ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องนั่งเล่นกว้างขวางของเพนท์เฮาส์หรู แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องนอกที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์เข้ามาสะท้อนให้เห็นควันบุหรี่ที่ลอยละล่องเป็นสาย
เรืองนิ่งเงียบอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างบอบบางของฝ้ายที่นอนขดตัวสะอื้นไห้อยู่ข้างกาย ชุดเดรสสีดำที่ขาดวิ่นและรอยแดงช้ำตามผิวเนื้อนวลเนียนเป็นหลักฐานชั้นดีของพายุสวาทที่เพิ่งผ่านพ้นไป นักล่าหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเอื้อมมือหนาที่หยาบกร้านไปลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก แต่ความหึงหวงที่ฝังรากลึกกลับมีอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่ง
"หยุดร้องได้แล้วฝ้าย... มึงก็รู้ว่ากูเกลียดน้ำตา"
เสียงทุ้มต่ำของเรืองเอ่ยขึ้นพยายามบังคับไม่ให้สั่นเครือ เขารวบร่างที่สั่นระริกของเมียเด็กเข้ามาแนบอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นกายสาวที่เขาโหยหาทำให้ใจที่แข็งกระด้างเริ่มอ่อนลง
"ที่กูทำไป... มึงควรจะรู้ว่ากูทำเพราะอะไร"
ฝ้ายเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมองชายที่เป็นทั้งเจ้าชีวิตและผู้มีพระคุณ
"ฝ้ายรู้คระว่าพี่เรืองหวง... แต่พี่เรืองทำเหมือนฝ้ายไม่มีค่า ทำเหมือนฝ้ายเป็นแค่สิ่งของที่พี่จะย่ำยีตรงไหนก็ได้ พี่เรืองรู้ไหมว่าฝ้ายเสียใจแค่ไหนที่พี่ไม่เคยเชื่อใจฝ้ายเลย"
เสียงสั่นพร่าของเธอตัดพ้ออย่างรุนแรง
"กูไม่ได้ไม่เชื่อใจมึงฝ้าย! แต่กูไม่เชื่อใจไอ้พวกผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้นที่มันมองมึง!"
เรืองคำรามในลำคอพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนฝ้ายรู้สึกถึงมัดกล้ามแกร่ง
"มึงจำไม่ได้เหรอว่ากูไปหิ้วมึงมาจากไหน? มึงจำวันที่กูบุกเข้าไปในซ่องนรกของไอ้ 'เสี่ยทรง' ได้ไหม วันที่มันกำลังจะส่งมึงขึ้นเตียงให้ไอ้แก่นั่น!"
คำพูดของเรืองทำให้ความทรงจำที่แสนโหดร้ายพรั่งพรูเข้ามาในหัวของฝ้ายราวกับทำนบแตก ภาพของเด็กสาววัยสิบแปดที่ถูกพ่อเลี้ยงใจโฉดหลอกมาขายเพื่อใช้หนี้พนัน ภาพของความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ที่เธอถูกขังไว้เพื่อรอการประมูลพรหมจรรย์
ในตอนนั้นเธอคิดว่าชีวิตของเธอจบสิ้นลงแล้ว จนกระทั่งเสียงพังประตูและการสาดกระสุนดังสนั่นหวั่นไหว เรืองในวัยหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยสักและแววตาฆาตกรบุกเข้าไปกลางดงมาเฟียเพียงเพื่อพาตัวเธอออกมาตามคำสั่งของ 'นายใหญ่' ในตอนนั้น แต่สุดท้ายเขากลับเลือกที่จะเก็บเธอไว้เอง... และสร้างเธอขึ้นมาใหม่ในฐานะ "ของส่วนตัว" ที่ใครก็ห้ามแตะ
"ฝ้ายไม่เคยลืมคระ... ฝ้ายไม่เคยลืมว่าพี่เรืองคือคนฉุดฝ้ายขึ้นมาจากนรก"
ฝ้ายซบหน้าลงกับอกกว้างสะอื้นไห้อย่างหนัก
"แต่ชีวิตใหม่ที่พี่มอบให้... มันก็เหมือนนรกอีกขุมหนึ่งที่พี่สร้างขึ้นมาเพื่อขังฝ้ายไว้คนเดียว พี่ให้ฝ้ายเรียนสูง ๆ ให้ฝ้ายทำงานดี ๆ แต่พี่กลับล่ามโซ่ฝ้ายไว้ด้วยความหึงหวงที่ไร้สติแบบนี้"
เรืองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของฝ้ายเหมือนมีดที่กรีดลงบนรอยสักพยัคฆ์ของเขา ใช่... เขาส่งเธอเรียนจนจบ ส่งเสริมให้เธอเป็นหัวหน้าโปรเจกต์ใหญ่ในบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำ แต่ลึก ๆ ในใจของนักล่าอย่างเขากลับหวาดกลัว หวาดกลัวว่าสังคมที่กว้างขึ้นจะทำให้ฝ้ายมองเห็นผู้ชายคนอื่นที่ดีกว่าเขา หวาดกลัวว่าความสวยงามที่เขาทะนุถนอมจะดึงดูดแมลงวันสกปรกอย่างไอ้ 'วิทย์' เข้ามา และเขาก็ยอมเสียเธอไปไม่ได้เด็ดขาด แม้จะต้องแลกด้วยความเกลียดชังของเธอก็ตาม
"กูยอมให้มึงด่าว่ากูใจร้าย ดีกว่ากูต้องเห็นมึงตกไปอยู่ในมือไอ้วิทย์!"
เรืองตะคอกเสียงดังพลางคว้าข้อมือเล็กของฝ้ายขึ้นมาจูบซับอย่างรุนแรง
"มึงไม่รู้หรอกว่าไอ้วิทย์มันวางแผนอะไรไว้ มันไม่ได้แค่อยากได้โปรเจกต์คอนโดนั่น แต่มันส่งคนมาสืบเรื่องอดีตของมึง มันรู้ว่ามึงเคยเป็นใครมาจากไหน และมันจ้องจะใช้เรื่องนี้ทำลายมึงเพื่อบีบให้กูถอย!"
ฝ้ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"คุณวิทย์... เขารู้เรื่องอดีตของฝ้ายเหรอคระ?"
"ใช่! มันรู้ และกูก็เพิ่งไปจัดการปิดปากสายของมันมาเมื่อวานซืน นั่นคือเหตุผลที่กูคลั่งตอนเห็นมึงไปยืนยิ้มให้มันในงานเลี้ยง!"
เรืองสบถหยาบโลนพลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความเครียด
"กูพยายามจะปกป้องมึงในแบบของกูฝ้าย ต่อให้มึงจะมองว่ากูมันสารเลว ขี้หึงจนเสียสติ แต่จำไว้ว่าทุกหยดเหงื่อ ทุกจังหวะที่กูกระแทกกระทั้นมึง มันคือความรักและความโหยหาที่กูมีให้มึงคนเดียว!"
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปจากความขัดแย้งกลายเป็นความเข้าใจที่แสนจะขมขื่น ฝ้ายเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเรืองถึงทำตัวเหมือนคนบ้าทุกครั้งที่เห็นเธออยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น เขาไม่ได้แค่หวงร่างกายเธอ แต่เขากำลังปกป้องความลับที่อาจจะทำลายชีวิตที่เขาสร้างมาให้เธอด้วยมือของเขาเอง
"ฝ้ายขอโทษคระพี่เรือง... ฝ้ายไม่รู้เลยว่าพี่ต้องแบกรับเรื่องพวกนี้ไว้"
ฝ้ายค่อย ๆ เลื่อนมือไปลูบไล้รอยสักที่ลำคอแกร่งอย่างอ่อนโยน
"ต่อไปฝ้ายจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ฝ้ายจะไม่ออกไปคุยกับใครลับหลังพี่อีก... อย่าโกรธฝ้ายเลยนะคระผัวขา"
คำเรียกขานที่แสนอ้อนวอนทำให้ไฟโทสะในใจของนักล่าหนุ่มมอดดับลงทันที
เรืองอุ้มร่างบางขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่อย่างทะนุถนอม เขาวางเธอลงบนฟูกนุ่มก่อนจะเดินไปหยิบกล่องยาและผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้เมียเด็กอย่างตั้งใจ สัมผัสที่นุ่มนวลผิดกับคนละคนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนทำเอาฝ้ายรู้สึกอบอุ่นจนลืมความระบม
"นอนพักซะฝ้าย พรุ่งนี้กูมีงานต้องเคลียร์กับไอ้วิทย์ให้จบทางธุรกิจ ส่วนมึง... ห้ามออกจากเพนท์เฮาส์นี้เด็ดขาดจนกว่ากูจะมารับเข้าใจไหม?"
"เข้าใจคระ... ฝ้ายจะรอพี่เรืองที่นี่นะคระ"
ฝ้ายพึมพำก่อนจะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ทิ้งให้เรืองนั่งจ้องมองเธออยู่ในความมืด แววตาของนักล่าจอมโหดยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ไว้ตลอดกาล
ไม่ว่าโลกภายนอกจะเลวร้ายแค่ไหน หรือเขาจะต้องกลายเป็นอสูรร้ายในสายตาเธออีกกี่ครั้ง เขาก็ไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงที่ชื่อฝ้ายคนนี้เด็ดขาด...