“…อือ”
เอวาคู้ตัวอยู่บนที่นอนปากเล็กขยับเม้มสัมผัสได้ถึงความแห้งกรังของริมฝีปากที่ขาดการบำรุง แทรกมาด้วยความรู้สึกบวมช้ำแปลก ๆ จนหญิงสาวจำต้องปรือตาตื่น
ร่างบอบบางโอนเอนเมื่อเจ้าของของมันยังสติไม่เข้าดีนัก เธอยกมือขึ้นคลึงขมับก่อนจะปรับโฟกัสสายตาแล้วมองบรรยากาศรอบตัว
ห้องนอนธีโอหนิ…
พรึบ!
“สายแล้วฉัน…อะ โอ๊ย”
ทันทีที่สาวสวยลุกพรวดพราดออกจากที่นอนเธอก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นในพริบตา เอวานั่งแหมะก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นเธอส่งมือไปกุมเนินสาวพลางแสดงสีหน้าเหยเกอย่างคนปวดระบม
คนตัวเล็กกัดฟันยันมือกับเตียงนอนขนาดใหญ่เพื่อส่งตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ ปกคลุมหลังจากที่เขาปล่อยให้เธอนอนสลบเหมือดเปลือยกายตากลมจากเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งคืน
ใจดำ…
แม่บ้านสาวควบตำแหน่งลูกหนี้และนางบำเรอคิดบ่นในใจถึงความใจดำของดาราหนุ่ม เธอย่องเดินช้า ๆ พาตัวเองไปเข้าห้องน้ำด้วยความยากลำบาก หญิงสาวต้องตกใจอีกครั้งกับสภาพร่างกายตัวเองที่เธอเห็นผ่านกระจกบานใหญ่ มันเต็มไปด้วยร่องรอยป่าเถื่อนที่เขาฝากฝังเอาไว้ แน่นอนว่าอวัยวะที่ดูจะสาหัสที่สุดคงหนีไม่พ้นดอกไม้งามที่มันยังอักเสบ และมีรอยฉีกขาดเล็ก ๆ จนเธอไม่อยากเอาน้ำไปโดน
เอวาจัดการชำระล้างตัวแบบผ่าน ๆ เธอหยิบเสื้อผ้าชุดเดิมขึ้นมาใส่แล้วรีบออกจากเพนต์เฮาส์สุดหรูเพื่อไปเป็นสาวแคชเชียร์ประจำร้านสะดวกซื้อแบบเต็มวัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์…
“ขอบคุณค่ะ”
เสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งหน้าร้านขายยาดังขึ้นพร้อมเอวาที่เพิ่งผลักประตูเดินออกมา เธอหลุบตามองยาคุมกำเนิดชนิดฉุกเฉินในมืออีกครั้งแล้วจัดการส่งมันเข้าปากพร้อมกรอกน้ำตามลงไปทันที เธอไม่ลืมที่ธีโอพูดบอกและเธอก็ไม่คิดปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับเขาแน่นอน
อึก!
“…”
มือเล็กยัดซองกระดาษใส่ลงไปในกระเป๋าผ้า หลังจากนี้เธอคงต้องตั้งเวลาเพื่อทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนตามที่เภสัชกรภายในร้านแนะนำมาเมื่อสักครู่
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบไปตามพื้นคอนกรีต โชคดีหน่อยที่วันหยุดแบบนี้รถไม่ค่อยติด และรถโดยสารประจำทางคนก็ไม่เบียดเสียดสักเท่าไหร่ทำให้เอวาพาตัวเองมาเข้างานก่อนเวลาตั้งยี่สิบนาที
“สวัสดีค่ะพี่เต้”
“เสียงแหบเชียวไม่สบายเหรอ?”
เธอเอ่ยทักรุ่นพี่เจ้าของร้านทำให้ชายวัยสามสิบกลางที่กำลังยืนจัดของเขาชั้นหันมาหาเธอพร้อมขนมปังแถวที่เขาถือมันไว้ในมือ
“…เอ่อ เจ็บคอนิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวฉันทำเอง ไปเปลี่ยนชุดแปปนึงนะ”
หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงนักเธอยื่นมือไปคว้าเอาขนมปังแถวมาถือแล้วจับมันวางลงบนชั้นก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเข้าไปเปลี่ยนชุดตามปากว่า
ติ๊ด ติ๊ด…
“หนึ่งร้อยสี่สิบแปดบาทค่ะ”
“เงินทอนค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“…ไหวแน่เหรอ พักหน่อยไหมวันนี้เห็นว่าเนยจะเข้างานเร็ว”
เต้เดินมาหยุดเท้าแขนกับเคาน์เตอร์แคชเชียร์แล้วหันหน้าถามพนักงานรุ่นน้องที่ดูจะอิดโรยมากกว่าทุกวัน
“ไหวสิพี่ ยังต้องใช้เงินอีกเยอะเลย…”
ไม่ทันที่เอวาจะได้พูดอะไรต่อโทรศัพท์ที่เธอหย่อนมันไว้ในกางเกงก็สั่นเป็นเจ้าเข้าขึ้นมา สาวร่างบางไม่รอช้าล้วงมันออกมากดรับสายทันที
“ค่ะ…เฮ้ออ! ได้ค่ะเดี๋ยววันนี้จะรีบเข้าไปช่วงเย็นเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก ๆ”
รอยยิ้มของคนมีหวังถูกประดับอยู่บนใบหน้าขาวซีด ตอนนี้แก้มป่อง ๆ ทั้งสองข้างดูจะมีสีชมพูระเรื่อให้เห็นจาง ๆ ทำให้รุ่นพี่เจ้าของร้านสะดวกซื้อที่ยืนข้างกันอดสงสัยไม่ได้
“แม่อาการดีขึ้นแล้วล่ะสิ ถึงยิ้มออกมาได้”
“ค่ะ แม่เข้าผ่าตัดเมื่อคืนส่วนเมื่อกี้ทางโรงพยาบาลเพิ่งโทรมาบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปเรียบร้อยดี ตอนนี้แม่กำลังพักฟื้นอยู่”
นัยน์ตาสวยมีน้ำตาเอ่อคลอ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้เธอเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ มันโล่งใจแต่ก็แอบกดดันไปพร้อม ๆ กัน ทั้งตื้นตัน มีความสุข แต่ก็ยังแอบกังวลทุกครั้งที่ภาพของดาราหนุ่มกับยอดหนี้ก้อนโตฉายเข้ามาในหัว
“ดีใจด้วย งั้นวันนี้ก็เลิกงานเร็วหน่อย ยังไงเนยก็จะเข้างานเร็วอยู่แล้ว…ไปเยี่ยมแม่เถอะ”
ชายเจ้าของร้านตัดสินใจแทนพนักงานชั่วคราวอย่างเอวา ในเมื่อพนักงานอีกคนประสงค์เข้างานเร็วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เอวาจะต้องอยู่เฝ้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์จนถึงเวลาเลิกงาน
“อื้ม ขอบคุณพี่นะ”
เอวาพยักหน้าหงึก ๆ เธอตัดสินใจสลัดความกังวลทิ้งไปก่อน พลันใจดวงน้อยก็กระโดดโลดเต้นเฝ้ารอเวลาเลิกงาน เธอจะได้มีเวลาเข้าไปเยี่ยมผู้ให้กำเนิดและคอยดูแลท่านนานกว่าเดิม
15:00น.
“คงแพงน่าดู”
เอวาเงยหน้ามองตึกหลายสิบชั้นที่มันถูกสร้างให้เป็นสถานพยาบาลครบวงจรเพื่อรองรับผู้ป่วยกระเป๋าหนัก หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโรงพยาบาลเอกชนที่แพงหูฉี่นั่นแหละ ทันทีที่คนตัวเล็กเลิกงานเธอก็ตรงดิ่งมาตามข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลให้ไว้ หญิงสาวไม่รอช้ากดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสี่สิบสองโดยมีเจ้าหน้าที่สาวเดินนำหน้าเธอตั้งแต่ชั้นหนึ่งจนถึงหน้าห้องพักแถมยังเปิดประตูอ้ารอไว้ และส่งยิ้มหวานจนเป็นเธอเองที่ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คุ้นชินกับการบริการดีเยี่ยมแบบนี้
“ขอบคุณค่ะ”
ต่างกันลิบลับเลยแฮะ…
ร่างบางรอให้เจ้าหน้าที่สาวเดินพ้นสายตาเธอถึงได้หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องพักพิเศษ ขาเรียวก้าวด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวว่าเสียงฝีเท้าจะไปรบกวนคนไข้ที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดเข้า หญิงสาววางกระเป๋าผ้าเบามือแล้วเดินไปหย่อนตัวนั่งลงข้างเตียงไฟฟ้าที่มีแม่ของเธอนอนหลับตาพริ้ม ใบหน้ามีสีเลือดฝาดให้เห็น
“…”
ดวงตากลมโตถูกม่านน้ำตาเคลือบไว้อีกครั้ง นัยน์ตาสวยสั่นระริกยื่นมือไปประคองมือของผู้เป็นแม่ขึ้นมาคลอเคลีย เธอเอียงแก้มแนบกับหลังมือมารดา หญิงสาวปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลลงมาโดยไม่คิดเช็ดมัน เอวาพยายามกลั้นเสียงสะอื้นอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้เธอขอแค่แม่ของเธอปลอดภัยและฟื้นขึ้นมาพูดคุยส่งยิ้มให้เธอก็เพียงพอแล้ว อะไรอย่างอื่นเธอไม่สนใจแล้วจริง ๆ
“…อึก ตื่นขึ้นมาคุยกับหนูไว ๆ นะ หนูมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะเลย เข้าใจไหมคนเก่ง”
เสียงหวานสั่นเครือกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอพูดอยู่คนเดียวพร้อมอมยิ้มมุมปาก…
“ขอโทษนะคะ อยากสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายของคุณพิศมัย ห้อง 4201 น่ะค่ะ”
“ได้ค่ะสักครู่นะคะ”
เอวาเดินออกจากห้องพักพิเศษที่เธอได้มีโอกาสสำรวจทั่วห้องและหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตจนรู้ว่ามันคือห้องที่ใหญ่ที่สุดของโรงพยาบาลนี้ หญิงสาวเลยอดกังวลไม่ได้ถึงค่าใช้จ่ายกับการบริการระดับห้าดาวที่เธอกับแม่ได้รับ
“…อืม ยอดตอนนี้อยู่ที่สี่ล้านห้าค่ะ”
“อะ อะไรนะคะ!?”
ใบหน้าสวยเลิ่กลั่กอ้าปากค้างใจเธอเต้นระส่ำกับเลขศูนย์บนกระดาษแผ่นสีขาวที่มันยาวเป็นหางว่าว
“โดยปกติแล้วทางเราจะตัดยอดค่ารักษาในวันที่คนไข้ออกจากโรงพยาบาลค่ะ ซึ่งเคสนี้จะเป็นการตัดผ่านบัตรเครดิตที่ให้ไว้…ไม่ต้องกังวลนะคะ”
“บัตรเครดิตเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ ของคุณพชร ธารธารา ญาติผู้ป่วย”
พยาบาลสาวประจำเคาน์เตอร์ส่งยิ้มให้เธอ ทันทีที่เอวาได้ยินชื่อเจ้าของบัตรเธอก็พยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องพักพิเศษ
ธีโอจ่ายค่ารักษาพยาบาลและช่วยให้แม่เธอได้เข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ด้วย…
เอวาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาคุณภาพดี เธอมองไปที่เตียงผู้ป่วยแล้วบอกกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของธีโอรวมไปถึงจะพยายามหาเงินมาคืนเขาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้