ปึง!
เอวาสะดุ้งหลังจากที่เธอยืนนิ่งอยู่ในครัวและได้ยินเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่ได้ตั้งใจมาพักใหญ่ เธอยังตกใจไม่หายที่คุณวราภรแม่แท้ ๆ ของธีโอตบหน้าเขาฉาดใหญ่แบบนั้นเพราะมันสวนทางกับภาพลักษณ์ในทีวีที่เธอเห็นมาตลอด ไหนจะรางวัลครอบครัวตัวอย่างแห่งปีที่พ่อและแม่ธีโอเพิ่งได้รับไปเนื่องจากเป็นคนที่ประชาชนมองว่าเลี้ยงลูกได้มีคุณภาพ แสดงถึงความอบอุ่นภายในครอบครัวที่แน่นแฟ้น เป็นตัวอย่างของครอบครัวสุขสันต์…
แม่บ้านสาวที่เพิ่งมาทำงานได้สองวันยังทำตัวไม่ถูกแม้ศุภกิจกับวราภรจะออกไปแล้ว เธอดึงสติกลับมาสนใจผ้าเช็ดโต๊ะในมือก่อนจะเอามันไปล้างทำความสะอาดแล้วจัดเตรียมเครื่องดื่มกับผลไม้สดไปเสิร์ฟให้ดาราหนุ่มกับผู้จัดการของเขา ตามที่รอนได้บรีฟไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำงาน
“…น้ำผลไม้สกัดเย็นกับผลไม้รวมไร้เมล็ดค่ะ”
ร่างบางในชุดที่ดูเรียบร้อยและคล่องแคล่วกว่าเมื่อวานเดินตรงเข้าไปหาผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สองคนที่ยังยืนอยู่ตรงประตู เสียงหวานไม่คุ้นหูทำให้สองหนุ่มต้องหันกลับมามองสาวใบหน้าสวยก่อนที่รอนจะเป็นฝ่ายเอ่ยทัก และแนะนำแม่บ้านคนใหม่ให้กับชายเจ้าของเพนต์เฮาส์ได้รู้จัก
“เอวา แม่บ้านที่นายให้หามาทำความสะอาด ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา ส่วนใหญ่จะให้มาช่วงที่นายไม่อยู่ห้อง”
ธีโอพยักหน้าเขาไล่ตามองแม่บ้านสาวหน้าจืด ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะลากตากลับมามองเครื่องดื่มกับผลไม้ที่ผู้หญิงคนนั้นถือมันไว้ในมือ
“อืม”
เอวารู้สึกประหม่าไม่น้อยที่ต้องมายืนต่อหน้าดาราตัวท็อปที่เมื่อวานเขาเพิ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเธอ แม้จะรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นเมามากและคงจำอะไรไม่ได้ แต่เธอก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้อยู่ดี ไหนจะสายตาเย็นชาที่เขาใช้มองเธอเมื่อสักครู่นั่นอีก มันให้ความรู้สึกหยิ่งผยอง และยกตัวเองเหนือเธอ
“…ฉันให้เข้ามาทำความสะอาดตั้งแต่เมื่อวาน เห็นนายถามเมื่อเช้า”
“อืม จะพัก กลับไปเถอะ”
ธีโอตอบส่ง ๆ เขาไม่คิดใส่ข้อมูลของแม่บ้านหน้าจืดเข้าไปในหัว ชายหนุ่มยกมือไล่แทนการบอกให้ผู้จัดการส่วนตัวออกไปจากอาณาเขตที่พักของเขา รอนเลยพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ
กริ๊ก…
ความเงียบปกคลุมทั่วเพนต์เฮาส์ทันทีที่ประตูถูกปิดลงพร้อมผู้จัดการมาดเนี๊ยบที่เป็นคนรับเธอเข้าทำงานเดินหายออกไป เอวายืนนิ่งพักหนึ่ง เธอก้มมองแก้วน้ำผลไม้กับผลไม้ปอกสดในมืออีกครั้งแล้วถึงได้ก้มตัวเดินผ่านร่างสูงไปวางของในมือลงบนโต๊ะตัวใหญ่กลางห้อง
“ฉันวางไว้ให้ตรงนี้นะคะ ขอตัวไปทำความสะอาดต่อค่ะ”
เอวาวางทุกอย่างลงแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าสบสายตาธีโอ เธอเพิ่งมีโอกาสสบตากับเขาจัง ๆ ครั้งแรกถ้าไม่นับเมื่อวานที่เขาเมา นัยน์ตาคมเรียบเฉยไร้ประกาย เขามองเธอนิ่งไม่ตอบรับไม่หืออืออะไรกลับมา หญิงสาวเลยก้มหัวให้ชายเจ้าของห้องอีกครั้งเตรียมจะเดินผ่านเขากลับเข้าไปในครัว
หมับ!
คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ดี ๆ ธีโอก็ยื่นมือมาคว้าต้นแขนในขณะที่เธอกำลังเดินผ่านเขา หญิงสาวจำต้องหมุนตัวกลับไปหาแล้วขยับแขนตัวเองเบา ๆ แทนการบอกให้เขาคลายมือจากแขนเธอ
“มีอะไรรึเปล่าคะ?”
เอวาถามนัยน์ตามีความวูบไหวพลันสมองก็แอบคิดกังวลกลัวว่าเขาจะจำได้ว่าเมื่อคืนคนที่เขาจูบเป็นเธอ ไม่ใช่คนที่ชื่อโบรา
“…ไม่รู้รอนบอกรึยัง แต่ห้ามเคลื่อนย้ายของของฉันแม้แต่ชิ้นเดียวไม่ว่าจะอะไรในห้องก็ตาม แค่ทำความสะอาดไม่ให้มีฝุ่นก็พอ ฉันไม่ชอบเห็นของที่ฉันวางขยับเคลื่อนที่”
น้ำเสียงดุดันกับแววตาเฉยชากำลังมองมาที่เธอ เอวาชำเลืองตามองรอบห้องก่อนจะผงกหัวรับรู้ ธีโอเห็นแบบนั้นก็ยอมปล่อยมือแล้วหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนตัวเอง โดยมีคนตัวเล็กมองตามหลังกว้างกับขายาว ๆ ของเขาไปจนสุดสายตา
เขาดูไม่เหมือนคนในทีวีที่เธอเคยเห็นเลย แตกต่างกับเมื่อวานลิบลับ ทำไมเย็นชาขนาดนี้…
18:00น.
เอวาเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดแล้วเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าที่เธอเพิ่งจัดการซักรีดให้ดาราหนุ่มไปแขวนใส่ไว้ในห้องแต่งตัว ตามการจัดเรียงที่รอนถึงกับส่งเป็นผังมาให้ว่าต้องแขวนสีไหนไว้ตรงไหน เธอหันหน้ามองสามร้อยหกสิบองศาเพื่อเช็กความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วถึงได้เดินออกมาเตรียมตัวเลิกงานในวันนี้
“…หาว~ วันนี้เสร็จงานไวแฮะ”
ปากเล็กพึมพำหลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา เธอคว้าเอากระเป๋าผ้ามาถือแล้วหย่อนมือถือคู่ใจใส่ไปในกระเป๋ากางเกง
ตึก ตึก…
“จะกลับแล้วเหรอ”
เท้าเรียวชะงักกึกเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากเพนต์เฮาส์แบบเงียบ ๆ เอวากำสายกระเป๋าผ้าแน่น เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันกลับไปหาคนที่เพิ่งส่งเสียงถามเธอ
“ค่ะ คุณธีโอ”
ผู้ชายคนนี้ทำเธอประหม่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากันเลยจริง ๆ
“รีบไหม?”
“…หมายความว่ายังไงคะ?”
เอวามีสีหน้างุนงงเธอเข้าใจว่าตัวเองทำงานไม่เรียบร้อยเลยรีบสอดส่ายสายตาหาจุดบกพร่องรอบตัว เผื่อว่าจะลืมเก็บของหรือลืมทำความสะอาดตรงไหน
“จะวานไปซื้อของให้หน่อย ร้านสะดวกซื้อข้างล่าง ขี้เกียจ”
เสียงของเขาเย็นยะเยือกจนเอวาแอบขนลุก เธอพยักหน้าช้า ๆ แล้วเบี่ยงตาหลบเมื่อรู้สึกอึดอัดจนไม่อยากมองหน้าหล่อ ๆ นั่นต่อ
“…เอาที่เช็ดเครื่องสำอางค์ขวดเล็กกับสำลีแผ่นแบบหนา แล้วก็ข้าวผัดอเมริกันร้านข้าง ๆ ไม่ใส่ลูกเกด ไม่ใส่ผงชูรส…อ่อ บอกให้ใช้น้ำมันรำข้าวด้วย ไม่ก็บอกว่าของคุณธีโอ”
การ์ดสีดำเงาวับถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมแบงก์พันหนึ่งใบ เอวารับมาถือไว้ในมือโดยที่เธอกำลังทวนสิ่งที่เขาสั่งวนอยู่ในสมอง ป้องกันการลืม
“ส่วนเธอ…อยากซื้อไรก็รูดเอา”
คนตัวเล็กชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูเมื่อธีโอพูดออกมาแบบนั้น เธอเอี้ยวหน้ากลับไปมองเขาแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทก่อนจะพาตัวเองออกมา สาวร่างบางใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ได้ของที่ดาราหนุ่มต้องการมาถือไว้ในมือเธอกลับขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคารสูงแล้วตรงดิ่งเดินไปหาชายเจ้าของห้องที่ตอนนี้เขากำลังยืนเทเหล้าอยู่ตรงบาร์
“…ได้แล้วค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อนนะคะ”
เอวาวางของที่เขาต้องการพร้อมยื่นบัตรเครดิตระดับวีวีไอพีคืนให้ธีโอพลางเอ่ยปากขอตัวทันที ชายหนุ่มที่เพิ่งเทเหล้าเสร็จหมุนตัวกลับมามองถึงได้เห็นว่าแม่บ้านคนใหม่ไม่ได้ใช้บัตรของเขาซื้ออะไรติดมือกลับไปเลย
“เดี๋ยว เช็ดเครื่องสำอางค์ให้ฉันก่อน”
“…”
ใบหน้าขาวซีดหันกลับมาสบตาคม นัยน์ตาคู่นั้นกำลังแสดงความงุนงงออกมา ธีโอเลยหยิบเอาสำลีกับคลีนซิ่งออกจากถุงแล้วยื่นมันส่งให้เอวา เพื่อให้เธอช่วยเช็ดคราบเครื่องสำอางค์ที่เขากลบอะไรบางอย่างไว้…
“เร็ว ฉันจะพัก”
ดาราหนุ่มย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าเอาแต่ยืนนิ่ง เขายกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบแล้วหลับตาพริ้มดื่มด่ำรสชาติขมปร่าให้ชื่นใจ คนตัวเล็กเห็นแบบนั้นเลยรีบเทของเหลวใส่แผ่นสำลี เธอค่อย ๆ แปะมันลงบนหน้าของเขาแต่ไม่ทันจะได้ลูบไปไหนมือหนาก็คว้ามือเธอเลื่อนไปวางไว้ตรงคอเขาแทน
หมับ!
“เช็ดแค่ตรงคอพอ…แล้วคิดซะว่าเธอตาบอดไม่เห็นมันก็แล้วกัน”
ธีโอจับข้อมือบางไว้หลวม ๆ เขาหลับตาพูดกับเธอทำให้ธีโอไม่เห็นสีหน้าเอวาที่ตอนนี้คิ้วของคนตัวเล็กกำลังขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ แม้จะงงกับสิ่งที่ผู้ชายตรงหน้าพูดแต่หญิงสาวก็เลือกจะทำหน้าที่ของตนเองต่อ เธอค่อย ๆ วางแผ่นสำลีแปะลงไปแล้วลูบมือออกแรงเล็กน้อยเพื่อถูคราบรองพื้นที่มองผ่าน ๆ คงไม่เห็นว่าเขาจงใจกลบร่องรอยอะไรบางอย่างไว้ เอวาเช็ดมันออกก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกโพลงขึ้นเมื่อรอยสักรูปหนามที่พันรอบคอเขาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา…
คนตัวเล็กอ้าปากเหวอ มือเรียวชะงักโดยไม่รู้ตัวเพราะเธอไม่คิดว่าดาราภาพลักษณ์สดใสแบบธีโอจะซ่อนรอยสักชิ้นใหญ่ไว้ได้แนบเนียนขนาดนี้ ลวดหนามที่เขาสักมันพันรอบต้นคอก่อนจะถูกลากลงมาถึงช่วงอกก่อนจะหายเข้าไปในเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่ ทำให้เธอไม่รู้ว่ามันไปจบที่ตรงไหน
“หมดหน้าที่ก็กลับไปได้แล้ว”
น้ำเสียงเย็นยะเยือกดึงสติเอวาให้ดึงตากลับขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลา เธอมองข้างแก้มเขาที่มันยังมีรอยแดงจากฝ่ามือของผู้เป็นแม่ฝากฝังเอาไว้ เอวาพยักหน้าช้า ๆ แล้วรีบเดินไปทิ้งสำลีในมือ เธอรู้สึกประหม่าและทำตัวไม่ถูกเลยรีบสาวเท้าออกจากห้องด้วยความรู้สึกหลากหลายอย่างในเวลาเดียว