Chapter 1
'ย้อนเวลากลับมาสิบสี่'
"ศิษย์พี่รองอดทนไว้"
เสียงใสหวานดังขึ้นพร้อมวงแขนที่โอบกระชับร่างบางในอ้อมแขนแน่น 'เจียเล่อ' ศิษย์น้องสี่แห่งสำนักฉงซานวางร่างของศิษย์พี่หญิงของตนลงบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้อย่างแผ่วเบา นางหันไปมองทางผู้เป็นอาจารย์ของตนที่กำลังต่อสู้อยู่กับเหล่าผีดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากหลุมด้วยมนต์ดำของมารงานศพ ไม่ว่าจะแทงจะฟันมันเท่าไหร่พวกมันก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ จะต้องตัดแขนตัดขาจนลุกคลานไม่ได้ถึงจะป้องกันพวกมันได้
"ศิษย์พี่รองท่านรออยู่ที่นี่ก่อนข้าจะรีบไปช่วยอาจารย์" เจียเล่อหันมากล่าวกับศิษย์พี่หญิงของตนก่อนจะพุ่งตัวมายืนเคียงข้างอาจารย์ของนาง
'เซินอี๋หมิง' อาจารย์ที่นางกราบไหว้ฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ดวงใจของนางกลับไม่ได้เคารพเขาอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับมีใจถลำลึกปฏิพัทธ์ต่อคนผู้นี้อย่างลึกซึ้งเกินจะหักห้ามใจ นางเสน่หาในตัวอาจารย์ของตนช่างเป็นศิษย์ที่บาปนัก แต่ก็ยอมตกนรกสิบแปดขุมเพื่อชดใช้กรรมขอแค่ยามมีชีวิตได้รักก็เพียงพอ
"อาเล่อไยเจ้าไม่อยู่เฝ้าศิษย์พี่รองของเจ้า" เซินอี๋หมิงหันมากล่าวกับนางเสียงเข้ม ใบหน้าหยกพิสุทธิ์หันมองไปทางศิษย์ลำดับสองของตนอย่างห่วงใย
"ศิษย์พี่รองแค่โดนข่วนเล็กน้อยเอง นางมิเป็นอันใดหรอกเจ้าค่ะ"
"แต่โดนผีดิบข่วนย่อมมิพิษเจ้ามิรู้หรือ"
"บาดแผลของท่านยังมากกว่านางเสียด้วยซ้ำ ไยท่านห่วงนางมากกว่าตัวท่าน มากกว่าตัวข้าหรือศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่สามเสียอีกเจ้าคะ"
"เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!"
"ท่านอาจารย์ระวัง!"
นางไม่ทันจะได้โมโหอะไรกับถ้อยคำร้ายกาจก็ต้องรีบพุ่งตัวเข้าไปหาอาจารย์ของตนก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปแล้วใช้ร่างกายน้อย ๆ บังฝ่ามือของมารงานศพเอาไว้จนมือสีดำทมิฬที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมยาวของมันแทงเข้ามาในอกของนางจนทะลุออกข้างหลัง นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างน้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้างพร้อมเสียงหัวเราะเยาะของมารร้าย
"อาเล่อ!" เซินอี๋หมิงตวัดปลายดาบของตนเองฟันแขนมารงานศพจนขาดกระเด็น มันร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนจะล่าถอยออกไปทิ้งซากแขนที่ยังคงคาอยู่กลางอกของเจียเล่อ ร่างอรชรโอนเอนลงในอ้อมแขนของอาจารย์ที่ตนรักแม้จะเจ็บปวดแต่ก็มีความสุขที่เขาแสดงอาการห่วงใยนางบ้าง
"เด็กโง่เจ้าทำอันใดรู้ตัวหรือไม่!"
"ท่านต่างหากที่ทำอันใด พอเป็นเรื่องของศิษย์พี่รองท่านก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลยหรือ แม้แต่อันตรายรอบตัวเช่นนี้ก็ยังเปิดช่องว่างให้มารร้ายเข้ามาโจมตีไม่สมเป็นท่านเลยเจ้าค่ะ"
เจียเล่อพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนล้า ปกติอาจารย์ของนางเก่งจะตายไปแต่พอเป็นเรื่องของศิษย์พี่รองมักจะทำอาจารย์เผลอไผลไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้เสมอราวกับต้องมนต์สะกด หญิงสาวกระอักเลือดออกมารับรู้ได้ว่าตนเองใกล้จะดับสูญแล้ว แสงของนางกำลังจะดับลงจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าเอ่ยความในใจออกไปจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก
"อาจารย์... เจียเล่อรักท่าน รักเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน"
"รักหรือ?" เซินอี๋หมิงขมวดคิ้ว
"ใช่เจ้าค่ะ"
"....." เซินอี๋หมิงนิ่งเงียบ ไม่กล่าววาจาอันใดออกมา แทนที่เขาจะมองใบหน้าของนางกลับหันไปมองศิษย์พี่รองที่นอนบาดเจ็บเพียงแผลข่วนอยู่ตรงนู้นเสียแทน
"ท่านรักข้ามิได้หรือ ทำไมต้องเป็นศิษย์พี่?"
"อาจารย์รักเจ้ามิได้ มะ... มิได้"
"มะ...แม้ตอนนี้ ตอนที่ข้ากำลังจะตาย ท่านก็ช่วยพูดโป้ปดให้ข้ารู้สึกดีมิได้หรือ?" น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง เจ็บกายนั้นเล็กน้อยลงเมื่อเทียบกับหัวใจที่รวดร้าวจนแทบแตกสลายในตอนนี้
"ข้าขอโทษเจ้า แต่ข้ามิอาจจะโป้ปดได้ ผู้เดียวที่อาจารย์ของเจ้ามีใจให้…" เซินอี๋หมิงไม่ได้พูดต่อแต่หันไปมองทางศิษย์พี่รอง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้หัวใจของนาง
หัวใจที่รักเซินอี๋หมิงมาตลอด
"อย่าติดค้างกันเลยอาเล่อ ดื่มน้ำแกงลืมเลือน ลืมอาจารย์ไปเสียเถิด ชาตินี้เราไม่มีวาสนาต่อกัน"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหัวใจของเจียเล่อก็แตกสลาย มันละเอียดเป็นผุยผงไปเสียแล้ว น้ำตาหยาดรินอาบแก้มที่เปื้อนไปด้วยเลือด ความเจ็บปวดทั้งกายและใจก่อนชีวาจะดับสิ้นทำให้นางตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อสรวงสวรรค์เบื้องบนให้เมตตา
'ขอให้เจียเล่อผู้นี้ได้ย้อนกลับไปแก้ไขความอัปยศของตนเองอีกครั้งเถิด อย่าให้ข้าต้องตายเช่นคนโง่เขลาในความรักเยี่ยงนี้เลย'
ลืมเลือนหรือ?
ตัดวาสนาต่อกันหรือ?
ได้!
ชาติภพหน้าข้าจะทำให้ท่านเซินอี๋หมิง!
"อึก!"
"...คะ...คอแห้งนัก"
เสียงใสหวานบ่นพึมพำในลำคอ เปลือกตาสวยขยับเปิดขึ้นพร้อมกะพริบถี่เพื่อพยายามปรับแสงตรงหน้า ร่างกายเผลอบิดขี้เกียจด้วยความคุ้นชินก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมตัว จนนึกอะไรบางอย่างออกพลันนัยน์ตาคู่สวยก็เบิกกว้างรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนในทันที
"...ขะ...ข้า ข้าตายแล้วหนิ!" ภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลพรั่งพรูเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ร้อยเรียงกันอย่างไม่มีทับซ้อน
นางตายในอ้อมแขนของเซินอี๋หมิง
แต่ตายพร้อมกับความรักที่โง่งมของตนเองเพียงลำพัง
แล้วนี่มันอะไรกัน นางอยู่ที่ไหน?
"คุณหนูรองท่านฟื้นแล้ว"
เสียงใสหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ของสาวใช้วิ่งเข้ามาในห้องอย่างร่าเริง เจียเล่อหันไปมองพลันนัยน์ตากลับเบิกกว้างอีกครั้งพร้อมทั้งขยับตัวหนีข้ารับใช้ผู้นั้นด้วยความตกใจและหวาดกลัวเล็กน้อย
"...ละ...หลัน หลันลี่จิง จะ...เจ้า เจ้าตายแล้วหนิ"
"...ตะ...ตาย ตายหรือเจ้าคะ ขะ...ข้า ข้ายังมิตาย"
เจียเล่อจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง นางจำได้แม่นยำว่า 'หลันลี่จิง' สาวรับใช้ข้างกายนางผู้นี้ตายไปแล้วเมื่อประมาณสองปีก่อนจากโศกนาฏกรรมศาลเจ้ามู่ชิง
หรือว่า!
ร่างเล็กรีบพุ่งตัวไปยังคันฉ่องในทันทีก่อนจะส่องดูดวงหน้าของตน ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่นางตกใจหลังจากฟื้นขึ้นมาแต่ครั้งนี้ก็นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ดวงหน้าในคันฉ่องตอนนี้มันอ่อนเยาว์มาก มันไม่ใช่นางที่อายุสิบแปดปีอีกแล้ว แต่มันคือนางที่อายุสิบสี่ถึงสิบห้าปีเท่านั้น มันคือนางในวัยแรกรุ่น ยังเป็นดรุณีแรกแย้มที่เพิ่งเปล่งช่อดอกออกใบ ยังเป็นเพียงคุณหนูน้อยสกุลเจียเท่านั้น
"...ปะ...ปีนี้ ปีนี้ข้าอายุเท่าไหร่อาจิง" นางหันไปถามข้ารับใช้ที่อายุน้อยกว่าตนหนึ่งปี
"สิบสี่เจ้าค่ะ"
"...สะ...สิบสี่หรือ"
หญิงสาวถึงกับนิ่งงันเหมือนถูกสาป ร่างกายไม่ขยับจนลมหายใจแทบหยุดตามไปด้วย มิคิดมิฝันว่าคำขอพรก่อนตายจะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ สวรรค์เมตตานางจริง ๆ มอบชีวิตใหม่ให้อีกครั้ง ชีวิตที่ได้เลือกทางเดินใหม่ถึงจะตกใจและประหลาดใจพิลึกแต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะต้องเก็บเอามาใส่ใจตรงไหน
มันจะอัศจรรย์ใจเพียงใดก็ช่างเถิด เรื่องของสวรรค์มนุษย์มิเข้าใจหรอก แต่ในเมื่อได้โอกาสอีกครั้งหนึ่งนางก็จะทำมันให้ดีที่สุดเช่นกัน
สิบสี่อีกครั้งหรือ หึ! ดียิ่งนัก
"ฮ่ะ ๆ"
เสียงหัวเราะดังกึกก้องออกมาจากร่างอรชรในชุดผ้าไหมชั้นดีที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจจนออกนอกหน้า ตอนนี้นางได้ย้อนเวลากลับมาช่วงวัยสิบสี่ปี วัยที่ยังไม่ได้เลือกอาจารย์ นี่มันเมตตาจากสวรรค์แท้ ๆ นางวิ่งพรวดออกมาจากห้องก่อนจะยืนกลางแจ้งแล้วแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ร้องตะโกนก้องแบบไม่สนใจสายตาผู้ใดทั้งนั้น
"ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่มอบโอกาสให้เจียเล่อผู้นี้อีกครั้ง ข้าจะจัดหมูเห็ดเป็ดไก่ สุรา นารีทั้งหลายมาเซ่นไหว้พวกท่านเดี๋ยวนี้!”
“หึ! ทำดี ทำดี ทำดีย่อมต้องมีรางวัล!"
หลันลี่จิงและข้ารับใช้คนอื่นได้แต่มองคุณหนูรองของตนเองอย่างไม่เข้าใจ บางคนถึงกับทำหน้าประหลาดราวกับเจอผีสาง ในใจก็พลางคิดไปไกลว่าคุณหนูของตนที่นอนซมเพราะพิษไข้ไปหลายวันยามนี้อาจจะถูกวิญญาณผีร้ายเข้าสิงถึงได้ลุกออกมากระโดดโลดเต้น เอ่ยวาจากับฟ้ากับสวรรค์เช่นนี้หรือบางทีหมอยาอาจจะช่วยไม่ได้ คงต้องเชิญหมอผีมาแล้วกระมัง