กริ๊ก…
“จะออกไปไหนไหม?”
“ไม่อะ จะพัก”
เอวาที่เพิ่งเดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์ถึงกับประหม่าเมื่อรอนกับธีโอต่างมองมาที่เธอเป็นตาเดียว หญิงสาวคลี่ยิ้มจาง ๆ เตรียมจะเดินผ่านชายหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังยืนคุยกันตรงโถงกลางของเพนต์เฮาส์
“ขอคุยด้วยหน่อย”
“…ค่ะ”
คนตัวเล็กพยักหน้าแล้วหยุดรอ เธอกำถุงผ้าในมือห้อยไว้หน้าลำตัวมองธีโอเดินหายกลับเข้าไปในห้องนอนตัวเอง
“ทำงานเป็นไงบ้าง ติดปัญหาอะไรไหม”
รอนถามทำให้สาวใบหน้าซีดขาวหันความสนใจกลับมาหาผู้จัดการสุดเนี๊ยบแทน เธอมองชายใส่แว่นตรงหน้าที่เขาเป็นคนว่าจ้างเธอมาเป็นแม่บ้านทำความสะอาดเพนต์เฮาส์ดาราดัง หญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะตอบเสียงเบาบางกลับไป
“ไม่มีค่ะ”
“ดีแล้ว เธอรู้อยู่แล้วว่าธีโอเป็นใครเพราะฉะนั้นเธอต้องเก็บรักษาเรื่องส่วนตัวของเขาให้ดี อย่าให้มีอะไรแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด…และธีโอก็ไม่ชอบให้คนไปยุ่งเรื่องส่วนตัวหรือจับของของเขาด้วย ทำหน้าที่ตัวเองเสร็จก็กลับบ้าน เข้าใจไหม?”
“ค่ะ”
“อืม ถ้ามีปัญหาอะไรที่เกิดจากเธอฉันจะให้เธอออกทันที ถือว่าเราคุยกันแล้วนะ”
“…ค่ะ”
ดวงตากลมโตมองผ่านเลนส์แว่นไปสบตากับผู้จัดการส่วนตัวของธีโอ เธอพยักหน้าแล้วตกปากรับคำ ผู้ชายคนนั้นถึงได้เดินออกจากห้องไป
เฮ้อ…
ใบหน้าสวยกลับมาอิดโรยอีกครั้งเมื่อเธอไม่ต้องปั้นหน้าเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ตรงนี้แล้ว เอวาสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องเก็บของเธอจัดการหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างที่ทำเป็นประจำแล้วเดินหายเข้าไปจัดการปัดกวาดเช็ดถูตามลำดับ
งานแม่บ้านไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิดเพราะเธอเข้ามาปัดกวาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันจนมันแทบไม่เคยมีฝุ่นเกาะ ทำให้เวลาเลิกงานช่วงค่ำจากร้านสะดวกซื้อของรุ่นพี่ที่ทำงาน เธอเหมือนได้โอกาสพักสมองและสายตา ห้องเก็บของภายในเพนต์เฮาส์เปรียบเสมือนสถานที่พักผ่อนเล็ก ๆ แต่ยังทำเงินให้หญิงสาวได้
เอวาพาตัวเองเข้ามานั่งในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ เธอถอดถุงมือทำความสะอาดออกแล้วพาดมันไว้กับชั้นวางเหนือหัว หญิงสาวไถลทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วหยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเช็กยอดเงินคงเหลือเพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มสัปดาห์หน้า
แปะ!
แขนเรียวทิ้งลงข้างลำตัวยิ่งเธอเห็นยอดสูงลิ่วเธอยิ่งรู้สึกหมดกำลังใจ ร่างบางปิดเปลือกตาลงเมื่อสมองเริ่มปวดหนึบ สายตาก็พานเริ่มพร่าเบลอโฟกัสตัวอักษรไม่ได้ด้วย เอวานั่งหลับไปทั้งแบบนั้น แค่เพียงดวงตากลมโตปิดสนิทเธอก็ผล็อยหลับไป…
ครืดด ครืดดด~
“อือ”
เสียงงัวเงียลอดผ่านลำคอ มือเล็กขยับช้า ๆ เมื่อโทรศัพท์ที่เธอกำมันไว้ในมือสั่นขึ้นมาจนได้สติรู้ตัวตื่น หญิงสาวปรือตาขึ้นแล้วยกมือถือคู่ใจดูสายเรียกเข้า และเมื่อเห็นว่าเป็นโรงพยาบาลโทรเข้ามาเธอก็ไม่รอช้ากดรับสายทันที
“ค่ะ”
นัยน์ตาสวยประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ใจเธอเต้นทุกครั้งที่ต้องรับสายสำคัญ ร่างบอบบางค่อย ๆ ยันตัวเองลุกขึ้นยืนเธอกำลังจะเปิดประตูเดินออกไปที่ครัวแต่เสียงจากปลายสายทำให้เอวาชะงักไปเสียก่อน
“…อะ อะไรนะคะ”
เอวาตาเบิกโต นัยน์ตากลมสวยสั่นระริกมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเต็มเบ้าเมื่อสายที่เพิ่งโทรเข้ามากำลังพูดอธิบายถึงอาการน่าเป็นห่วงของแม่ด้วยน้ำเสียงร้อนลนไม่ต่าง
“ผะ ผ่าตัดเลยไม่ได้เหรอคะ ฉันจ่ายแน่ ๆ ไม่ต้องห่วงค่ะ ไม่ต้องห่วงเลย”
ปากเล็กขยับพูดท่าทางร้อนลนลิ้นเธอแทบพันกันแต่ยังพยายามตั้งสติไว้
“…”
คนตัวเล็กเม้มปากเข้าหากันตอนนี้น้ำตาหยดใสพากันไหลอาบลงมาไม่ขาดสายเมื่อทางโรงพยาบาลยังย้ำอย่างหนักแน่นว่าเธอต้องจ่ายเงินบางส่วนก่อน แม่ของเธอถึงจะได้เข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน
“ตะ แต่คุณบอกว่าอาการที่แม่เป็นอยู่มีโอกาสช็อกหัวใจวายถ้าไม่เข้าผ่าตัดคืนนี้…ละ แล้วฉันจะไปหาเงินจากไหนมาให้ทันตอนนี้”
เสียงหวานสั่นเครือติดสะอื้นเอวายกมือขึ้นเสยผมแล้วลูบหน้าลูบตาตัวเองไปด้วยอย่างคนทำตัวไม่ถูก ปลายสายเงียบไปทำให้เธอเงียบตามหญิงสาวพยายามคิดหาทางออกก่อนจะยันมือกับชั้นวางด้านหลังโดยไม่ได้หันกลับไปมองว่ามันมีของวางหมิ่นเหม่ใกล้จะหล่น
ปึก!
“โอ๊ยย!”
โทรศัพท์ในมือร่วงกระแทกพื้นพร้อมคนตัวเล็กที่ลงไปนั่งยอง ๆ เอามือกุมศีรษะกับข้างแก้มตัวเองที่เพิ่งมีขวดน้ำยาอะไรสักอย่างกระแทกเข้าใส่ เธอควานมือไปหยิบมือถือกลับขึ้นมาถึงได้เห็นว่าสายถูกตัดไปแล้ว สาวสวยน้ำตาไหลพรากรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนหันไปคว้าเอากระเป๋าผ้าเตรียมไปโรงพยาบาล
“…”
แต่ไม่ทันที่เธอจะได้เปิดประตูห้องเก็บของชายเจ้าของห้องก็เป็นฝ่ายเปิดมันเสียก่อน เขากระชากประตูเต็มแรงแล้วมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชาอย่างเคย
“ขะ ขอโทษค่ะที่เสียงดัง…ขะ ขอตัวก่อนนะคะ”
เอวาไม่ลืมขอโทษที่ตัวเองเผลอทำเสียงดังจนไปรบกวนดาราหนุ่มเข้า เธอก้มหัวให้เขาเตรียมจะเบี่ยงตัวหลบแต่เสียงเข้มกลับเอ่ยรั้งร่างบางไว้
“เป็นอะไร”
ธีโอไม่ต้องสังเกตก็เห็นอาการสั่นเป็นลูกนกกับดวงตาบอบช้ำที่แม่บ้านสาวพยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้ เขาเอ่ยทักไปแบบนั้นทำให้เอวาหยุดนิ่งชะงักการก้าวเดิน
“…คือ”
ร่างเพรียวบางมีอาการอึกอักเธอหมุนตัวกลับไปหาเขาก่อนจะหลับตาลงราวกับกำลังชั่งใจคิดอะไรบางอย่าง หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้น เธอมองสบตาธีโอแล้วตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งทับขาตัวเองพร้อมประนมมือทั้งสองข้างแล้วก้มลงกราบร่างสูงตรงหน้า
“คุณช่วยฉันได้ไหม…มะ แม่ฉันอยู่โรงพยาบาลท่านอาการทรุดมีโอกาสที่จะช็อกหัวใจวายถ้าไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดคืนนี้”
เอวาละล่ำละลั่กบอกโดยไม่ได้เงยใบหน้ากลับขึ้นมา เธอสะอึกสะอื้นจนไม่เห็นว่าธีโอกำลังมองเธอด้วยสายตาแบบไหน แม้หญิงสาวจะไม่มั่นใจว่าดาราหนุ่มเป็นคนอย่างไร แต่เขาเป็นเพียงคนเดียวในชีวิตเธอตอนนี้ที่มีเงินมากมหาศาล และมันคงมากพอที่จะช่วยชีวิตแม่ของเธอได้
“…มะ ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะเชิดเงินหนี แค่จ่ายบางส่วนเป็นหลักประกันก็พอค่ะ ที่เหลือฉันจะรีบหาเงินมาคืนคุณให้ไวที่สุด”
เอวาตั้งตัวกลับขึ้นมานั่งหลังตรงเมื่อคนตรงหน้ายังเงียบไม่ตอบโต้ใด ๆ เธอประนมมือไว้กลางอกแล้วเงยหน้ามองเขาที่กำลังมองมาที่เธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างไปจากเดิม
นัยน์ตาสวยสั่นระริกพลันไหล่บางก็สั่นแรงกว่าเดิมเมื่อเริ่มรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าคงไม่คิดช่วยเธอ เขายืนนิ่งไม่มีท่าทีปฏิเสธแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ใจเอวาสั่นพลิ้วเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอลดมือลงเพื่อส่งตัวเองลุกขึ้นยืน
“ขอโทษค่ะ…ถ้าฉันรบกวนเวลาของคุณ”
เอวาเอ่ยขอโทษอีกครั้งเธอรู้สึกอายไม่น้อยที่เขายังเงียบ หญิงสาวหันหลังให้ชายเจ้าของห้องแล้วหยิบเอากระเป๋าผ้าขึ้นจากพื้นมาคล้องไหล่
“…แม่เธอชื่ออะไร อยู่โรงพยาบาลไหน”
23:30น.
“ค่ะ ยินยอมค่ะ…ค่ะ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เอวาลดโทรศัพท์ลง เธอค่อย ๆ วางมันกับโต๊ะหลังจากได้รับสายเรียกเข้าจากโรงพยาบาลและรู้ว่าตอนนี้แม่ของตนได้เข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ใต้ตาของเธอบวมเป่งแต่ตอนนี้หยาดน้ำตาเหือดแห้งไปจนหมด เธอค่อย ๆ เหลือบตามองใบหน้าของผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เขามองสบตาเธอและยังคงสายตาเรียบเฉยไว้ได้เป็นอย่างดี
“ยอดทั้งหมดรวมไปถึงหนี้นอกระบบที่เธอมี…สิบล้านบาท ที่ฉันจ่ายไป”
“…ค่ะ ฉันจะหามาคืนคุณจนครบ ครบแน่นอน”
เอวาพยักหน้าตอบเสียงหนักแน่นเธอมองสบตาเขาและขอให้เขาเชื่อในตัวเธอ ตอนนี้ธีโอกลายเป็นผู้มีพระคุณของเธอไปแล้ว
“ดี ทำให้ได้อย่างที่พูด…ส่วนดอกเบี้ยที่ฉันต้องการ”
“ค่ะ คุณบอกมาได้เลยฉันจะใช้คืนให้หมด”
คนตัวเล็กพยักหน้าไม่ว่าคนตรงหน้าจะเรียกเงินเธอเท่าไหร่เธอก็จะหามาใช้คืนเขาให้ได้ ต่อให้มันจะมากมายจนดูไม่ยุติธรรม แต่อย่างน้อยแม่ของเธอปลอดภัย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
“ฉันไม่ต้องการเงิน ฉันต้องการที่ระบาย”
เอวานิ่งมองสบตาธีโอกลับไป เธอหลุบตามองริมฝีปากหนาที่เพิ่งขยับพูดประโยคเมื่อสักครู่ออกมาก่อนที่เขาจะจ้องนิ่งเข้ามาในตาเธอแล้วเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนเดินอ้อมโต๊ะมากระชากแขนเธอ เข้าไปในห้องนอนตัวเอง…