Superstar | ภาพลวงตา

1588 Words
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด… “…พร้อมรึยัง” รอนหรือผู้จัดการส่วนตัวของดาราหนุ่มกดรหัสผ่านหน้าประตูพาตัวเองเข้ามายืนอยู่ในเพนต์เฮาส์แพงหูฉี่ เขาส่งเสียงทักทายดาราชายตัวท็อปของวงการที่ตนเองดูแลมาร่วมสิบปี แต่ได้เพียงความเงียบสงัดกับเสียงกรนเบา ๆ ตอบกลับมาเท่านั้น “อย่าบอกนะ” ผู้จัดการสุดเนี๊ยบวัยสามสิบสามปีรีบสาวเท้าตรงไปที่บาร์อีกฝั่งหนึ่งของห้อง และทันทีที่สายตาของเขามองทะลุเข้าไปก็เห็นร่างสูงของธีโอยังนอนหมดสภาพอยู่กับพื้น ในเสื้อผ้าชุดเดียวกันกับเมื่อวาน หมับ! “ตื่น ธีโอ…ตื่น ลืมรึไงว่าวันนี้ต้องไปงานเปิดตัวแอมบาสเดอร์” “…อะ อืม งานอะไร เชี่ย!” ร่างหนาที่นอนแผ่หงายท้องอยู่กับพื้นถูกผู้จัดการส่วนตัวเข้ามาเขย่าตัวเรียกสติจนเขารู้สึกตัวตื่นขึ้น ชายหนุ่มมีอาการงัวเงียไม่ถึงสามวินาทีก่อนที่สมองจะประมวลผลนึกถึงภาระหน้าที่ของตนเองได้แล้วสบถออกมาเสียงดัง “เมาอะไรขนาดนั้น ไปล้างหน้าแต่งตัวเร็ว ๆ ยังพอมีเวลา” ธีโอสะบัดหัวไล่ความมึนงงกับความปวดหนึบกลางกระหม่อมออก เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรและรีบยันตัวส่งตัวเองลุกขึ้นยืนเดินเข้าห้องนอนไปจัดการล้างหน้าแปรงฟัน ธีโอหายไปเกือบสิบห้านาทีก่อนจะกลับออกมาในสภาพหล่อเหลาเอาเรื่องต่างจากหนุ่มขี้เมาคนก่อนหน้าลิบลับ “พร้อมใช่ไหม? ต้องออกแล้วเดี๋ยวรถติด” รอนอ้าปากถามทันทีที่ดาราในปกครองเดินพ้นออกมาจากห้อง เขามองสำรวจธีโอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยกข้อมือขึ้นดูเวลาเพื่อคำนวณการเดินทางไปพลาง ๆ “อืม ไม่ต้องห่วง…เดี๋ยว” ใบหน้านักแสดงหนุ่มเรียบนิ่ง เขาพยักหน้าให้แทนคำตอบก่อนจะเอ่ยรั้งผู้จัดการตัวเองที่กำลังจะเดินนำออกไป “ไม่สบาย?” “เปล่า เมื่อวานได้มาที่ห้องรึเปล่า?” ธีโอถามในสิ่งที่สมองของเขาพอจำได้คร่าว ๆ ว่าเหมือนเมื่อคืนเขาเห็นใครบางคนอยู่ด้วยกันในห้อง “…เอาไว้ก่อนเรื่องนั้นอะ ต้องออกแล้วเดี๋ยวสาย” รอนถอนหายใจพูดถึงสิ่งที่สำคัญกว่าขึ้นมาแทน ธีโอเลยได้แต่พยักหน้าเก็บเรื่องที่ตนคาใจไว้ถามทีหลัง… งานเปิดตัวแอมบาสเดอร์ กรี๊ดดดดด~ เสียงกรีดร้องของเหล่าบรรดาผู้หญิงเกือบห้าร้อยชีวิตที่มารวมตัวยืนอออยู่หน้าช็อปแบรนด์เนมภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ดังกระหึ่มขึ้นมา เมื่อดาราในดวงใจเพิ่งเดินพ้นออกมาจากช็อปหรูเพื่อทักทายและแจกลายเซ็นให้กับแฟนคลับของเขา “พี่ธีโอ~ / หล่อมากเลยค่ะ / หล่อจะเป็นลม” “หึ ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ธีโอเดินเข้าไปหากลุ่มแฟนคลับที่เขาพอจำหน้าค่าตาได้บ้าง ชายหนุ่มเอ่ยทักทายหยอกล้อกลับไป เขาคลี่ยิ้มชวนฝันก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาผู้บริหารที่เป็นคนส่งใบเชิญให้เขามาเป็นแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ โดยมีรอนประกบตัวไม่ห่างเพื่อรักษาระยะ และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด “ทางเราโชคดีจริง ๆ ที่คุณธีโอตอบตกลงทำงานร่วมกับแบรนด์ของเรา ดูสิ กระแสตอบรับล้นหลามน่าดู เมื่อกี้ผมลองเช็กกับฝ่ายขายแล้วตอนนี้ยอดสั่งซื้อรวมไปถึงยอดพรีออเดอร์ยังเข้ามาไม่หยุดเลย…แค่คุณถือกระเป๋าใบนั้นแค่แปปเดียว” “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณโอกาสดี ๆ ที่ยื่นมาให้ ไม่มีทางปฏิเสธแบรนด์ชั้นนำระดับโลกหรอกครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างคนถ่อมตัวแล้วก้มหัวให้ผู้บริหารสูงสุดด้วยความนอบน้อม เขารักษาภาพลักษณ์ดาราแสนอบอุ่นไว้ได้เป็นอย่างดีเพราะดูออกว่าเจ้าของแบรนด์ชื่นชอบตนเองมากขนาดไหน “พูดเกินไปน่า แต่แบบนี้คงได้ทำงานร่วมกันอีกหลายปีแน่ ๆ” “ยินดีครับผม” ธีโอกุมมือประสานหน้าลำตัว เขาก้มศีรษะนิด ๆ แล้วพูดคุยกับผู้บริหารสูงสุดอีกพักใหญ่ก่อนจะถูกตามตัวออกไปพบปะพูดคุยกับแฟนคลับ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเรียกความน่าสนใจให้กับแบรนด์ ชายหนุ่มออกมาแจกลายเซ็นและรับของขวัญที่แฟนคลับมอบให้ ในอ้อมแขนของเขาเต็มไปด้วยตุ๊กตาและของน่ารักกระจุ๊กกระจิ๊กมากมาย จนรอนต้องเข้าไปแบ่งบางส่วนมาช่วยถือไว้แทน “เดี๋ยววันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับทุกคน” “ไม่เอาาา / ยังไม่หายคิดถึงเลยอะพี่” “ไว้เจอกันเร็ว ๆ นี้ ต้องมานะ” ธีโอถูกรอนกันตัวออกจากเหล่าบรรดาแฟนคลับ บอดี้การ์ดกรูเข้ามาเปิดทางให้เขาได้เดินออกไปได้สะดวก โดยที่ดาราตัวท็อปอย่างเขาไม่ลืมที่จะขยิบตาพูดจาหยอกล้อส่งท้าย เพื่อบอกให้แฟนคลับเหนียวแน่นของตนเองมาเจอกันในงานครั้งถัดไป “ด้ายยย / ไว้เจอกันนะคะ / รักพี่ธีโอ~” ธีโอเอี้ยวหน้ากลับไปส่งยิ้มแม้จะเดินห่างออกมาแล้วเขาทำแบบนั้นกระทั่งเดินพ้นจากสายตาแฟนคลับชายหนุ่มถึงได้กลับมาตีใบหน้าเรียบนิ่งปลดคลายเนกไทบริเวณคอ “จะไปไหน?” “กลับห้องดิ ง่วงจะตายแล้ว” “สัมภาษณ์กับสื่อก่อน ไม่นาน” รอนคว้าไหล่ดาราหนุ่มไว้ เขาบังคับให้ธีโอหันหน้ากลับมาก่อนจะส่งมือไปจัดเนกไทที่ธีโอเพิ่งปลดออกให้เข้าที่เข้าทาง เพี๊ยะ… “ไม่ เจ้าของแบรนด์ก็บอกเองว่าไม่จำเป็น ขี้เกียจตอบคำถามเดิม ๆ น่ารำคาญ” “เดี๋ยว…” ผู้จัดการสุดเนี๊ยบปากอ้าค้าง มือที่กำลังจัดเนกไทถูกธีโอปัดออก รอนมองตามแผ่นหลังกว้างของนักแสดงหนุ่มที่กำลังเดินห่างออกไป เขายกมือถอดแว่นตาออกจากใบหน้าแล้วใช้สองนิ้วคลึงหัวตาให้กับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของดาราดังที่ตนเองต้องดูแล ติ๊ง! ร่างสูงสาวขายาวตรงดิ่งไปที่ห้องตนเองทันทีเมื่อลิฟต์ตัวใหญ่พาเขามาถึงเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของอาคาร ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจว่ามีผู้จัดการส่วนตัวเดินตามหลังมาติด ๆ เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางในหัวก็กำลังคิดถึงเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้ทิ้งตัวลงนอน กึก… รองเท้าหนังมันเงาชะงักกึกอยู่หน้าประตูเขาดึงมือออกจากกระเป๋าแล้วจัดเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทางเมื่อเห็นว่าบิดามารดาแท้ ๆ ยืนรออยู่หน้าห้อง “เข้าไปข้างใน” น้ำเสียงอบอุ่นดังออกมาจากปากวราภร หรือมารดาของธีโอ ชายหนุ่มพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดมาแตะปลดล็อกเปิดประตูเข้าไปด้านใน กริ๊ก…เพี๊ยะ! ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติหันขวับตามแรงมือ ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทมารดาของเขาก็ฟาดฝ่ามือใส่ข้างแก้มเต็มแรง ธีโอหน้าหันตามองพื้นเขารู้สึกเสียหน้าไม่น้อยที่โดนกระทำแบบนี้ต่อหน้าผู้จัดการส่วนตัว แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สิบก็ตาม… “ทำไมวันนี้แกไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ? ก็น่าจะรู้หนิว่าช่วงนี้กระแสแกกำลังมาแรง คนรอคิวจ่อจ้างงานเยอะขนาดไหน ทำไมยังทำตัวไร้ความรับผิดชอบอยู่อีก!!” เสียงที่ฟังดูอบอุ่นตรงหน้าห้องแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแทบลืมน้ำเสียงเดิม ธีโอดึงตากลับมาสบสายตากับผู้เป็นแม่ เขาเห็นแต่ความโมโหโกรธเกรี้ยวฉายชัดออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้น “…ผมคุยกับเจ้าของแบรนด์แล้วว่าไม่จำเป็น” หมับ! “พอก่อน หน้านั้นมันมีมูลค่าขนาดไหน…ลืมรึไง?” “…เฮอะ” ธีโอลอบพ่นลมผ่านริมฝีปากเมื่อได้ยินศุภกิจหรือบิดาผู้ให้กำเนิดพูดออกมาแบบนั้น พ่อของเขายั้งมือแม่ที่กำลังจะฟาดมือลงมาอีกครั้ง ทำให้ฝ่ามือวราภรยังไม่สัมผัสโดนใบหน้าธีโอ “จิ๊!” “หัดมีความรับผิดชอบมากกว่านี้หน่อย โตขนาดนี้แล้วควรรู้ว่าอะไรควรไม่ควร…ฉันไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูแกประหนึ่งเจ้าชาย เพื่อให้มาใช้ชีวิตสบาย ๆ ผลาญเงินไปวัน ๆ หรอกนะ” ผู้เป็นพ่อไม่ได้ใส่อารมณ์แต่ทุกคำที่เอื้อนเอ่ยออกมากลับทำให้ธีโอรู้สึกขันอยู่ในใจ “…ก็ไม่ได้ขะ” “ครับ คราวหลังผมจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีกว่านี้ พอดีช่วงนี้ธีโอพักผ่อนน้อยทำงานติดกันมาหลายวันแล้ว…ให้เข้าไปพักก่อนดีกว่า” รอนรีบพูดแทรกบอกเหตุผลให้ศุภกิจกับวราภรฟัง เขารู้ว่าธีโอกำลังจะพูดอะไรเลยรีบเอ่ยขัดไว้ ทำให้ดาราหนุ่มต้องปิดปากตัวเองลงแล้วแสดงสีหน้าเอือมระอาออกมาแทน “อย่าให้ฉันกับพ่อแกต้องถ่อมาสอนเรื่องความรับผิดชอบของแกอีก…หัดรู้จักโตและคิดเองบ้าง” วราภรลดเสียงลงแต่ยังคงสายตาของความเกรี้ยวกราดไว้ เธอมองลูกชายตัวเองอย่างคนคาดโทษก่อนจะเดินออกไปจากเพนต์เฮาส์พร้อมสามี โดยไม่คิดเอ่ยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกชายเพียงคนเดียวเลยสักคำ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD