“ขอบคุณครับ…เล่ามาเรื่องผู้ชายคนนั้นอะ”
มาร์ตินเอ่ยขอบคุณพนักงานที่เพิ่งเดินเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ตนแล้วหันหัวขวับไปหาสาวสวยผมบลอนด์ข้างตัวทันที
“…อ๋อ”
เสียงฮารุไม่ดังมากนักเธอพูดเพียงเท่านั้นแล้วชะเง้อคอมองรอบตัวเพื่อเช็กให้แน่ใจอีกทีว่าเซียกับจีน่ายังมาไม่ถึง พอมั่นใจแล้วถึงได้ยอมเปิดปากหันไปเล่าเรื่องราวของเธอกับโทบิในอดีตให้เพื่อนแอ๊บแมนฟัง
“เรื่องก็ประมาณนี้แหละ”
ฮารุร่ายยาวไปหลายนาที ทันทีที่พูดจบคนตัวเล็กก็ถอนหายใจออกมาพลันส่ายหน้าให้กับความน่าอายของตัวเองในอดีต ก่อนที่เธอจะบินไปเรียนต่อต่างประเทศ
“…นอนกับผู้ชายคนนั้นแล้วใช่ไหม?”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นเมื่อมาร์ตินถามออกมาแบบนั้น ทำเอาฮารุถึงกับไปไม่เป็นนั่งนิ่งไม่ต่างจากคนเป็นใบ้
“ไม่ตอบแปลว่าใช่สินะ”
“นายรู้ได้ไง?”
“แหม่ ถ้าไม่มีอะไรกันแกจะมาเล่นละครให้ฉันดูเหมือนผัวแก เพื่อให้เขาเห็นทำไมล่ะ”
“…ก็”
ฮารุอ้ำอึ้งอย่างคนไปไม่เป็นมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันพลางปลายนิ้วก็เขี่ยกันไปมาเพราะเธอไม่มีอะไรจะแก้ตัว
“…จะให้ฉันช่วยแอ๊บเป็นหนุ่มที่แกกิ๊กกั๊กอยู่ล่ะสิ”
“นี่นายเป็นใครเนี่ย มีจิตหยั่งรู้เหรอ?”
ปากเล็กอ้าค้างมองหนุ่มลูกครึ่งที่ดูจะอ่านเกมเธอออกหมดในเวลาอันสั้น คนตัวเล็กกระเถิบตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับมือมาร์ตินขึ้นมาลูบ
“ถ้าจะฉลาดขนาดนี้นายก็ช่วยเล่นละครไปกับฉันก่อนนะ ไม่ต้องตลอดเวลาแค่ตอนบังเอิญเจอหรือสถานการณ์จำเป็น…อะไรแบบนั้น”
“แล้วทำไมจีน่ากับเซียถึงรู้เรื่องนี้ไม่ได้”
มาร์ตินถามสวนกลับมาด้วยความสงสัย
“ก็ไม่เชิงว่ารู้ไม่ได้ แต่รออะไรหลาย ๆ อย่างเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยบอก”
“เค แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน?”
มาร์ตินมองฮารุถูหลังมือตัวเองไปมา หนุ่มลูกครึ่งท่าทางมาดแมนหรี่ตาลงเพื่อรอฟังสิ่งที่เพื่อนของตนกำลังจะเอ่ย
“…อืมม บัตรวีวีไอพีของไดนาไมต์โฮสต์คลับ น่าสนใจพอไหม?”
สาวผมบลอนด์พูดถึงบัตรสมาชิกแบบพรีเมียมของบาร์โฮสชื่อดังใจกลางกรุงที่ต้องใช้เครดิต และหน้าตาทางสังคมกับเงินในบัญชีจำนวนไม่น้อยแลกมา เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการเข้าใช้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
“ดีล!”
“น่ารักม๊ากกก!”
“…พวกแกเป็นเพื่อนกันแน่นะ!?”
“…”
ฮารุปล่อยมือทั้งสองข้างที่เธอเพิ่งส่งมันไปหยิกแก้มเพื่อนชายคนสนิทแล้วหันไปหาจีน่ากับเซียที่ตอนนี้สองคนนั้นกำลังยืนจ้องเธอกับมาร์ตินตาไม่กระพริบ
“มาตอนไหนเนี่ย ไม่เห็นได้ยิน”
“มาตอนที่แกกับมาร์ตินกำลังหยิกแก้มกันด้วยความเอ็นดูนั่นแหละ”
จีน่าตอบส่วนเซียก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมาร์ติน
“…ยังเป็นเพื่อนอยู่เพราะต่อให้ผีผลักก็คงจะช่วยกันถีบออก”
“ใช่”
ฮารุผงกหัวเห็นด้วยเป็นพัลวัน ระหว่างเธอกับมาร์ตินไม่มีทางเกินเลยกันแน่นอน มันน่าขนลุกเกินไป…
“…เค๊ ว่าแต่เมื่อวานหนุ่มที่ฉันนัดเดตให้ ผ่านปะ?”
ขวับ!
“…เอ่อ โอเคกับผีสิ หล่อรวยก็ใช่ โปรไฟล์ดีก็ใช่ แต่ติดเหยียดแล้วคิดว่าตัวเองเลิศเลอแบบนั้น ไม่ใช่สเปกอะ”
ฮารุหันไปยิ้มเจื่อนส่งให้หนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งหันขวับมามองเธอก่อนจะหันไปอธิบายถึงสาเหตุที่เมื่อวานตัวเองล่มเดตกับทิมแล้วเป็นฝ่ายชิ่งออกมา
“โอ้โห เพิ่งรู้เลยนะว่าแกนัดเดตกับหนุ่ม ๆ ด้วย”
“นั่นสิ อารมณ์ไหน?”
ใบหน้าสวยมองชายหนุ่มข้างตัวที่พูดออกมาเป็นคนแรกแล้วหันมองหน้าเซียเป็นคนถัดไป
“…ก็เหงา ๆ น่ะ เกิดมายังไม่เคยมีแฟนกับเขา เลยอยากลองดูบ้างไง”
“นี่! สองคนนี้อย่ามาใช้สายตากดดันเพื่อนคนสวยของฉันนะ ยัยฮารุสวยขนาดนี้จะปล่อยให้โสดได้ไง…ไม่ต้องห่วงแกมีฉันคอยซัพพอร์ตเต็มที่!”
จีน่ารีบกางปีกปกป้องเมื่อเห็นว่ามาร์ตินกับเซียดูจะไม่เห็นด้วยที่ฮารุเริ่มออกไปพบเจอผู้คน
“ระวังตัวละกัน เดี๋ยวงานจะเข้าเอา”
ฮารุทำตาปริบ ๆ เธอมองปากมาร์ตินที่เพื่อนของเธอกำลังย้ำแบบชัดถ้อยชัดคำให้เข้าใจกันแค่สองคน
“กินข้าวกันดีกว่า ๆ อาหารมาพอดีเลยยย”
สาวมั่นพราวเสน่ห์รีบหันเหความสนใจทุกคนมายังอาหารที่พนักงานกำลังทยอยวางลงบนโต๊ะ ทำให้ฮารุได้โอกาสสลัดความกดดันที่เซียกับมาร์ตินส่งมาให้แล้วเริ่มรับประทานอาหารตรงหน้าแทน
“อื้มม อร่อยเนอะ ใครเป็นคนเลือกร้านอะ?”
“…ยกความดีความชอบให้ตัวพ่อแห่งวงการอาหารเลยค่ะ”
ฮารุปล่อยช้อนแล้วผายมือไปทางหนุ่มลูกครึ่งข้างตัวที่หลงรักในการเสาะหาร้านอร่อยตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ
“อร่อยจริง…นั่น”
ทั้งสามคนมองตามสายตาสาวห้าวเมื่อเซียที่เพิ่งเอ่ยคำชมออกมาอยู่ดี ๆ ก็ชะงักปากไป ทำให้ฮารุที่กำลังส่งอาหารเข้าปากต้องชำเลืองตามองตาม เธอถึงเห็นว่าเป็นโทบิที่กำลังเดินเข้ามาในร้านพร้อมผู้หญิงสวยรูปร่างดีคนหนึ่งเดินควงแขนมาด้วยกันกับเขา
ระแวกนี้มันแคบแค่สองกิโลหรือยังไงนะ…
สาวผมบลอนด์คิดในใจก่อนที่ร่างสูงจะหันมาสบตากับเธอในขณะที่เขากำลังไล่ตามองรอบร้านเพื่อหาทำเลที่ดีที่สุด
“…ไม่เจอนานทรงยังร้ายไม่เปลี่ยนเลยว่ะ”
“จริง โครตจะเพลย์บอยทรงไม่เป็นมิตรต่อหัวใจ แต่น่าจะแซ่บสะท้านตรงหว่างขา”
เซียกับจีน่าพูดขึ้นเพราะทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้เจอกับโทบิอีกเลยตั้งแต่ที่รุ่นพี่อย่างเขาจบการศึกษาออกไปก่อน นี่เลยเป็นครั้งแรกที่ได้บังเอิญเจอกันในรอบหลายปี
“…”
ฮารุเป็นฝ่ายดึงตากลับ หญิงสาวทำทีเป็นไม่สนใจแม้ภายในใจจะมีความสงสัยใคร่รู้ไม่น้อยว่าผู้หญิงที่เขาเดินควงเป็นใครกัน
“ไม่กินข้าวกันรึไง เดี๋ยวชืดหมด”
ใบหน้าสวยพยักเพยิดให้เพื่อนของตนกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า โดยไม่ลืมจับมือมาร์ตินที่ถือช้อนข้าวค้างไว้ส่งเข้าปากเพื่อนชายไปด้วย ภาพที่โทบิเห็นไม่ต่างจากการที่ฮารุป้อนข้าวหนุ่มหล่อข้างตัว ดูกระหนุงกระหนิงเสมือนคนเป็นแฟนกัน
ทันทีที่ร่างสูงเห็นแบบนั้นเขาก็สาวขายาวเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างห่างจากโต๊ะของสามสาวรุ่นน้องไม่มากนักเพื่อที่เขาจะได้สังเกตพฤติกรรมฮารุจากด้านหลังของเธอ
“อี๋อ๋อชะมัดเลยอะ เดี๋ยวซบ เดี๋ยวป้อน หรือเลิกเป็นเสือไปแล้ว? นั่นแฟนรึเปล่านะ…”
จีน่าพูดพลางลอบตามองไปด้านหลังฮารุที่มีสองหนุ่มสาวนั่งป้อนข้าวกันไปมาหวานชื่นออกนอกหน้านอกตา
“จะไปสนใจทำไมล่ะ”
“…ฉันเห็นเขามองแกด้วยนะยัยฮารุดูน่าจะตะลึงไม่น้อยเลย แน่แหละเพื่อนฉันสวยขนาดนี้ เฮอะ!”
ฮารุมองจีน่าที่ดูท่าจะไม่ฟังคำปรามจากเซียเท่าไหร่ เธอยักไหล่อย่างคนไม่ใส่ใจแล้วหันไปคุยกับมาร์ตินแทน…
คอนโด
พรึบ!
“…หงุดหงิด”
ร่างบางสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวออก เธอลุกออกจากที่นอนแม้ว่าอีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืนแล้วก็ตาม สาวสวยเดินผ่านกระจกบานใหญ่แล้วหยุดยืนเพื่อมองสำรวจชุดนอนลูกไม้สีดำตัวสั้นที่ตัวเองใส่อีกครั้ง
“หวิว ๆ นี่แหละดี”
ฮารุเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วเปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง เธอก้าวขาไม่ถึงสิบก้าวเพื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูของห้องข้าง ๆ พลันจิ้มนิ้วกดออดเรียกคนในห้องทันที
“…นึกว่าจะไม่เปิดให้ซะอีก”
ฮารุมองโทบิเปิดประตูออกมา เขาอยู่ในเสื้อผ้าพร้อมนอนแถมหัวยังดูยุ่ง ๆ เหมือนคนเพิ่งลุกออกจากที่นอนมาไม่นาน ร่างสูงตรงหน้าทำเธอแปลกใจไม่น้อยที่เขาไม่มีท่าทางตกใจอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้
“มาอยู่นี่ได้ไง ตามฉันมา?”
“ตลก”
เธอกอดอกแล้วพยักเพยิดหน้าไปที่ห้องของตัวเองแทนการบอกเขาว่าเธอพักอยู่ห้องข้างกัน
“…แล้วมาทำไม”
โทบิถามเสียงทุ้มเขาวางมือจับขอบประตูแล้วไล่ตามองฮารุตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“ของขาด ขอเข้าไปหน่อย”
คนตัวเล็กพูดเพียงเท่านั้นก่อนที่เธอจะดันอกแกร่งแล้วแทรกตัวเองเข้าไปในห้อง โทบิหันหน้ามองตามแผ่นหลังของแขกไม่ได้รับเชิญ เขาดันประตูปิดแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับฮารุ…