บรรยากาศยามสายภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้ากลับเงียบเชียบจนน่าใจหาย หลังจากที่เรืองก้าวเท้าออกจากห้องไปตั้งแต่รุ่งสางเพื่อไปสะสางบัญชีแค้นทางธุรกิจ ฝ้ายค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ยับยู่ยี่
ร่างกายของเธอรายล้อมไปด้วยรอยรักสีกุหลาบจางๆ ที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงบทลงโทษอันป่าเถื่อนของนักล่าจอมหึงเมื่อคืนนี้ เธอฝืนความระบมเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ความคิดในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำขู่ของไอ้วิทย์... เรื่องที่มันรู้ความลับในอดีตที่เธออยากจะฝังกลบมันไปชั่วนิรันดร์
"มันจะไม่มีวันจบสิ้นเลยใช่ไหม..."
ฝ้ายพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะปล่อยให้น้ำอุ่นจากฝักบัวไหลผ่านร่างกายที่บอบช้ำ
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของชายสองคนที่กำลังแย่งชิงอำนาจกัน โดยมีเธอเป็นเดิมพันที่แสนหอมหวาน หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ ฝ้ายเดินออกมาในห้องนั่งเล่นในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเรืองที่ยาวคลุมหน้าขา กลิ่นกายอ่อนๆ ของเขาที่ยังติดอยู่ที่เสื้อทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างอย่างประหลาด
เธอเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มแก้กระหาย แต่แล้วสัญชาตญาณบางอย่างที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยยังอยู่ในสลัมก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงักกะทันหัน... เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดังมาจากทางประตูหน้าห้อง
ทั้งที่เรืองกำชับนักหนาว่าจะกลับมาตอนค่ำ และรหัสผ่านห้องนี้ก็มีแค่เธอกับเขาที่รู้ หัวใจของฝ้ายเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นวูบวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเธอได้ยินเสียง 'คลิก' เล็กๆ จากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์บางอย่างที่กำลังแฮ็กระบบรักษาความปลอดภัยราคาแพงของเพนท์เฮาส์
"พี่เรืองเหรอคระ?"
ฝ้ายลองเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือพยายามข่มความหวาดกลัว แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝั่ง มีเพียงเสียงบานประตูที่ค่อยๆ แง้มออกกว้างอย่างช้าๆ ชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทสองคนปิดบังใบหน้าก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางคุกคาม นัยน์ตาของพวกมันวาวโรจน์ด้วยความหื่นกระหายเมื่อเห็นเหยื่อสาวในชุดเสื้อเชิ้ตหมิ่นเหม่ที่ยืนอยู่กลางห้อง
"อยู่นิ่งๆ นะน้องสาว... เจ้านายพี่แค่อยากเชิญน้องไปนั่งคุยด้วยเป็นการส่วนตัวนิดหน่อย อย่าทำให้พวกพี่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อเลยจะดีกว่า"
หนึ่งในพวกมันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางก้าวเข้ามาหา ฝ้ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบคว้ามีดปอกผลไม้เล่มเล็กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาถือไว้มั่น ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบจะยืนไม่อยู่
"อย่าเข้ามานะ! ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้นะ! ฉันจะแจ้งตำรวจ!"
ฝ้ายตะโกนลั่นพยายามถอยหนีจนแผ่นหลังพิงกับตู้เย็นขนาดใหญ่
"ตำรวจที่นี่ช่วยอะไรน้องไม่ได้หรอกจ๊ะ เพราะตอนนี้ผัวน้องกำลังโดนเจ้านายพี่ล่อไปติดกับที่ชานเมืองแล้ว... กว่ามันจะรู้ตัวว่าโดนแกง น้องก็ไปอยู่บนสวรรค์กับเจ้านายพี่ที่โกดังเก่าแล้วล่ะ!"
ชายชุดดำหัวเราะร่าอย่างย่ามใจก่อนจะพุ่งเข้าหาฝ้ายอย่างรวดเร็ว ฝ้ายพยายามกวัดแกว่งมีดในมือเพื่อป้องกันตัวอย่างสุดชีวิต แต่ทว่าเรี่ยวแรงของหญิงสาวบอบบางจะไปสู้กับนักล่าที่ถูกฝึกมาเพื่อฆ่าได้อย่างไร เธอถูกกระชากข้อมืออย่างแรงจนมีดร่วงลงพื้นเสียงดัง 'เคร้ง!' ก่อนที่มือหนาสกปรกจะปิดปากเธอไว้แน่นจนสำลัก
ฝ้ายดิ้นรนสุดแรงเกิด น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวและอับอายเมื่อมือของพวกมันเริ่มรุกรานลูบไล้ไปตามหน้าขาเนียน
"แหม... ขาวๆ แบบนี้ มิน่าไอ้เรืองมันถึงหวงนักหวงหนา ก่อนจะถึงมือเจ้านาย ขอพวกพี่ชิมลางก่อนสักนิดคงไม่เป็นไรมั้ง"
พวกมันพูดจาหยาบโลนพลางผลักเธอลงบนโซฟาหนังตัวยาวที่เธอเพิ่งโดนเรืองรังแกไปเมื่อคืน
ในวินาทีที่ฝ้ายสิ้นหวังและคิดว่าชีวิตนี้คงต้องพังพินาศลงอีกครั้ง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวที่ประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น!
'ปัง! ปัง! ปัง!'
ลูกบิดประตูที่ถูกแฮ็กกระจุยเป็นชิ้นๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของอสูรร้ายในคราบมนุษย์ที่ฝ้ายโหยหา... เรืองยืนอยู่ที่หน้าประตูในชุดสูทที่เปรอะเปื้อนเลือด นัยน์ตาคมกริบสีแดงก่ำไปด้วยโทสะที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด ในมือถือปืนพกกระบอกทมิฬเล็งมาที่พวกมันอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
"ปล่อยเมียกู... ไม่อย่างนั้นกูจะส่งพวกมึงไปลงนรกแบบไม่ได้ผุดได้เกิดเดี๋ยวนี้!"
เสียงของเรืองเย็นเยือกจนบรรยากาศในห้องติดลบ ชายชุดดำทั้งสองสั่นสะท้านด้วยความกลัวพวกมันรีบปล่อยตัวฝ้ายแล้วพยายามจะชักอาวุธขึ้นมาสู้ แต่เรืองเร็วกว่าปานสายฟ้า เขาเหนี่ยวไกส่งกระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่และหน้าขาของพวกมันคนละนัดจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น เสียงร้องโอดโว้ยด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วเพนท์เฮาส์หรู
เรืองเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต เขาไม่ได้สนใจคนร้ายที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความทรมาน แต่เขากลับพุ่งตรงเข้าไปรวบร่างของฝ้ายที่ทรุดลงกับพื้นเข้ามาในอ้อมกอดแกร่ง
"ฝ้าย! มึงเป็นอะไรไหม! พวกมันทำอะไรมึงหรือเปล่า!"
เรืองถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสำรวจร่างกายเธอด้วยความกระวนกระวายใจ
"พี่เรือง... ฮึก... ฝ้ายกลัว ฝ้ายคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้ว พี่เรืองช่วยฝ้ายทันจริงๆ ด้วย"
ฝ้ายซบหน้าลงกับอกแกร่งสะอื้นไห้อย่างหนัก ร่างกายสั่นงันงกจนเรืองต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแทบจะหลอมรวมกัน
"กูขอโทษฝ้าย... กูประเมินไอ้วิทย์ต่ำไป มันกล้าส่งหมาลอบกัดมาที่รังของกู!"
เรืองสบถหยาบโลนพลางปรายตามองไปที่คนร้ายที่เหลือด้วยสายตาฆาตกร เขาเดินไปที่คนร้ายที่กำลังนอนร้องขอชีวิตก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงบนแผลกระสุนอย่างรุนแรงจนพวกมันกรีดร้องลั่น
"ไปบอกเจ้านายมึง... ว่าพรุ่งนี้กูจะไปเผาบริษัทมันให้ราบเป็นหน้ากลอง! และชีวิตของมัน... กูจะค่อยๆ เลาะเนื้อออกทีละชิ้นที่มันบังอาจมาแตะต้องสมบัติของกู!"
เรืองสั่งให้ลูกน้องชายฉกรรจ์อีกสี่ห้าคนที่ตามมาข้างหลังลากตัวพวกมันออกไปจัดการ 'เคลียร์' ข้างนอกด้วยวิธีที่เขาไม่ต้องอธิบายให้ฝ้ายฟังเธอก็รู้ดีว่ามันคืออะไร เขาอุ้มฝ้ายกลับเข้าไปในห้องนอนใหญ่อย่างทะนุถนอม จัดแจงเช็ดน้ำตาและลูบปลอบขวัญเมียเด็กอย่างอ่อนโยน
"วันนี้มึงต้องอยู่ข้างๆ กูตลอดเวลาฝ้าย... กูจะไม่ปล่อยมึงให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ใครหน้าไหนที่มันจ้องจะพรากมึงไปจากกู มันต้องข้ามศพกูไปก่อน!"
ความหึงหวงในครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ใคร่ แต่มันคือการปกป้องชีวิตและดวงใจของนักล่าอย่างเรือง ฝ้ายมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาคมกริบของเขา... เธอรู้ดีว่าจากนี้ไป
พันธนาการรักของเรืองจะยิ่งรัดตึงจนเธอไม่มีวันหลุดพ้น และเธอก็เต็มใจที่จะถูกขังอยู่ในกรงแห่งสวาทที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ตลอดไป...