Toxic | เล่นละคร

1607 Words
กริ๊งงง กริ๊งงงงง~ “…ใครแม่งโทรมาตอนนี้วะ” โทบิยันตัวขึ้นนั่งปล่อยผ้าห่มตกลงไปกองที่เอว ใบหน้าของชายหนุ่มยุ่งเหยิงไม่ต่างจากผมของเขาที่ชี้ฟู เขายกมือขึ้นยีหัวก่อนจะตวัดตามองไปที่โทรศัพท์ของโรงแรมข้างหัวเตียงด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนที่เขาจะยกหูรับสายแล้วกรอกเสียงเข้มดุดันลงไป “ว่า” ร่างสูงฟังคนปลายสายพูดส่วนมือก็ควานหาโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาดูเวลา โทบิปิดเปลือกตาลงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนหัวเสีย “…โอเค ตัดบัตรเครดิตได้เลยส่วนต่างที่เพิ่มมา…อืม” เขาวางหูแล้วหันมองรอบตัว ตาคมมองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ระเริงรักกันเมื่อคืนคงออกไปจากโรงแรมได้สักพักแล้ว แหงแหละ ยัยนั่นเล่นปล่อยให้เขานอนจนเลยเวลาเช็กเอ้าท์มาเกือบชั่วโมง ถ้าพนักงานของโรงแรมไม่โทรมาปลุกมีหวังได้จ่ายค่าห้องอ่วมแน่… พรึบ! ชายหนุ่มกระชากผ้าห่มออกจากตัว เขาเหวี่ยงมันทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วเดินล่อนจ้อนปล่อยให้ลูกชายห้อยแกว่งไปตามแรง โทบิหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนที่เขาจะกลับออกมาแล้วเปิดประตูออกจากห้องไปเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองที่อยู่อีกห้องหนึ่งข้าง ๆ กัน “…ยังไงก็คุ้มล่ะวะ แต่ดูจะแสบไม่ใช่เล่นเลย” ปากหนาพึมพำถึงสาวสวยผมบลอนด์ที่ดูจะอัพเลเวลความแสบขึ้นจากเมื่อก่อนมามากโข แม้จะรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวที่ได้ปลดปล่อยแต่ก็คาดไม่ถึงว่าฮารุจะหายตัวไปแล้วทิ้งให้เขาจ่ายค่าที่พักราคาแพงหูฉี่แบบนี้… สนามบิน “เหลือเวลาอีกตั้งสามชั่วโมงไปหาอะไรกินก่อนได้ปะ หิวอะ” มาร์ตินหันไปมองเพื่อนสาวตัวเล็กที่กำลังยืนกอดแขนเขาแล้วจีบปากจีบคอทำหน้าตาออดอ้อนน่าขนลุกส่งมาให้ ชายหนุ่มยังแปลกตาไม่หายที่ฮารุใส่เสื้อผ้ามิดชิดคลุมร่างกายไม่ต่างจากมัมมี่แดนอียิปต์ ทั้ง ๆ ที่อากาศภายในประเทศร้อนระอุไม่ต่างจากประเทศไทยเลยสักนิดเดียว “พูดดี ๆ ก็ได้ไม่ต้องอ้อนกัน…แล้วนี่ไม่ร้อนเหรอวะ เอาไอ้ผ้าพันคอออกไปซิ!” เพี๊ยะ! “…คือฉันร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนจะไม่สบายน่ะ เลยต้องทำคอให้อุ่นหน่อย” ฮารุรีบปัดมือเพื่อนตัวสูงออก เธอกระชากผ้าพันคอกลับคืนแล้วพันมันให้เข้าที่เข้าทางตามเดิม ขืนไม่พันไว้มีหวังมาร์ตินคงเห็นตั้งแต่ดาวอังคารว่าเธอไปมีความสัมพันธ์สวาทสุดป่าเถื่อนกับผู้ชายมาน่ะสิ เพื่อนแต่ละคนที่สนิทกันยิ่งช่างสังเกตอยู่ นึกแล้วก็น่าหงุดหงิด ทำไมเขาถึงได้ทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเธอเยอะขนาดนี้นะ! คิ้วเรียวย่นเข้าหากันเมื่อคนตัวเล็กนึกถึงโทบิขึ้นมา แต่ความหงุดหงิดก็จางลงทันตาเพราะอย่างน้อยเธอยังได้เอาคืนโดยการชิ่งออกมาจากโรงแรมแล้วปล่อยให้เขาเป็นคนจัดการค่าห้องทั้งหมด หึ รู้ซะบ้างว่าฉันไม่ใช่ยัยฮารุคนเดิมแล้ว! “ยืนยิ้มกับใครวะ? หรือไม่สบายจนหลอน…ไปกินข้าวกินยาไป” “…อ่อเปล่า ๆ” ฮารุหุบปากลงเมื่อมาร์ตินเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น เธอรีบปฏิเสธแล้วลากแขนเพื่อนแอ๊บแมนเข้าไปในร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดทันที “นั่งตรงนี้แหละเนอะ ชอบดูเวลาคนเดินผ่านไปผ่านมา” “แล้วแต่เลยครับผม” มาร์ตินตอบเมื่อเห็นฮารุชี้นิ้วไปที่โต๊ะริมทางเดิน มันหันหน้าออกไปหน้าร้านทำให้เห็นผู้คนที่กำลังเดินไปยังเกตต่าง ๆ อยู่ตลอด สาวสวยไม่รอข้าตรงดิ่งไปหย่อนตัวนั่ง เธอส่งเมนูให้เพื่อนสนิทแล้วสั่งอาหารกับพนักงานทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดนาน ทั้งเธอและมาร์ตินใช้เวลารออาหารไม่ถึงสิบนาทีเมนูที่เพิ่งสั่งไปก็ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้า สองหนุ่มสาวเริ่มลงมือรับประทานอาหารพร้อมกันโดยที่ทั้งคู่สลับกันชิมอาหารในจานของอีกฝ่ายอย่างที่ทำเป็นประจำตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษ “…คนเดียว” “เมนูค่ะ” เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นข้างตัวพร้อมเสียงของลูกค้าผู้ชายกับเสียงพนักงานสาวที่พูดคุยกันทำให้ฮารุที่กำลังเคี้ยวข้าวด้วยความเอร็ดอร่อยจำต้องหันไปมองที่นั่งข้าง ๆ อิ๊บอ๋ายแล้ว… นัยน์ตาสวยเบิกโตขึ้น ทันทีที่เธอหันหน้าไปสายตาก็ประสานเข้ากับตาคมของโทบิที่เขาก็กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน ร่างสูงไม่ได้ตกใจเพราะเขาเห็นฮารุตั้งแต่แรกเลยเลือกเดินเข้ามาในร้าน สิ่งที่เขาสนใจคงหนีไม่พ้นหนุ่มลูกครึ่งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนตัวเล็กมากกว่า ยัยนี่มีแฟนแล้วงั้นเหรอ? มันจะไม่แสบไปหน่อยเหรอวะ… “ไม่กินไง หรือไม่ชอบ?” “อะ เอ่อ…ชอบ ๆ” ฮารุหันกลับไปหาเพื่อนแล้วตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก เธอทำเป็นไม่เห็นโทบิแล้วทำทีกระหนุงกระหนิงกับมาร์ตินเพราะค่อนข้างมั่นใจว่ารายนั้นต้องคิดว่าเธอกับมาร์ตินเป็นแฟนกันแน่ ๆ “…อยากชิมอันนั้นอะ ขอคำนึงดิ” เธอจงใจเอ่ยขอเสียงหวานแล้วหันไปหามาร์ติน ทำเอาเพื่อนแอ๊บแมนแสดงความตกใจผ่านสายตาจนหญิงสาวต้องส่งมือไปหยิกเข้าที่เอวของมันแล้วส่งซิกแทนการพูดให้เพื่อนสนิทช่วยตามน้ำไปกับเธอก่อน “…ได้สิ อ้าปาก อ้ามมม” “อื้มม อร่อยอะ ไม่รู้เพราะคนป้อนรึเปล่า” ฮารุยิ้มตาหยีแม้ผู้ชายที่เธอนั่งหันหลังให้จะไม่เห็นก็ตาม คนตัวเล็กค่อนข้างมั่นใจว่าโทบิกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของเธอกับมาร์ตินอย่างแน่นอน “หมดแล้ว อิ่มรึเปล่า อยากกินอะไรเพิ่มไหมครับ?” “…อืม ไม่ดีกว่าเดี๋ยวอ้วน ขอบคุณนะคะ” เธอส่ายหน้าปฏิเสธแล้วสอดแขนไปคล้องแขนมาร์ตินก่อนจะแนบแก้มลงไปถูไถ ถ้าสังเกตดี ๆ คงเห็นว่าเพื่อนชายของเธอขนแขนลุกซู่อยู่ ครืดดด~ เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกพร้อมโทบิที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินออกไปจ่ายค่าอาหารแล้วลากกระเป๋าเดินทางตรงไปที่เกตโดยไม่ได้หันมามองหรือสนใจสาวผมบลอนด์ที่กำลังนั่งออเซาะผู้ชายอย่างประเจิดประเจ้ออีก “…ใครอะ?” มาร์ตินถามเมื่อเห็นฮารุมองตามผู้ชายหน้าตาดีที่นั่งกินข้าวข้างกันไปสุดสายตา หนุ่มลูกครึ่งชะเง้อคอมองตามและรับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนั้นกับเพื่อนของตนต้องรู้จักกันแน่นอน “เอาไว้ว่าง ๆ ฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้แกช่วยแอ๊บเป็นผัวฉันไปก่อนนะมาร์ตินนะ พลีสสส~” ฮารุถูมือเอ่ยปากขอร้องให้เพื่อนตัวเองช่วยเล่นละครไปด้วยกันก่อน เธอมองมาร์ตินด้วยแววตาอ้อนวอนก่อนที่หนุ่มลูกครึ่งจะพยักหน้าตกลงเพราะเข้าใจว่าผู้ชายคนนั้นคงเป็นคนที่มาตามวอแวเพื่อนสาวของตน ลางสังหรณ์ของคนตัวเล็กมันบอกว่าเธอกับโทบิต้องบินกลับไทยไฟล์ทเดียวกันแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วเธอต้องสวมบทบาทเมียมาร์ตินให้ถึงที่สุด เขาจะได้รู้ว่าเธอน่ะมันสาวฮอตตัวจริง! สองชั่วโมงหลังจากนั้น “เซียกับจีน่าถึงไทยแล้ว บอกด้วยว่าอยากกินข้าวกับนายอีก” ฮารุหันแชตให้เพื่อนที่เดินตามหลังดู เธอเช็กข้อความที่เพื่อนสนิททั้งสองคนเพิ่งส่งเข้ามาหลังจากที่สองคนนั้นได้ไฟล์ทเช้ากว่าเลยเดินทางถึงประเทศไทยก่อน “เอาดิ ว่างตรงกันวันไหนก็นัดเลย” “…ที่นั่งคุณผู้หญิงตรงนี้ค่ะ ติดกันเลยค่ะ” ฮารุเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือแล้วส่งยิ้มให้แอร์สาวที่พาเธอมาส่งยังที่นั่งชั้นธุรกิจ ร่างบางเตรียมจะหย่อนตัวลงแต่ตาดันไปเห็นผู้ชายอีกคนที่นั่งถัดไปด้านหลังเสียก่อน หมับ! “…เค้านั่งข้างในนะ อยากนอนพิงไหล่” คนตัวเล็กยื่นมือไปจับต้นแขนมาร์ตินแล้วออกแรงบีบเบา ๆ ฮารุพยายามสื่อสารผ่านสายตาพลางเอานิ้วจิ้มต้นแขนล่ำ ๆ ของเพื่อน มาร์ตินที่หัวไวไม่ต่างเข้าใจในทันทีเลยคลี่ยิ้มหวานส่งกลับมาให้ “ได้สิ ได้หมดเลยครับ” “ขอบคุณค่ะ” โทบิมองสองหนุ่มสาวพูดจาอี๋อ๋อจนน่าหมันไส้ เขาหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเพราะรำคาญเกินกว่าจะทนดูต่อได้แต่เสียงฮารุก็ยังดังแทรกเข้ามาในหูอยู่ดีจนหนุ่มหล่อจำต้องมองลอดไปด้านหน้า มันมีช่องเล็ก ๆ ให้เขาได้สอดส่อง “สบายจัง~” “เอาเครื่องดื่มหรือของกินเล่นหน่อยไหม?” “ไม่อาววว” “เฮ้อ!” โทบิจงใจพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง เขายกแขนขึ้นกอดอกแล้วเหวี่ยงขายืดไปข้างหน้าจนมันกระแทกเข้ากับที่นั่งของฮารุด้วยความตั้งใจของเขาเอง “…ขอโทษด้วยครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขอโทษตามมารยาทก่อนจะเบี่ยงตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วทิ้งหัวพิงเตรียมเอนตัวลงนอน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD