แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องกระทบผิวน้ำทะเลจนเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรพลอยที่ถูกโปรยไว้ทั่วอันดามัน เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งดังสนั่นหวั่นไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เรืองก้าวเท้าลงบนทรายขาวละเอียดที่นุ่มนวลราวกับแป้งหอม ในอ้อมแขนแกร่งมีร่างบอบบางของฝ้ายที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าขนหนูสีขาวเพียงผืนเดียว นัยน์ตาคมกริบของนักล่าจอมโหดจ้องมองใบหน้าหวานที่ยังคงหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการศึกหนักเมื่อคืน
"ตื่นได้แล้วฝ้าย... มึงจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน!"
เรืองเอ่ยเสียงทุ้มต่ำพลางวางร่างบางลงบนโขดหินใหญ่ที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นมะพร้าวริมชายหาด ฝ้ายสะดุ้งสุดตัวลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ ลมทะเลที่พัดผ่านร่างกายทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"พี่เรือง... ฮึก... พาฝ้ายลงมาทำไมที่นี่คระ ฝ้ายหนาว"
ฝ้ายอ้อนวอนเสียงแหบพร่าพยายามรวบผ้าขนหนูให้ปิดบังร่างกายที่ชอกช้ำ นัยน์ตาคู่สวยพร่ามัวไปด้วยแสงแดดที่จ้าจนเกินไป
"หนาวเหรอ? งั้นกูจะทำให้มึง 'ร้อน' จนลืมความหนาวไปเลย!"
เรืองแสยะยิ้มร้ายก่อนจะจัดการกระชากผ้าขนหนูผืนเดียวของเธอทิ้งลงบนพื้นทรายอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวผ่องตัดกับสีของโขดหินและน้ำทะเล รอยรักสีกุหลาบทั่วตัวเธอยิ่งดูเด่นชัดเมื่อต้องแสงตะวันยามเช้า
เรืองไม่รอช้าเขาจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักพยัคฆ์ดุดันยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ
เขาควักแก่นกายที่แข็งขึงปูดโปนขยายใหญ่จนน่ากลัวจากการถูกปลุกเร้าด้วยบรรยากาศ Outdoor ขึ้นมาอีกครั้ง เขาจับเรียวขาคู่สวยของฝ้ายให้แยกออกกว้างก่อนจะดันให้แผ่นหลังเนียนแนบสนิทกับพื้นผิวขรุขระของโขดหิน
"อ๊ะ! พี่เรือง... มันเจ็บคระ หินมันคม"
ฝ้ายร้องประท้วงด้วยความเสียวซ่านผสมปนเปไปกับความเจ็บปวด
"เจ็บสิมึงจะได้จำ! จำไว้ว่าที่นี่คือเกาะของกู ทะเลของกู และมึงก็เป็นสมบัติของกูเพียงคนเดียว!"
เรืองคำรามลั่นพลางก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงอย่างหื่นกระหาย ลิ้นร้อนตวัดเลียยอดอกแดงก่ำอย่างรุนแรงท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง 'ซ่า! ซ่า!' ราวกับจะช่วยกลบเสียงครางสวาทของคนทั้งคู่
เรืองจับแก่นกายแกร่งที่ร้อนระอุจ่อเข้าที่ปากทางรักที่แดงช้ำและเปียกชื้นไปด้วยน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่รอช้าที่จะโถมแรงกระแทกความต้องการเข้าไปในคราวเดียวจนสุดโคนทางรักท่ามกลางลมทะเลที่พัดแรง
"พั่บ! พั่บ! ปึก!"
เสียงเนื้อกระทบกันประสานไปกับเสียงน้ำทะเลดังกึกก้องไปทั่วบริเวณหาดส่วนตัว ฝ้ายเบิกตากว้างกรีดร้องระงม
ร่างกายบอบบางบิดเกร็งเมื่อถูกเติมเต็มอย่างหนักหน่วงจนจุกไปถึงท้องน้อย ความร้อนจากกายชายหนุ่มฉีดพล่านเข้าไปในตัวเธอจนฝ้ายรู้สึกเหมือนมดลูกจะสั่นสะเทือนไปตามจังหวะคลื่น นักล่าจอมโหดไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ เขาเริ่มซอยสะโพกสอบด้วยจังหวะที่โหดดิบและเร็วรี่ราวกับพายุทอร์นาโด
'ตับ ตับ ตับ!'
"จุกไหมฝ้าย! บอกกูมาสิว่าโดนกูเอาท่ามกลางแดดจ้าแบบนี้มึงเสียวแค่ไหน!"
เรืองคำรามลั่นพลางโน้มตัวลงไปบดจูบอย่างหยาบโลน ลิ้นร้อนรุกรานสำรวจโพรงปากหวานอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทุกครั้งที่เขากระแทกเน้นลงมามันโดนจุดกระสันของเธอเข้าอย่างจังจนฝ้ายกระตุกเกร็งหลั่งน้ำหวานออกมาผสมกับไอเค็มของทะเล
เขาเปลี่ยนท่วงท่าให้เธอมาหมอบคลานบนหาดทรายขาวละเอียดที่เปียกชื้นจากน้ำทะเลที่ซัดขึ้นมาถึง แล้วรุกรานจากทางด้านหลังอย่างรุนแรง เรืองจิกเส้นผมยาวสลวยของฝ้ายให้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างและทะเลคราม
"มองไปที่ทะเลสิฝ้าย! มองดูว่ากูกำลังตีตราจองมึงไว้ท่ามกลางธรรมชาตินี่แหละ! มึงเป็นของกู... ของกูคนเดียวชั่วนิรันดร์!"
คำพูดหยาบโลนของนักล่าหนุ่มยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายฝ้ายให้พุ่งพล่าน เธอสะบัดสะโพกวนรับความยิ่งใหญ่ของเขาอย่างลืมความอับอายกลางแจ้ง ทรายเม็ดละเอียดที่เกาะตามผิวเนื้อยิ่งเพิ่มสัมผัสที่เสียดสีจนเสียวซ่านเกินจะบรรยาย เสียงเนื้อกระทบกัน
'ตับ ตับ ตับ!'
ประสานไปกับเสียงหายใจหอบพร่าที่ดังระงมไปทั่วชายหาดร้าง
"พี่เรือง... ผัวขา... แรงอีกคระ... เอาฝ้ายให้ตายคาทรายไปเลย... อ๊าาา!"
ฝ้ายร้องขอเสียงกระเส่า สติของเธอเลอะเลือนไปหมดแล้วเหลือเพียงสัญชาตญาณความต้องการที่ถูกอสูรหนุ่มปลุกเร้าจนถึงขีดสุดท่ามกลางแสงตะวัน
เรืองยิ่งได้ใจเขาสาวสะโพกเข้าออกด้วยความถี่ที่เหนือมนุษย์ แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาฝ้ายตัวลอยและหน้าไถไปกับทรายขาวนุ่ม จนในที่สุดร่างกายกำยำก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เขาคำรามลั่นประดุจสัตว์ป่าที่ได้ชัยชนะกลางสมรภูมิชายหาดแล้วปลดปล่อยลาวาร้อนสีขาวขุ่นฉีดเข้าไปในกายสาวจนล้นเอ่อออกมาอาบขาเนียนและพื้นทรายที่เปียกชุ่ม
เรืองยังไม่ยอมถอนกายออก เขาซบหน้าลงกับแผ่นหลังเนียนที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายและหยาดเหงื่อ หอบหายใจรดรินใส่กันอย่างหนักหน่วงท่ามกลางเสียงคลื่นที่ยังคงซัดสาด
"จำไว้นะฝ้าย... ต่อให้เป็นดิน เป็นน้ำ หรือเป็นลมบนเกาะนี้... ทุกอย่างเป็นพยานว่ามึงเป็นเมียกู!"
ฝ้ายได้แต่พยักหน้าอย่างหมดแรงร่างกายสั่นระริกไม่หยุด เธอรู้ดีว่าเกมรักบนเกาะพยัคฆ์คำรามแห่งนี้ จะไม่มีวันจบลงง่ายๆ ตราบใดที่นักล่าคนนี้ยังโหยหาในตัวเธออย่างบ้าคลั่งเช่นนี้...
เขายังไม่หนำใจ เรืองอุ้มเธอลงไปกลางน้ำทะเลที่สูงระดับเอว ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักบทที่สองท่ามกลางเกลียวคลื่นที่ซัดสาดกาย ความเย็นของน้ำตัดกับความร้อนระอุของร่างกายทำให้ความเสียวซ่านพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เรืองกระแทกกระทั้นใส่เธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับจะประกาศให้ท้องทะเลได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือ "เจ้าหัวใจ" ของพยัคฆ์ร้ายอย่างเขาตลอดกาล...