7 ปีผ่านไป ในคฤหาสน์ฮอลเลอร์
เอ็ดเวิร์ดมาอยู่ที่คฤหาสน์ฮอลเลอร์เกือบเจ็ดปีแล้ว ปัจจุบันเขาอายุสิบห้าปี วันนี้อีธานได้รับหน้าที่พาเอ็ดเวิร์ดและเฮนรี่ไปเรียนหนังสือตามคำสั่งของท่านฮิลล์ ผู้ซึ่งดูแลเอ็ดเวิร์ดประหนึ่งบุตรชายแท้ ๆ มาโดยตลอด ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เอ็ดเวิร์ดเริ่มตระหนักถึงพลังพิเศษที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง
เขาสามารถอ่านใจคนอื่นได้ และควบคุมธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ได้อย่างชำนาญ ฮิลล์จึงส่งเขาฝึกฝนอย่างเข้มงวด โดยมีอีธานคอยสอนการต่อสู้ และเฮนรี่ หลานชายของอีธาน รับหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมเรียนและผู้คุ้มกัน
เช้าวันเปิดเทอม บรรยากาศหน้าโรงเรียนเต็มไปด้วยนักเรียนใหม่และผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน อีธานหันไปกำชับเฮนรี่เสียงเข้ม
"ดูแลนายน้อยให้ดี อย่าให้ใช้พลังโดยไม่จำเป็น ที่นี่คือที่ของมนุษย์ ไม่ใช่ของเรา"
"รับทราบครับอา" เฮนรี่พยักหน้า ก่อนเดินตามเอ็ดเวิร์ดเข้าสู่โรงเรียนคิง เกรด 9
เมื่อเข้าห้องเรียน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเมื่อเอ็ดเวิร์ดก้าวเข้ามาพร้อมกับเฮนรี่ นักเรียนหลายคนมองด้วยสายตาแปลกใจ บางคนก็หัวเราะคิกคัก ทันใดนั้น เครื่องบินกระดาษลำหนึ่งก็พุ่งเข้ามาบาดลงบนใบหน้าเอ็ดเวิร์ดจนเลือดซึม เขาใช้มือแตะแผลพลางมองเศษกระดาษที่ตกอยู่กับพื้น เฮนรี่ต้องเบือนหน้าหนีเพราะกลิ่นเลือดนั้นกระตุ้นสัญชาตญาณของเขาอย่างรุนแรง
เสียงหัวเราะดังจากด้านหลังห้อง
"ฮ่า ฮ่า! นายน้อยเหรอ? พวกลูกแหง่ยังต้องมีบอดี้การ์ดด้วยเหรอ!"
เอ็ดเวิร์ดเงยหน้ามองต้นเสียง แต่ไม่ทันได้พูดอะไร หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับเด็กชายสองคนที่กำลังขว้างกระดาษบิลลี่กับอาร์โน
"หยุดเลยบิลลี่ ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไปแจ้งซิสเตอร์โรล่าว่านายเกเรอีกแล้ว!" เสียงของเธอมั่นคง หนักแน่น จนทั้งสองต้องหยุดลงอย่างหงุดหงิด
เอ็ดเวิร์ดมองเธอด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีเทาที่เหมือนมีหมอกบางล้อมรอบ เธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตา
"นายเด็กใหม่ใช่ไหม มานี่สิ ฉันจะพาไปห้องพยาบาล"
เสียงของเธอเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยน้ำใจ เอ็ดเวิร์ดยอมเดินตามโดยไม่ปริปากถามอะไร
“เธอเป็นหัวหน้าชั้นเหรอ?” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ ดวงตาของเขาจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าดวงตาสีเทาที่เหมือนมีม่านหมอกบาง ๆ ล้อมรอบ ใบหน้าคมละมุนแต่ดูเด็ดขาด ราวกับซ่อนบางสิ่งไว้ภายใต้รอยยิ้มเรียบเฉย
“ใช่ ฉันชื่อเอลิเซีย” เธอตอบเรียบ ๆ แล้วชำเลืองมองบาดแผลบนใบหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับสายตานั้นอ่านทุกความรู้สึกของเขาออกหมด
เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอเอื้อมมือส่งสำลีให้ นิ้วทั้งสองสัมผัสกันเบา ๆ เป็นความรู้สึกบางเบาที่สะท้อนในหัวใจของเอ็ดเวิร์ดรุนแรงเกินเหตุ
“เอ่อ ขอโทษครับ” เขาเอ่ยเบา ๆ แต่เสียงเหมือนติดอยู่ในลำคอ เอลิเซียไม่ตอบ เธอแค่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดเบา ๆ
“เรียกฉันว่าอลิสก็ได้นะ ง่ายดี” เสียงหัวใจเอ็ดเวิร์ดเต้นดังขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล.. เขายิ้มตอบ พร้อมกระซิบกลับ
“งั้น เรียกฉันว่า เทรย์... แค่เธอคนเดียว”
"แล้วเพื่อนนายไปไหน"
"เขาเป็นคนที่พ่อเราส่งมาดูแลน่ะ"
"โห... ถึงขนาดมีคนดูแล ครอบครัวนายคงใหญ่โตสินะ" เอ็ดเวิร์ดพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
"คฤหาสน์ฮอลเลอร์"
อลิสชะงัก ดวงตาเปลี่ยนไปชั่วขณะ ราวกับเธอกำลังครุ่นคิดบางอย่าง มือที่ถือสำลีก้านชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เสียงในใจของเธอดังแว่วขึ้น“แวมไพร์”
เอ็ดเวิร์ดได้ยิน... แต่เขาไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเธอสงสัยและหวาดระแวง แต่เขาไม่โกรธเลย เพราะรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของคฤหาสน์ฮอลเลอร์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องเล่าอันน่ากลัว
"เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาเอื้อมมือแตะแขนเธอเบา ๆ แต่เธอเบี่ยงตัวหนี
"ฉันไม่เป็นไร แค่...ต้องรีบกลับบ้าน นายก็กลับบ้านได้แล้วนะ"
อลิสพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องพยาบาลโดยไม่หันกลับมา เอ็ดเวิร์ดมองตามอย่างไม่เข้าใจ เฮนรี่เดินเข้ามาใกล้
"เธอมีกลิ่นหมาป่า" เฮนรี่กระซิบเบา ๆ
"หมาป่าเหรอ เธอไม่ใช่มนุษย์เหรอ"
เฮนรี่ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ถอนหายใจ เขาไม่สามารถเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับเอ็ดเวิร์ดได้...ยังไม่ถึงเวลา
//////***////
หลังเลิกเรียน แสงไฟอ่อน ๆ ยามค่ำคืนทอดผ่านแนวต้นไม้ที่เรียงรายอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เอ็ดเวิร์ดกำลังก้าวออกมาจากประตูอาคารเรียน ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับร่างของอลิสที่เดินผ่านหน้าเขาไปพอดีทั้งที่เธอบอกจะกลับบ้าน เขารีบก้าวเท้าตามอย่างไม่ลังเล
"อลิส! เดี๋ยวสิ..." เขาเอ่ยเสียงไม่ดังนัก แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก "เธอเป็นอะไรไป? ตั้งแต่ช่วยเราทำแผล เธอก็เหมือน...หลีกเลี่ยงเรา"
เธอหยุดเดินชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมามองเขา ดวงตานั้นฉายแววลังเล
"ฉันต้องรีบกลับบ้านจริง ๆ เทรย์" น้ำเสียงของเธอฟังดูเรียบ แต่มีบางอย่างซ่อนอยู่ เอ็ดเวิร์ดก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนเอื้อมมือจับข้อมือเธอไว้เบา ๆ
"เธอรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับครอบครัวเรากันแน" อลิสสะดุ้งน้อย ๆ แต่ไม่ผละมือออก ดวงตาของเธอสบตาเขาอย่างแน่วแน่
"ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจนายนะ... แต่ฉันแค่ไม่แน่ใจ ว่าฉันควรเชื่อใจนายได้หรือเปล่า"
คำพูดของเธอทำให้หัวใจเขาชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ความเงียบแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนราวกับช่วงเวลาทั้งหมดหยุดลง
ก่อนเสียงของเฮนรี่จะดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"คุณเอ็ดเวิร์ดครับ รถมาแล้วครับ" เอ็ดเวิร์ดละสายตาจากอลิสอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนผ่อนลมหายใจและส่งยิ้มบางให้เธอ
"อืม... พรุ่งนี้เจอกันนะ" น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แฝงความหวังไว้ในประโยคสั้น ๆ
เขาหวังว่า... วันพรุ่งนี้ เธอจะไม่หลบตาเขาอีก และเขาหวังว่า… เธอจะเปิดใจให้เขาในสักวันหนึ่ง
อลิสเดินก้มหน้าฝ่าลมเย็นยามเย็นที่พัดเอื่อย ๆ ไปตามทางขึ้นรถที่พี่ชายมารับกลับบ้าน เสียงฝีเท้าเธอกระทบพื้นถนนเบา ๆ ทว่าหัวใจกลับดังสะท้อนอยู่ภายในอกอย่างไม่เป็นจังหวะ
"คฤหาสน์ฮอลเลอร์... แวมไพร์งั้นเหรอ" เธอคิดในใจพลางกัดริมฝีปากแน่น
เธอได้กลิ่นบางอย่างจากเขา กลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นมนุษย์โดยสมบูรณ์ แม้เขาจะมีชีพจรและลมหายใจอุ่น แต่มันก็แฝงกลิ่นบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบาย
"แล้วทำไมฉันถึงไม่กลัวเขาเลย..."
เธอย้อนนึกถึงดวงตาคู่นั้น สายตาที่มองเธอด้วยความจริงใจไม่เสแสร้ง เขาไม่เหมือนแวมไพร์ตามที่พ่อเคยเตือน เขาไม่มีรังสีความอันตรายแบบที่เธอเคยพบในอดีต
"แต่ก็ไม่ใช่ว่า...เขาไม่มี" เธอเถียงกับตัวเองในใจ
อลิสรู้ดีว่าครอบครัวของเธอไม่ธรรมดาเช่นกัน เลือดหมาป่าในกายทำให้เธอรู้สึกไวกับพลังงานของเผ่าพันธุ์อื่น และแน่นอนว่าเธอไม่ควรเข้าใกล้พวกเขา ไม่ควรแม้แต่จะ...ไว้ใจ แต่ทำไม... แค่สัมผัสมือของเขา เธอกลับรู้สึกอบอุ่นเหมือนเคยรู้จักกันมานาน
"เขาอาจเป็นคนอันตราย... แต่บางที เขาก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากมีเพื่อน..."
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนมองทอดยาวไปยังรถพี่ชายที่จอดรอเธออยู่ ท้องฟ้าสีเทาอ่อนของค่ำคืนวันนี้
"อย่าหวั่นไหวนะอลิส... ถ้าเขาเป็นภัย เขาต้องถูกกำจัด" น้ำเสียงของพ่อดังก้องในความทรงจำ
แต่ใจของเธอกลับบอกว่า… เธอไม่อยากให้เขาเป็นศัตรูเลย