“เอวาพี่ฝากเราถ่ายเอกสารสองชุดสิ ขอก่อนพักเที่ยงนะ”
“…เอ่อ ได้ค่ะ”
คนตัวเล็กจำต้องผละมือออกจากงานตรงหน้าแล้วลุกขึ้นเอื้อมตัวไปรับกระดาษปึกใหญ่มาถือไว้ในมือ เธอเหลือบตามองจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าตาละห้อยเพราะงานของตัวเองยังไม่ทันเสร็จดี แต่หัวหน้าแผนกกลับมอบหมายงานที่ไม่เกี่ยวข้องแทรกเข้ามาเสียได้
ใบหน้าสวยอิดโรยริมฝีปากซีดเซียว แม้เธอจะทาลิปมันบำรุงไว้ก็ไม่สามารถทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาได้ ตั้งแต่ที่แม่ของเธอล้มป่วยเธอก็ต้องรับจ็อบหางานเสริมทำเพิ่มหลังเลิกงาน ลำพังแค่เงินเดือนหมื่นต้น ๆ ของพนักงานออฟฟิศที่โดนกดขี่อย่างเธอ คงไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่อยู่แล้ว
เอวาซูบผอมลงหลายกิโลจากการทำงานหนักและพักผ่อนน้อยติดต่อกันหลายสัปดาห์ โชคดีหน่อยที่เธอเพิ่งได้งานทำความสะอาดเพนต์เฮาส์ดาราดังเลยยังพอมีเงินเหลือให้ตัวเองได้กินได้ใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้างในแต่ละเดือน
“เอวาได้รึยัง พี่จะเข้าประชุมแล้ว”
“ค่ะ ๆ เหลืออีกสามแผ่นสักครู่นะคะ”
คนตัวเล็กผงกหัวหงึก ๆ รีบก้มไปโกยกระดาษเป็นร้อยแผ่นมารวบไว้ในมือ เธอเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะเลยยกมือขึ้นมาตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“สติหน่อยยัยเอวา”
ปากเล็กพึมพำก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนก เธอวางกระดาษสองปึกหนาลงบนโต๊ะแล้วกลับมานั่งทำงานของตัวเองต่อ
เฮ้อ…อดกินข้าวอีกแล้วสิ
คำพูดไว้อาลัยให้กับกระเพาะตัวเองที่เอวาพูดมันอยู่ในใจ ในเมื่องานยังไม่เสร็จเธอคงไม่สามารถลุกออกไปไหนได้ ไม่อย่างนั้นงานก็จะคั่งค้างลากไปอีกวันจนตัวเองลำบากกว่าเดิม
18:08น.
ตึก ตึก ตึก
“แฮ่ก แฮ่ก…”
“รีบอะไรขนาดนั้นใจเย็น ๆ”
คนตัวเล็กก้มตัวเอามือยันเข่า เธอหอบแฮ่กออกมาเสียงดังหลังจากรีบวิ่งลงจากรถประจำทางเพื่อเข้าทำงานให้ทัน ตามรอบที่พี่เต้อุตส่าห์ใจดีจัดรอบทำงานพิเศษให้เธอ แต่เธอก็ยังมาสายไปแปดนาที…
“ขอโทษนะพี่ วันนี้รถติดมีอุบัติเหตุตรงสี่แยกอะ”
“ใครเขาว่าอะไรล่ะ ไป ๆ ไปเปลี่ยนชุด”
“ค่ะ”
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า เธอพยักหน้าแล้วเดินหายเข้าไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุดจากพนักงานออฟฟิศมาใส่ยูนิฟอร์มของร้านสะดวกซื้อแทน เอวากลับออกมาประจำหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน เธอทำงานของตัวเองสลับกับเดินออกไปจัดสินค้าเข้าสต็อกเวลาไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ
โครก ครากก~
“…เอานี่ติดไปด้วย จะไปทำงานต่อล่ะสิ”
เต้ยื่นข้าวปั้นสองก้อนส่งมาตรงหน้า เอวาต้องรับไว้อย่างเสียไม่ได้เพราะกระเพาะเธอดันส่งเสียงประจานออกมาพอดี ทำให้หญิงสาวไม่สามารถพูดแก้ต่างอะไรได้อีก
“ขอบคุณค่ะ ไปก่อนนะพี่”
เธอยกมือไหว้ขอบคุณพลางส่งยิ้มทะเล้นออกไปโดยไม่คิดตอบคำถามเรื่องการทำงานอันแสนหฤโหดเช้ายันดึกของตนเอง
“…อายุแค่นี้โชคร้ายจริง ๆ”
เต้ส่ายหัวมองตามหลังเอวาด้วยความสงสาร เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าสาววัยยี่สิบต้น ๆ ต้องเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกันแบบกะทันหัน และกำลังไม่มีที่พึ่ง
คอนโดฟีนิกซ์
“วันนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลนี่นา”
เสียงหวานแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเธอหยิบมือถือขึ้นมาดูแจ้งเตือนที่ตนเองทำไว้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องเข้าไปจ่ายค่ารักษาส่วนหนึ่ง เพื่อให้แม่ของเธอยังได้รับการรักษา
แขนเรียวทิ้งลงข้างตัวเอวาค่อย ๆ เงยใบหน้าขึ้นมองไปยังชั้นบนสุดของอาคารแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่าถ้าเธอเกิดมาวาสนาดีกว่านี้อีกสักหน่อย ก็คงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องลำบากอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้…
ติ๊ด!
เอวาแตะคีย์การ์ดสำรองเข้าไปในเพนต์เฮาส์หรูเธอตรงดิ่งไปวางของแล้วใส่ถุงมือทำความสะอาดทันทีราวกับระบบอัตโนมัติที่ถูกตั้งไว้ หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจว่าชายเจ้าของห้องจะอยู่ในเพนต์เฮาส์หรือเปล่าเพราะเธอแค่เข้ามาทำความสะอาดตามหน้าที่เท่านั้น หมดหน้าที่ตัวเองเธอก็จะกลับออกไป แต่ก็พยายามไม่ส่งเสียงดังมากเกินไปตามที่รอนผู้จัดการของเขาได้กำชับและย้ำนักย้ำหนาว่าธีโอรักความเงียบสงบ และหวงความเป็นส่วนตัวของเขาเป็นลำดับที่หนึ่ง
“เอานี่ไปทิ้งด้วย”
“…ค่ะ”
คนตัวเล็กมีเหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้าเธอหันไปตามเสียงเรียกแล้วรับถุงขยะมาจากมือธีโอที่เขาเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอน ตาสวยหลุบมองต้นคอแกร่ง วันนี้มันไม่มีรอยสักให้เห็น แปลว่าเขาคงออกไปทำงานแล้วกลบมันเอาไว้
“งานเสร็จแล้วเหรอ”
“ค่ะ ขอตัวนะคะ”
เอวาตอบเพียงเท่านั้นแล้วพาตัวเองออกมาจากเพนต์เฮาส์ของนักแสดงหนุ่ม เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีตาคมมองตามหลังมาตลอดอย่างคนลอบสังเกต…
โรงพยาบาล
ฟึบ…
ร่างบอบบางหย่อนบั้นท้ายนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ ไร้พนักพิงที่มันถูกวางไว้ข้างเตียงผู้ป่วย เธอทิ้งกระเป๋าผ้าวางกองไว้ที่พื้นแล้วมองผู้ให้กำเนิดที่ตอนนี้มีสายห้อยระโยงระยาง และไม่ตื่นมาพูดคุยกับเธอหลายสัปดาห์แล้ว เอวายื่นมือไปจับมือของแม่ขึ้นมากุมเธอลูบหลังมือที่เริ่มเหี่ยวย่นเบา ๆ ด้วยความถนุถนอมพลันน้ำตาก็พากันไหลออกมาจากดวงตากลมสวย
“ฮึก”
เสียงสะอื้นเล็ดลอดจากริมฝีปากจิ้มลิ้มเธอพยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้แต่มันก็ยากเหลือเกิน ความเหนื่อยล้า และอารมณ์อ่อนไหวกำลังปะเดปะดังเข้ามาพร้อมกัน ในหัวเอวามีแต่ภาพของผู้เป็นพ่อที่แสนจะเห็นแก่ตัวที่ไปกู้เงินมาทำธุรกิจก่อนจะล้มไม่เป็นท่าแล้วทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เธอกับแม่รับผิดชอบ ทำให้แม่ของเธอเครียดหนักเส้นเลือดในสมองแตกล้มหัวฟาดไปเมื่อเดือนก่อน
จากปกติที่ชีวิตก็ไม่ได้ดีเด่กว่าใครเขาแค่พอเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดไม่เป็นภาระของครอบครัว แต่กลับต้องมาทุกข์ระทมกับความเห็นแก่ตัวของพ่อผู้บังเกิดเกล้าแบบไม่มีทางเลือก สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ต่างจากการที่เธอถูกราดด้วยน้ำมันแล้วจุดไฟเผาเลยสักนิด…
“…ฮึก หนูเหนื่อยจังเลยแม่ แต่ไม่ต้องห่วงนะยังไงแม่ต้องได้รับการผ่าตัด ตอนนี้หนูได้งานเพิ่มอีกที่ เดือนนี้แม่น่าจะได้ผ่าตัดแล้วนะ แม่ต้องเข้มแข็งไว้นะ ฮึก”
เสียงหวานสั่นเครืออย่างคนไร้ที่พึ่ง เธอเหนื่อยแต่ต้องพยายามเข้มแข็งจนบางครั้งความรู้สึกมันก็ปนเปตีกันมั่วไปหมด
ครืดดด~
เอวาเลื่อนประตูเปิดอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอแทรกตัวพาตัวเองออกมาจากห้องผู้ป่วยตรงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระค่าใช้จ่ายที่ยังคั่งค้างตั้งแต่เดือนก่อน
“คุณพิศมัยค่ะ ขอทราบยอดค้างจ่ายปัจจุบัน”
“ค่ะ สักครู่นะคะ”
พยาบาลประจำเคาน์เตอร์พยักหน้าแล้วหันไปพิมพ์ยุกยิกครู่หนึ่งแล้วถึงได้พิมพ์เอกสารออกมาวางตรงหน้าเธอ เอวาไล่ตามองลากปลายนิ้วไปตามตัวเลขก่อนที่ตาสวยจะตื่นตะลึงกับยอดค่ารักษาที่พุ่งสูงขึ้น จนเธอเองยังคาดไม่ถึง
“กะ…เก้าแสนเลยเหรอคะ!? อันนี้ได้ใช้สิทธิรักษารึยังคะ?”
เธอละล่ำละลั่กถามพลันใจดวงน้อยก็กระตุกวูบกับจำนวนเงินที่ตัวเธอเองยังไม่มั่นใจว่าจะต้องทำงานอีกกี่เดือนถึงจะโปะค่ารักษาทั้งหมดนี้ได้ ไหนจะหนี้นอกระบบที่พ่อของเธอก่อไว้อีก มันเยอะจนความรู้สึกมืดแปดด้านพากันตีแสกเข้าหน้า
“ใช้แล้วค่ะ แต่ตัวยากับค่ารักษาบางส่วนไม่รวมอยู่ในระบบ”
“ผ่อนจ่ายได้ใช่ไหมคะ”
“ได้ค่ะ แต่ถ้ายอดค้างจ่ายเหลือเกินสามแสนโดยปกติแล้วจะไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้นะคะ นอกจากมีหลักค้ำประกันหรือชำระค่ารักษาจนครบถ้วน”
“…”
คนตัวเล็กนิ่งงัน สถานการณ์ตรงหน้าไม่ต่างจากการบีบให้เธอไปยืนตรงหน้าผาเลยสักนิด เหมือนแค่ให้เธอเลือกว่าเธอจะจบชีวิตตัวเองด้วยวิธีไหน เท่านั้นเอง
“จะชำระบางส่วนก่อนไหมคะ? ใกล้เวลาปิดระบบแล้ว”
“…อะ เอ่อค่ะ ได้ค่ะ”
เอวาพยักหน้าเธอตัดสินใจชำระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มไปอีกสองหมื่นในวันนี้ แต่ตัวเลขหลังการหักยอดกลับไม่ทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นเลย ร่างแบบบางเดินไหล่ตกออกมาจากโรงพยาบาลเธอพยายามคิดหาทางออก แต่มันก็ไม่มีหนทางไหนเลยที่จะช่วยเธอได้…