาสน์ตระกูลฮอลเลอร์ปรากฏขึ้นราวกับมันเติบโตขึ้นจากเงามืด ท้องฟ้าด้านหลังกลืนดวงอาทิตย์ไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงเงาสีเลือดคล้ำปกคลุมขอบฟ้า ทันทีที่รถหยุดลง เฮนรี่เปิดประตูออก เสียง กึก... ของรองเท้าบนลานหินสะท้อนกลับเหมือนมีเสียงเดินซ้อนกับเขา เอ็ดเวิร์ดเงยหน้ามองตัวคฤหาสน์ แสงไฟภายในส่องวูบวาบผ่านหน้าต่างชั้นบน เหมือนมีใครเดินผ่าน ทั้งที่ไม่ควรมีใครอยู่ก่อนหน้า “มีบางอย่างผิดปกติ” เอ็ดเวิร์ดว่าเบา ๆ เสียงจริงจังขึ้นทันตา เฮนรี่ไม่ตอบ แต่คว้าเสื้อคลุมจากเบาะหลังมาสวม แววตาเย็นชาฉายประกายพร้อมรับมือ แต่มีเพียงเสียงค้างคาว อีกามากมายที่บินวน ประตูหน้าคฤหาสน์ค่อย ๆ เปิดออกเอง โดยไม่มีใครแตะต้อง... เสียงบานพับดังเอี๊ยดยาวเหยียดเหมือนเชื้อเชิญเข้าสู่โลกอีกใบ เอ็ดเวิร์ดสูดลมหายใจเข้าลึก “คืนนี้คงยังไม่จบง่าย ๆ ใช่ไหม?" เฮนรี่ยิ้มบาง ๆ อย่างรู้คำตอบอยู่แล้ว “ไม่... คืนนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น อย่ากังวลไปเลย”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD