Chapter 1 'ย้อนเวลากลับมาสิบสี่'

1597 Words
​ Chapter 1 'ย้อนเวลากลับมาสิบสี่' "ศิษย์พี่รองอดทนไว้" เสียงใสหวานดังขึ้นพร้อมวงแขนที่โอบกระชับร่างบางในอ้อมแขนแน่น 'เจียเล่อ' ศิษย์น้องสี่แห่งสำนักฉงซานวางร่างของศิษย์พี่หญิงของตนลงบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้อย่างแผ่วเบา นางหันไปมองทางผู้เป็นอาจารย์ของตนที่กำลังต่อสู้อยู่กับเหล่าผีดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากหลุมด้วยมนต์ดำของมารงานศพ ไม่ว่าจะแทงจะฟันมันเท่าไหร่พวกมันก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ จะต้องตัดแขนตัดขาจนลุกคลานไม่ได้ถึงจะป้องกันพวกมันได้ "ศิษย์พี่รองท่านรออยู่ที่นี่ก่อนข้าจะรีบไปช่วยอาจารย์" เจียเล่อหันมากล่าวกับศิษย์พี่หญิงของตนก่อนจะพุ่งตัวมายืนเคียงข้างอาจารย์ของนาง 'เซินอี๋หมิง' อาจารย์ที่นางกราบไหว้ฝากตัวเป็นศิษย์ แต่ดวงใจของนางกลับไม่ได้เคารพเขาอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับมีใจถลำลึกปฏิพัทธ์ต่อคนผู้นี้อย่างลึกซึ้งเกินจะหักห้ามใจ นางเสน่หาในตัวอาจารย์ของตนช่างเป็นศิษย์ที่บาปนัก แต่ก็ยอมตกนรกสิบแปดขุมเพื่อชดใช้กรรมขอแค่ยามมีชีวิตได้รักก็เพียงพอ "อาเล่อไยเจ้าไม่อยู่เฝ้าศิษย์พี่รองของเจ้า" เซินอี๋หมิงหันมากล่าวกับนางเสียงเข้ม ใบหน้าหยกพิสุทธิ์หันมองไปทางศิษย์ลำดับสองของตนอย่างห่วงใย "ศิษย์พี่รองแค่โดนข่วนเล็กน้อยเอง นางมิเป็นอันใดหรอกเจ้าค่ะ" "แต่โดนผีดิบข่วนย่อมมิพิษเจ้ามิรู้หรือ" "บาดแผลของท่านยังมากกว่านางเสียด้วยซ้ำ ไยท่านห่วงนางมากกว่าตัวท่าน มากกว่าตัวข้าหรือศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่สามเสียอีกเจ้าคะ" "เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!" "ท่านอาจารย์ระวัง!" นางไม่ทันจะได้โมโหอะไรกับถ้อยคำร้ายกาจก็ต้องรีบพุ่งตัวเข้าไปหาอาจารย์ของตนก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปแล้วใช้ร่างกายน้อย ๆ บังฝ่ามือของมารงานศพเอาไว้จนมือสีดำทมิฬที่เต็มไปด้วยเล็บแหลมยาวของมันแทงเข้ามาในอกของนางจนทะลุออกข้างหลัง นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างน้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้างพร้อมเสียงหัวเราะเยาะของมารร้าย "อาเล่อ!" เซินอี๋หมิงตวัดปลายดาบของตนเองฟันแขนมารงานศพจนขาดกระเด็น มันร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนจะล่าถอยออกไปทิ้งซากแขนที่ยังคงคาอยู่กลางอกของเจียเล่อ ร่างอรชรโอนเอนลงในอ้อมแขนของอาจารย์ที่ตนรักแม้จะเจ็บปวดแต่ก็มีความสุขที่เขาแสดงอาการห่วงใยนางบ้าง "เด็กโง่เจ้าทำอันใดรู้ตัวหรือไม่!" "ท่านต่างหากที่ทำอันใด พอเป็นเรื่องของศิษย์พี่รองท่านก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลยหรือ แม้แต่อันตรายรอบตัวเช่นนี้ก็ยังเปิดช่องว่างให้มารร้ายเข้ามาโจมตีไม่สมเป็นท่านเลยเจ้าค่ะ" เจียเล่อพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนล้า ปกติอาจารย์ของนางเก่งจะตายไปแต่พอเป็นเรื่องของศิษย์พี่รองมักจะทำอาจารย์เผลอไผลไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้เสมอราวกับต้องมนต์สะกด หญิงสาวกระอักเลือดออกมารับรู้ได้ว่าตนเองใกล้จะดับสูญแล้ว แสงของนางกำลังจะดับลงจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าเอ่ยความในใจออกไปจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก "อาจารย์... เจียเล่อรักท่าน รักเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน" "รักหรือ?" เซินอี๋หมิงขมวดคิ้ว "ใช่เจ้าค่ะ" "....." เซินอี๋หมิงนิ่งเงียบ ไม่กล่าววาจาอันใดออกมา แทนที่เขาจะมองใบหน้าของนางกลับหันไปมองศิษย์พี่รองที่นอนบาดเจ็บเพียงแผลข่วนอยู่ตรงนู้นเสียแทน "ท่านรักข้ามิได้หรือ ทำไมต้องเป็นศิษย์พี่?" "อาจารย์รักเจ้ามิได้ มะ... มิได้" "มะ...แม้ตอนนี้ ตอนที่ข้ากำลังจะตาย ท่านก็ช่วยพูดโป้ปดให้ข้ารู้สึกดีมิได้หรือ?" น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง เจ็บกายนั้นเล็กน้อยลงเมื่อเทียบกับหัวใจที่รวดร้าวจนแทบแตกสลายในตอนนี้ "ข้าขอโทษเจ้า แต่ข้ามิอาจจะโป้ปดได้ ผู้เดียวที่อาจารย์ของเจ้ามีใจให้…" เซินอี๋หมิงไม่ได้พูดต่อแต่หันไปมองทางศิษย์พี่รอง แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้หัวใจของนาง หัวใจที่รักเซินอี๋หมิงมาตลอด "อย่าติดค้างกันเลยอาเล่อ ดื่มน้ำแกงลืมเลือน ลืมอาจารย์ไปเสียเถิด ชาตินี้เราไม่มีวาสนาต่อกัน" เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหัวใจของเจียเล่อก็แตกสลาย มันละเอียดเป็นผุยผงไปเสียแล้ว น้ำตาหยาดรินอาบแก้มที่เปื้อนไปด้วยเลือด ความเจ็บปวดทั้งกายและใจก่อนชีวาจะดับสิ้นทำให้นางตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อสรวงสวรรค์เบื้องบนให้เมตตา 'ขอให้เจียเล่อผู้นี้ได้ย้อนกลับไปแก้ไขความอัปยศของตนเองอีกครั้งเถิด อย่าให้ข้าต้องตายเช่นคนโง่เขลาในความรักเยี่ยงนี้เลย' ลืมเลือนหรือ? ตัดวาสนาต่อกันหรือ? ได้! ชาติภพหน้าข้าจะทำให้ท่านเซินอี๋หมิง! "อึก!" "...คะ...คอแห้งนัก" เสียงใสหวานบ่นพึมพำในลำคอ เปลือกตาสวยขยับเปิดขึ้นพร้อมกะพริบถี่เพื่อพยายามปรับแสงตรงหน้า ร่างกายเผลอบิดขี้เกียจด้วยความคุ้นชินก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมตัว จนนึกอะไรบางอย่างออกพลันนัยน์ตาคู่สวยก็เบิกกว้างรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนในทันที "...ขะ...ข้า ข้าตายแล้วหนิ!" ภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลพรั่งพรูเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ร้อยเรียงกันอย่างไม่มีทับซ้อน นางตายในอ้อมแขนของเซินอี๋หมิง แต่ตายพร้อมกับความรักที่โง่งมของตนเองเพียงลำพัง แล้วนี่มันอะไรกัน นางอยู่ที่ไหน? "คุณหนูรองท่านฟื้นแล้ว" เสียงใสหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ของสาวใช้วิ่งเข้ามาในห้องอย่างร่าเริง เจียเล่อหันไปมองพลันนัยน์ตากลับเบิกกว้างอีกครั้งพร้อมทั้งขยับตัวหนีข้ารับใช้ผู้นั้นด้วยความตกใจและหวาดกลัวเล็กน้อย "...ละ...หลัน หลันลี่จิง จะ...เจ้า เจ้าตายแล้วหนิ" "...ตะ...ตาย ตายหรือเจ้าคะ ขะ...ข้า ข้ายังมิตาย" เจียเล่อจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง นางจำได้แม่นยำว่า 'หลันลี่จิง' สาวรับใช้ข้างกายนางผู้นี้ตายไปแล้วเมื่อประมาณสองปีก่อนจากโศกนาฏกรรมศาลเจ้ามู่ชิง หรือว่า! ร่างเล็กรีบพุ่งตัวไปยังคันฉ่องในทันทีก่อนจะส่องดูดวงหน้าของตน ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่นางตกใจหลังจากฟื้นขึ้นมาแต่ครั้งนี้ก็นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ดวงหน้าในคันฉ่องตอนนี้มันอ่อนเยาว์มาก มันไม่ใช่นางที่อายุสิบแปดปีอีกแล้ว แต่มันคือนางที่อายุสิบสี่ถึงสิบห้าปีเท่านั้น มันคือนางในวัยแรกรุ่น ยังเป็นดรุณีแรกแย้มที่เพิ่งเปล่งช่อดอกออกใบ ยังเป็นเพียงคุณหนูน้อยสกุลเจียเท่านั้น "...ปะ...ปีนี้ ปีนี้ข้าอายุเท่าไหร่อาจิง" นางหันไปถามข้ารับใช้ที่อายุน้อยกว่าตนหนึ่งปี "สิบสี่เจ้าค่ะ" "...สะ...สิบสี่หรือ" หญิงสาวถึงกับนิ่งงันเหมือนถูกสาป ร่างกายไม่ขยับจนลมหายใจแทบหยุดตามไปด้วย มิคิดมิฝันว่าคำขอพรก่อนตายจะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ สวรรค์เมตตานางจริง ๆ มอบชีวิตใหม่ให้อีกครั้ง ชีวิตที่ได้เลือกทางเดินใหม่ถึงจะตกใจและประหลาดใจพิลึกแต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะต้องเก็บเอามาใส่ใจตรงไหน มันจะอัศจรรย์ใจเพียงใดก็ช่างเถิด เรื่องของสวรรค์มนุษย์มิเข้าใจหรอก แต่ในเมื่อได้โอกาสอีกครั้งหนึ่งนางก็จะทำมันให้ดีที่สุดเช่นกัน สิบสี่อีกครั้งหรือ หึ! ดียิ่งนัก "ฮ่ะ ๆ" เสียงหัวเราะดังกึกก้องออกมาจากร่างอรชรในชุดผ้าไหมชั้นดีที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจจนออกนอกหน้า ตอนนี้นางได้ย้อนเวลากลับมาช่วงวัยสิบสี่ปี วัยที่ยังไม่ได้เลือกอาจารย์ นี่มันเมตตาจากสวรรค์แท้ ๆ นางวิ่งพรวดออกมาจากห้องก่อนจะยืนกลางแจ้งแล้วแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ร้องตะโกนก้องแบบไม่สนใจสายตาผู้ใดทั้งนั้น "ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่มอบโอกาสให้เจียเล่อผู้นี้อีกครั้ง ข้าจะจัดหมูเห็ดเป็ดไก่ สุรา นารีทั้งหลายมาเซ่นไหว้พวกท่านเดี๋ยวนี้!” “หึ! ทำดี ทำดี ทำดีย่อมต้องมีรางวัล!" หลันลี่จิงและข้ารับใช้คนอื่นได้แต่มองคุณหนูรองของตนเองอย่างไม่เข้าใจ บางคนถึงกับทำหน้าประหลาดราวกับเจอผีสาง ในใจก็พลางคิดไปไกลว่าคุณหนูของตนที่นอนซมเพราะพิษไข้ไปหลายวันยามนี้อาจจะถูกวิญญาณผีร้ายเข้าสิงถึงได้ลุกออกมากระโดดโลดเต้น เอ่ยวาจากับฟ้ากับสวรรค์เช่นนี้หรือบางทีหมอยาอาจจะช่วยไม่ได้ คงต้องเชิญหมอผีมาแล้วกระมัง ​
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD