ตัวฉันมีกาน้ำหนึ่งใบ

1476 Words
เขาตื่นแต่เช้า ตื่นก่อนที่หมู่ดาวน้อยใหญ่จะลาลับ ยาเส้นมวนแรกถูกจุดสูบ เข้าห้องน้ำไปถ่ายทุกข์และออกมาก่อไฟสำหรับต้มน้ำ เขานั่งมองเปลวไฟที่ลามเลียกาน้ำสีดำสนิท บางทีมันก็ลุกติดเขม่าดำของตัวกาเหมือนไฟไหม้ป่าหย่อมเล็กที่เห็นอยู่ไกลลิบในยามค่ำคืน จนกาน้ำเดือดส่งไอพวยพุ่ง ชายเจ้าของบ้านหยิบใบชาที่เขาปลูกและนำมันมาตากเก็บไว้ใส่ในกระปุก ขยุ้มมันใส่แก้วเซรามิคสีขาวขุ่น หูจับของมันหักออกก่อนที่เขาจะได้มันมา น้ำร้อนถูกเทลงไป น้ำแรกเขาค่อยรินมันทิ้ง ก่อนที่จะเทลงไปใหม่จนเต็มแก้ว เขายกมันขึ้นเป่าเบาๆ ไอร้อนกรวยกรุ่น ใบชาขยายตัวและส่งกลิ่นหอมที่คุ้นเคย จิบมันช้าๆ เสียงไก่ขันเสียงแรกของเช้าวันใหม่ก็ดังขึ้น มันขันรับทอดกันไปมา จากเสียงเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยินหากว่าเขาหายใจแรง เสียงมันดังแว่วมาจากทางหมู่บ้านและเสียงขันที่ชัดแจ๋วของไอ้โต้งในเล้าไก่ของเขาเอง มันส่งเสียงเอื้อนทอดยาวสลับกับเสียงที่สั้นห้วนของไก่กระทงที่เพิ่งจะหัดขันและเสียงที่แหลมเล็กของไก่ป่าขานรับในดง มันทำให้เกิดความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เขายังนั่งจมจ่อมที่หน้าเตาเฝ้ากา คอยเทน้ำร้อนลงเพิ่มในแก้วอีกหลายครั้งจนรสชานั้นจางลง เขาดุนดุ้นฟืนเข้าไปในเตาและเติมน้ำเพิ่มลงไปในกา สักพักเมียเขาก็ตื่น ขณะที่เขาลุกออกจากเตา... ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกส้มแดงระเรื่อ เขาเดินไปยังลำห้วยดูไซที่ดักปลา เขาหงุดหงิดที่ไซปากหนึ่งถูกกิ่งไม้กระทุ้งจนขาดโหว่ เขายกไซที่เหลืออีกสองปากขึ้นมาส่องดูมีปลาตะเพียนตัวโตกับปลาดุกขนาดย่อมอีกตัวและปูอีกสี่ห้าตัว เขาหิ้วมันมาที่ตัวบ้านและเทมันลงในกะละมังแขวนไซไว้กับชายคา เขาเหยียบย่ำลงไปผืนหญ้าที่น้ำค้างพรม ไปที่เล้าไก่โปรยข้าวเปลือก มองดูพวกมันจิกกิน เขาเดินไปมาทั่วสวน วกมาที่แปลงผักจับจอบสับพลิกผืนดิน พรวนแปลงเก่าๆ เพื่อที่จะเตรียมดินหว่านเมล็ดพันธ์ลงใหม่ รดน้ำ ดายหญ้า ฆ่าเวลายามเช้าไปอย่างสดชื่นและเพลิดเพลิน หมอกในยามเช้ายังคงโรยตัวอย่างอ้อยอิ่ง ห่มคลุมขุนเขาไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่ค่อยๆ ผละไปอย่างอาลัย ชายเจ้าของสวนแห่งนี้เดินไปที่บ่อน้ำ ตักมันราดรดตั้งแต่หัวลงมาอย่างไม่เร่งรีบ ปล่อยให้สายน้ำอันเย็นฉ่ำกระตุ้นร่างกายให้สดชื่น เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันใหม่ ที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้จะมีอะไรทำ อาจจะมีคนมาว่าจ้างให้ไปดายหญ้า ขุดยกร่องในแปลงข้าวโพด อาจจะมีงานซ่อมแซมต่อเติมเล็กๆ น้อยๆ หรือว่าเขาจะเดินเข้าป่าไปหาผักป่า พวกยอดกูด ผักหวานและผักอื่นๆ เห็ดป่าและหน่อไม้ยังคงไม่ได้งอกหรือแทงยอดขึ้นมา หรือว่าจะไปถากตอไม้เนื้อแข็งสำหรับมาทำฟืน หรือไม่ก็ขุดเหยื่อสำหรับตกปลา ไปนั่งจับคันเบ็ดเฝ้าดูปลาที่จะมาฮุบเหยื่อในหนองน้ำ อาบน้ำเสร็จ เมียเขาก็ทำกับข้าวเสร็จพอดี ทั้งคู่จึงลงมือกินข้าว เมียเขาบ่นถึงเม็ดทรายที่ปนมากับคำข้าวในปาก แล้วก็ลุกขึ้นก่อนจะคายมันทิ้งลงพื้น แสงแดดสะอาดส่องพ้นหมู่ไม้ เห็นเงาของทั้งคู่ สะท้อนกับฟากไม้ไผ่ที่เขาตีกั้นทำฝา วันเวลามันคงผ่านไปเช่นนั้นอยู่นานปี หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ลมแรงกรรโชกพัดพาเถ้าฝุ่นของป่าที่ถูกเผา ใบไม้แห้งปลิดปลิวเคว้งคว้าง กระแสลมพัดมันม้วนไปพลิกมาท่ามกลางเม็ดฝุ่นกระเด็นเข้าตา หมู่เมฆเทาดำทับซ้อนและรวมตัว กิ่งไม้ไหวเอนฉุดลำต้นให้โยกคลอน ตระหนกและใบฉีกขาด บางกิ่งหักสะบั้น ปลิวทิ้งห่างจากลำต้นอย่างไม่มีเยื่อใย เม็ดฝนต้นฤดูตกลงสู่พื้น ฝุ่นหนาแตกกระจายเป็นหลุมเล็ก ๆ และถูกดูดซึมหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมันก็ถี่เม็ดขึ้น สาดซ่าจนใบไม้ต้องลู่ลง เสียงที่ตกลงบนหลังคาหญ้าคาฟุ่บฟั่บและรวมหยดไหลย้อยสู่ชายคา พื้นดินเปียกชุ่มบางที่เป็นแอ่งตื้นมีน้ำสีเทาดำขุ่นข้นขังอยู่ มันตกไม่นาน แต่ก็หนาเม็ดและรุนแรง ไออุ่นระอุขึ้นจากผิวดิน หมู่ไม้เขียวสดหลังจากที่คราบฝุ่นถูกชะล้างออกจากใบ เปลือกแห้งของลำต้นตอนนี้ฉ่ำน้ำมีสีน้ำตาลที่เข้มขึ้น หยดน้ำเกาะอยู่ทั่วไป แสงแดดจ้าจากฟ้าหลังฝนส่องสะท้อนระยิบระยับ พรรณไม้สดชื่นเผยอใบที่ลู่ลงให้ค่อย ๆ กลับคืน กลิ่นดินและสาบฝนหอมชื้นจนต้องสูดหายใจแรง เพื่อที่จะรับรู้กลิ่นสดอันน่าพอใจนั้น ฤดูกาลสู่เหมันต์หมู่เมฆหนาเหมือนลอยมาจากทุกทิศทาง ปกคลุมผืนฟ้าไม่ให้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน อากาศเย็นและ กลิ่นอับเหม็นของเสื้อผ้าที่ซักตากไว้ ทำให้เมียของเขา ตะโกนแช่งด่ากลุ่มเมฆและสายฝน บรรยากาศขมุกขมัวแม้เป็นยามเที่ยงวัน สายฝนโปรยปราย ละอองฝอยพรูพรั่ง แฉะชื้นและเปียกปอน ชายเจ้าของบ้านเหมือนจะถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้านโดยที่ไม่มีอะไรทำ เขารื้อหนังสือที่อยู่ไม่กี่เล่มนั้นออกมาตรงนอกชานหน้าห้องนอน เขาเปิดมันอ่านอย่างจดจ่อ ทำความเข้าใจและปล่อยให้จินตนาการ เคลื่อนคล้อยตาม บางเล่มเขาอ่านมันถึงสิบรอบหรือยี่สิบรอบด้วยซ้ำ เขาผงกหัวและทำปากขมุบขมิบ เมื่อถึงตอนที่ถูกใจ เขายิ้มน้อย ๆ หัวเราะหึ ๆ ในลำคอเมื่อเขาได้อ่านเรื่องที่มันตลก... หนังสือทุกเล่มเขาจำมันได้ แทบจะทุกประโยคด้วยซ้ำ แต่มันก็ทำให้เขาทำลายเวลาอันน่าเบื่อหน่ายไปได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนนัก บางครั้งเขาจะเปลี่ยนอริยาบทโดยการนอนคว่ำลงและเปิดหน้าสมุดลงมือเขียน เขาเขียนเรื่องราวอันปะติดปะต่อกันไม่ได้ เขียนไปเท่าที่จะนึกออก คิดฝันและปรุงแต่งมันขึ้นตามอำเภอใจ เขียนเสร็จเขาอ่านมันทวนซ้ำไปมา เรื่องราวที่เขาเขียนมันส่วนมาก เป็นเรื่องที่ห่างไกล หลุดพ้นไปจากขุนเขาและลำห้วยสายเล็กที่เขาชาชิน เขาบรรยายถึงความไม่แน่นอนของชีวิต เขียนถึงอัตตาในตัวตน เล่าถึงสวรรค์มีกี่ชั้นและนรกมีกี่ขุม เขียนถึงเมืองหลวงอันไกลโพ้น ทั้งด้วยระยะทางและกาลเวลาที่เขาเคยอยู่ที่นั่นนานนับสิบๆ ปี บรรยายถึงยอดคลื่นและท้องทะเล เขียนถึงรัฐบาลที่เขาไม่เคยพอใจ ที่คนจนถูกปล่อยปละละเลย แต่เขาก็แก้เสียใหม่ที่เห็นว่ารัฐบาลเป็นผู้ก่อคันดินสร้างหนองน้ำให้เขาได้หาปลา และเขาก็ไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีตอนนี้ ยังเป็นคนเดิมหรือเปล่า ปลายปากกาพาเขาเดินทางไปสู่ความทรงจำของอดีตและพาเขาสู่จินตนาการณ์อันเพริศแพร้วของอนาคต สำหรับอดีตบางเรื่องเขากลบเกลื่อนเพื่อให้มันบรรเทาความบอบช้ำและบางเรื่องก็ปรุงแต่งเพื่อให้เกิดความภาคภูมิ เขาเขียนถึงท้องฟ้าและดวงดาว สำหรับเรื่องที่ใกล้ตัวเขามากที่สุดก็คือเรื่องของไก่และปลาที่เขากินมันลงไป แต่ละเรื่องราวแต่ละชิ้นมันเป็นเพียงเรื่องสั้นๆ บางตอนมีเพียงไม่กี่บรรทัด บางเรื่องก็เต็มหน้าสมุด มันช่วยทำลายเวลาอันน่าเบื่อหน่ายให้ผ่านพ้นไป แต่มันก็ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะมีเวลาทำเช่นนี้ เพราะมันไม่มีสิ่งบันเทิงอื่นใดที่จะแพ้วผ่านเข้ามา ในบ้านป่าดงดอยแห่งนี้เลยในยามเช่นนี้ เมียของเขายืนมองดูสามีอย่างเฉยเมย นางด่าสายน้ำเล็กๆ ที่ไหลเข้าใต้ถุนบ้าน นางสบถถึงกิ่งไม้ที่มันแบกรับน้ำฝนจนแบะงุ้มเกือบจะติดพื้นดิน และนางก็บ่นไปถึงถังข้าวสารที่มันมีข้าวเหลืออยู่น้อยนิดที่ก้นถัง…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD