ตอนที่ 5 : แผนล่ม
เพราะว่าที่สวนหลังบ้านมีต้นมะม่วงที่ลูกดกชวนทำน้ำปลาหวานทาน แพรวพิชญาที่ชำนาญการปีนต้นไม้ จึงของอาสาตัวปีนเก็บมะม่วงให้กับป้าแก้วและจันทร์เจ้าขา โดยไม่รู้เลยว่าคนที่เธอตกหลุมรักเขากำลังยืนมองความก๋ากั่นไม่สมเป็นกุลสตรีของตัวเองอยู่
ภาคินตั้งใจจะพาจันทร์เจ้าขาออกห่างเเพรวพิชญา เพื่อจะทำให้เพื่อนเขาดำเนินเเผนการได้สะดวกขึ้น เเต่ทว่าในขณะที่ยืนอยู่ชายหนุ่มก็ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะทำให้เขาต้องเจ็บตัว
ตุ้บ! "โอ๊ย!"
เเพรวพิชญากำลังจะโยนมะม่วงให้จันทร์เจ้าขา เเต่เธอไม่ทันได้มองมันก็เลยตกไปโดนหัวภาคินเต็มๆ
"อุ๊ย! คุณคินมาอยู่ตรงนี้ตั้งเเต่เมื่อไหร่คะเนี่ย"
ป้าแก้วที่ไม่ทันได้สังเกตว่าเขายืนอยู่ด้านหลังก็ตกใจด้วย
"คุณน้าเจ็บมากมั้ยคะ"
จันทร์เจ้าขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาน้าคินของเธออย่างเป็นห่วง
"อาจารย์หนูขอโทษนะคะ หนูไม่ทันได้มอง"
คนที่ใจเสียที่สุดในสถานการณ์นี้ก็คือแพรวพิชญา เธอรีบลงจากต้นไม้แล้วยกมือไหว้ขอโทษเขาทันที
"ป้าว่าหนูเเพรวพาคุณคินไปนั่งพักก่อนเถอะคะ ส่วนหนูเจ้าขา มาช่วยป้าหายาหม่องทาแก้หัวปูดให้คุณน้านะคะ"
"ได้ค่ะ เจ้าขาไปด้วย"
หนูน้อยกับป้าแก้วรีบพากันเดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้สองหนุ่มสาวต้องอยู่ด้วยกันตามลำพัง
"เจ็บมากมั้ยคะอาจารย์"
แพรวพิชญาถามขึ้น หลังพาเขานั่งลงที่เก้าอี้ม้าหินอ่อน
"เจ็บสิ ถามได้ โยนมาได้ยังไง มะม่วงลูกโตขนาดนั้น”
แน่นอนว่าเขายังหัวเสียไม่หาย ทำเอาเด็กสาวหน้าเจื่อนไปเลยทีเดียว ก่อนที่จู่ ๆ จะมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นที่มือถือ ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นว่าคนโทร.มาก็คือเมธัส
‘มันจะโทร.มาทำไม ห้องนั่งเล่นอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เลยสักนิด’
เขานึกสงสัย จึงรีบรับโทรศัพท์
“มีอะไรวะเม”
‘คิน กูกับไอ้กิตขอตัวกลับก่อนนะมึง พอดีว่าพ่อไอ้กิตโทร.มาบอกว่าตอนนี้แม่ของมันลื่นล้มตกบันไดว่ะ สถานการณ์มันเร่งด่วนมาก ตอนนี้พวกกูเลยสตาร์ทรถเตรียมไปโรงพยาบาลกันแล้ว ขอโทษด้วยนะเว้ยที่ไม่ทันได้ลามึง’
แน่นอนว่าพอทราบถึงเหตุที่เพื่อนรักโทร.มาอย่าง ภาคินที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมา
“ไม่เป็นไร มึงกับไอ้กิตรีบไปหาคุณน้าเถอะ ฝากบอกไอ้กิตด้วยนะว่าเดี๋ยวกูจะไปเยี่มคุณน้าที่โรงพยาบาลด้วย”
พูดจบแล้ว ชายหนุ่มก็วางสายทันที แน่นอนว่าในฐานะของคนแอบรักแพรวพิชญาก็อยากรู้ว่าอะไรทำให้อาจารย์ของเธอดูเคร่งเครียดจัง แต่เป็นเพราะว่าตัวเองมีความผิดอยู่จึงไม่กล้าถามออกไป
"ยาหม่องมาแล้วค่ะ ป้ารบกวนหนูแพรวทาให้คุณคินเองนะ พอดีหนูเจ้าขาบอกว่าอยากลองทานมะม่วงน้ำปลาหวานเร็ว ๆ ป้าก็เลยต้องรีบกลับเขาครัวไปปอกมะม่วงให้แก”
เมื่อนำยาหม่องทาแก้ฟกช้ำมาถึงมือเด็กสาวผู้เป็นต้นเหตุทำให้ภาคินเจ็บตัวแล้ว ป้าแก้วก็วิ่งกลับเข้าบ้านไปอย่างเร่งรีบ เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้จันทร์เจ้าขาอยู่คนเดียวเด็กน้อยจะเล่นซนในห้องครัว
“มาค่ะอาจารย์ แพรวขออนุญาตนะคะ แพรวทำให้อาจารย์เจ็บ แพรวต้องรับผิดชอบ”
เด็กสาวไม่รีรอที่จะเปิดขวดยาหม่องออกและแต้มนิ้วมือของเธอลงไป
“ฉันทาเองได้ เธอรีบไปช่วยป้าแก้วรับมือกับความซนของเจ้าขาเถอะ”
ภาคินพยายามจะแย่งขวดยาหม่องมาทางเองเพื่อความเหมาะสม แต่เด็กสาวกลับนำมันมาซ่อนไว้ด้านหลังของเธอ
“ให้แพวทาให้เถอะค่ะ ไหน ๆ นิ้วแพรวก็จิ้มยาหม่องมาแล้ว ฮ่าๆ”
เด็กสาวเอ่ยแล้วก็หัวเราะ ด้านภาคินเมื่อเห็นว่าบริเวณที่ถูกลูกมะม่วงหล่นใส่อยู่เลยโคนผมด้านหน้ามานิดหน่อย และเขาเริ่มเจ็บน้อยลงแล้วก็เลยยอมแพ้ความดื้อดึงของเด็กสาว นั่งนิ่งให้เธอใช้นิ้วมือเล็ก ๆ ป้ายยาหม่องทาให้อย่างอ่อนโยน
“มีใครเคยบอกไหมคะว่าอาจารย์น่ะหล่อมาก”
เมื่อมีโอกาสใกล้ชิดกับชายที่แอบรัก เด็กสาวก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยชื่นชมเขา
“หล่อเหมือนดาราเลยค่ะ ที่ผ่านมาคงทำผู้หญิงเสียใจด้วยความหล่อมาเยอะเลยใช่ไหมคะ ฮ่า ๆ”
เด็กสาวพูดแซวอาจารย์ของเธออย่างสนุกปาก โดยไม่รู้เลยว่านั่นจะทำให้เขาอารมณ์เสียจนเผยเรื่องที่เข้าใจผิดออกมาในไม่นาน
“เสร็จหรือยัง”
ความปากหวานของเด็กสาวที่ไม่ใช่คนดีในสายตาตัวเอง เริ่มทำให้ภาคิดรู้สึกหงุดหงิด
“เสร็จแล้วค่ะอาจารย์ เดี๋ยวแปบนึงนะคะอาจารย์อยู่เฉย ๆ ก่อนนะ”
ภาคินยอมอยู่เฉย ๆ ตามคำขอของเด็กสาวและรอดูว่าเธอคิดจะทำอะไร
“โอม เพี้ยง! จงหายดี”
เด็กสาวเอ่ยแล้วก็เป่าเบา ๆ ไปที่หน้าผากของเขา แน่นอนว่าสิ่งที่เธอทำภาคินไม่ได้รู้สึกประทับใจเลยสักนิด เขาจึงรีบดึงตัวเองออกมาจากความใกล้ชิดนั้นให้ไว และเอ่ยต่อว่าเด็กสาวที่ใจกล้าเกินตัว
“หยุดทำเรื่องน่ารังเกียจได้แล้วแพรวพิชญา เธอจะลดทอนคุณค่าในตัวเองไปถึงไหน แฟนก็มีอยู่แล้ว แต่ก็ยังไปเที่ยวกลางคืน ไหนจะเรื่องที่เธอแอบตามอาจารย์มาถึงบ้านจนได้เป็นพี่เลี้ยงของเจ้าขาอีก เธอต้องการอะไรแพรว เธอคิดว่าโลกนี้มันหมุนรอบตัวเธอ ทุกคนจะต้องรัก ต้องชอบเธอหรือไง ทั้งที่พฤติกรรมของเธอแต่ละอย่าง อาจารย์บอกได้เลยว่าถ้ายังไม่คิดจะกลับใจในตอนนี้ อนาคตเธอไม่มีวันประสบความสำเร็จในเรื่องความสัมพันธ์หรอก เพราะในสายตาของอาจารย์เธอดูเหมือนเด็กมีปัญหามากกว่า”
แพรวพิชญาอึ้งกิมกี่ไปในทันที เด็กสาวไม่รู้ว่าเธอควรจะตกใจกับอะไรก่อน ระหว่างความเกรี้ยวกราดของอาจารย์ หรือความเข้าใจผิดของเขา
“อาจารย์คะ อย่างแรกเลย อาจารย์ต้องใจเย็น ๆ แล้วก็ฟังแพรวก่อนนะคะ แพรวไม่รู้ว่าอาจารย์ไปได้ยินข่าวลือแปลก ๆ พวกนี้มาจากที่ไหน อย่างแรกเลยนะคะ แพรวมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายก็จริง แต่ยังไม่เคยมีแฟนเลยค่ะ ส่วนเรื่องต่อมา วันนั้นที่อาจารย์บังเอิญไปเจอแพรวที่ผับ แพรวอธิบายได้ค่ะ ว่าแพรวไม่ได้ไปที่นั่นเพราะตัวเองอยากไป แต่เป็นเพราะเพื่อนสนิทของแพรว ยัยพลอยชมพูที่นั่งใกล้ ๆ แพรวในห้องเรียนน่ะค่ะ นางผิดหวังในความรักก็เลยตั้งใจจะทำลายตับตัวเองด้วยการดื่มเพื่อลืมผู้ชายเลว ๆ คนนั้น แพรวที่ได้ยินจากเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ก็ไปดื่มเหล้าย้อมใจเพราะอกหักจากแฟนเหมือนกันว่าเธอเมาเละเทะมาก”
“แพรวก็เลยต้องรีบขับรถไปที่นั่นเพื่อรับยัยพลอยกลับบ้าน และใช้โอกาสที่คนตัวบัตรเผลอวิ่งเข้าไป แล้วก็บังเอิญไปชนกับผู้หญิงที่มากับอาจารย์พอดี แพรวไม่ได้โกหกอาจารย์จริง ๆ นะคะ ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อว่าแพรวพูดจริง แพรวสามารถเรียกเพื่อน ๆ ทุกคนมารวมตัวเพื่อเป็นพยานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ตัวเองได้ค่ะ ส่วนเรื่องสุดท้ายที่แพรวะแอบชอบอาจารย์จนต้องสะกดรอยตามมา แพรวรู้ว่าไม่มีใครชอบในสิ่งที่แพรวทำ แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่แพรวจะได้รู้จักคนที่แพรวชอบมากขึ้นนี่คะ จะให้แพรวพุ่งเข้าใส่จีบอาจารย์ตรง ๆ เลยก็คงไม่ได้แหละ เพราะตราบใดที่แพรวยังเรียนไม่จบ เราก็คงคบกันอย่างเปิดเผยไม่ได้”
เมื่อแพรวพิชญาพูดอธิบายไปหมดแล้ว ความตกตะลึงจึงถูกส่งต่อมาที่ภาคินแทน…