ตอนที่ 6 : ขอโทษ
หลังจากได้รับรู้ความจริงจากปากของเด็กสาวว่าเขาได้เข้าใจผิดไป ภาคินก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่เขาตัดสินเด็กคนหนึ่งไปทั้งที่ยังไม่รู้จักเธอดี แม้แพรวพิชญาจะยืนยันว่าเธอสามารถเรียกเพื่อน ๆ มายืนยันความบริสุทธิ์ให้ตัวเองได้ แต่ภาคินก็ไม่อยากให้มีใครมารับรู้ถึงความใจแคบของเขา โดยเฉพาะพลอยชมพูกับหยาดน้ำเพขรที่ก็เป็นลูกศิษย์ของเขาด้วย ที่มากไปกว่านั้นเขายิ่งไม่อยากให้มีใครรู้ว่าตัวเองได้รับแพรวพิชญาเข้ามาทำานที่บ้าน ถ้าทางโรงเรียนรู้เข้าเขาคงไม่รอดแน่ ๆ
"อาจารย์ขอโทษนะ ขอโทษที่เข้าใจเธอผิดไป แล้วก็ต่อว่าเธอด้วย ขอโทษที่ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้เธอ"
เพราะการขอโทษไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเขา เมื่อรู้ว่าผิดภาคินก็ไม่ลังเลที่จะพูดมันออกไป เขาอาจจะไม่ใช่ครูที่ดี แต่ก็ไม่ได้เป็นครูที่แย่ขนาดนั้น แต่ทว่าคำว่าขอโทษสั้น ๆ นี้กลับทำให้เด็กสาวเกิดอาการตกตะลึง ก่อนที่เธอจะสร้างความตกใจให้กับภาคินโดยการร้องไห้ออกมา
"เธอ ทำไมร้องไห้ เจ็บปวดกับคำพูดของฉันบ้างเลยเหรอ"
"เปล่าค่ะอาจารย์ ฮึก แพรวแค่ตื้นตันใจค่ะ ก็ตั้งแต่เกิดมาพวกผู้ใหญ่ที่เคยทำผิดกับแพรวไม่เคยพูดคำนี้ออกมาให้ได้ยินเลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะที่มีคนขอโทษแพรวอย่างจริงใจขนาดนี้"
พวกผู้ใหญ่ที่เธอหมายถึงก็คือพ่อแม่กับพี่ ๆ ของตัวเอง
"อย่างนั้นเองเหรอ"
ภาคินที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา จนเผลอหลุดยิ้มโดยไม่รู้ตัว
"อาจารย์ยิ้มสวยดีนะคะ"
คนตาไวเอ่ยชมทันที ในขณะที่กำลังเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง
"หึ ก็เธอแก่แดดแบบนี้ไง ถึงทำให้อาจารย์เข้าใจผิด"
"ฮ่า ๆ โทษทีนะคะอาจารย์"
เด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ทำให้ภาคินที่กลับไปเก๊กหน้าขรึมต้องหลุดเขาออกมา แพรวพิชญาไม่อยากเชื่อว่าภายในเวลาไม่กี่นาทีนี้จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน แต่เธอก็สุขใจที่สุดท้ายมันก็จบลงด้วยการได้นั่งหัวเราะกับเขา
เช้าวันต่อมา เมื่อวานนี้ในระหว่างทานมื้อเย็นเด็กหญิงจันทร์เจ้าขอได้ขอให้น้าของเธอพาไปเที่ยวสวนสนุกในวันหยุด แพรวพิชญาที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ใกล้จะครบ 24 ชั่วโมงแล้ว จึงต้องตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้า ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทำงานของตัวเอง ซึ่งนั่นก็คือการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเด็กน้อย
"โอ้โห! พี่เเพรวสวยมากเลยค่ะเหมือนเจ้าหญิงเลย"
หนูน้อยจันทร์เข้าขาที่ออกมาเปิดประตูห้องให้กับพี่เลี้ยงของเธอ ตกอยู่ในอาการตกตะลึง วันนี้แพรวพิชญาเลือกชุดเดรสสีขาว แขนตุ๊กตา ลายดอกไม้มาสวมใส่ มันจึงทำให้เธอดูสวยหวานแปลกตามากกว่าทุกวัน
"ขอบใจจ้ะ พี่เองก็จะแต่งตัวให้เจ้าขาสวย ๆ เลยนะ"
เอ่ยจบแล้ว พี่เลี้ยงสาวก็เริ่มงานของเธอทันที แม้จะไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน แถมตัวเองยังเป็นลูกคนเล็กของบ้าน แต่งานนี้กลับไม่ได้ยากเท่าที่คิด เพราะจันทร์เจ้าขาสามารถอาบน้ำและเข้าห้องน้ำได้ด้วยตัวเองแล้ว ที่เธอต้องทำหลัก ๆ คือเป็นผู้ช่วยเพื่อให้น้องสามารถทำธุระส่วนตัวได้รวดเร็วขึ้นและปลอดภัย ในการแต่งสวยให้กับเด็กน้อยในวันนี้ แพรวพิชญาจึงใช้เวลาไปเพียง 30 นาที
เมื่อลงจากบันไดมายังห้องโถงชั้นล่าง ป้าแก้วก็รายงานว่าตอนนี้ภาคินกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของรถก่อนออกเดินทาง จึงบอกให้สองสาวไปหาเขาที่ลานจอดรถได้เลย สองสาวต่างวัยจึงจูงมือกันมาหาเจ้าของบ้านที่ลานจอดรถ
"น้าคิน!"
หนูน้อยเจ้าขาที่พร้อมไปเที่ยวมาก ส่งเสียงเรียกน้าของเธออย่างร่าเริง
ภาคินจึงเงยหน้าขึ้นมา แวบแรกเขาตกตะลึงไปชั่วครู่ ไม่ใช่เพราะเห็นหลานสาวน่ารัก แต่เป็นเพราะเห็นว่าเด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ หลาน วันนี้ดูสวยงามกว่าปกติ
"พวกเราสวยไหมคะ"
หลานสาวน่ารักของเขาเอ่ยถาม
"สวยสิคะ"
ชายหนุ่มที่ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางเรียบร้อยแล้วตอบตามความรู้สึกตัวเอง ก่อนจะกอดและหอมหลานรักด้วยความเอ็นดู ซึ่งภาพที่แสนอบอุ่นนี้ก็ทำให้แพรวพิชญารู้สึกใจเต้นแรงไปด้วย
"พวกเราไปกันเถอะ"
เขาบอกหลานสาว และหันไปมองลูกศิษย์สาวที่ควบตำแหน่งลูกจ้างด้วย
ภาคินอุ้มจันทร์เจ้าขาขึ้นนั่งคาร์ซีทสำหรับเด็ก พร้อมรัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย
"ป้าแก้วทำแซนวิชมาเป็นอาหารเช้าให้พวกเราด้วย เธอกับเจ้าขาทานกันให้อิ่มเลยนะ อาจารย์จะขับรถ"
เด็กสาวพยักหน้ารับคำสั่ง และไม่นานภาคินก็ออกรถ เขาขับรถตามความเร็วที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้โดยสารสาวทั้งสองรู้สึกปลอดภัยเป็นอย่างมาก
"หนูกับเจ้าขาอิ่มแล้วค่ะ สองชิ้นนี้พวกเราให้อาจารย์นะคะ อาจารย์เองก็ต้องทานข้าวเช้าด้วยเหมือนกัน"
เด้กสาวพูดแล้วก็ยื่นแซนด์วิช 2 ชิ้นที่อยู่ในก่องให้กับเขา
"ขอบใจ เธอวางกล่องแซนด์วิชไว้ที่เบาะ เดี๋ยวถึงจุดที่รถติดเมื่อไหร่ อาจารย์จะกินมันเอง"
เด็กสาวยิ้มขึ้นแล้วก็ทำตามที่เขาบอก โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าความเอื้อเฟื้อเล็ก ๆ นี้จะค่อย ๆ ทำให้ภาคินรู้สึกดีกับเธอมากขึ้น
ทั้งสามมาถึงสวนสนุกในเวลา 10 โมง แพรวพิชญาสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เขาอยู่กับหลานสาว ภาคินจะไม่มีความตึงเครียด เขาจะยิ้ม หัวเราะ และพูดกับแกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมอ ซึ่งความอ่อนโยนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากในชีวิตของแพรวพิชญา เด็กสาวจึงรู้สึกประทับใจในตัวอาจารย์ของเธอมากขึ้นไปอีก
เครื่องเล่นแรกที่จันทร์เจ้าขาชวนพี่เลี้ยงของเธอไปประเดิมก็คือท้าหมุน ภาคินไม่ได้ขึ้นไปเล่นกับสองสาวด้วย เขายืนดูอยู่ด้านล่างและเป็นคนถ่ายรูป และเพราะตำแหน่งที่ยืนอยู่นี้ชายหนุ่มจึงได้สังเกตเห็น รอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสาและดูมีความสุขที่สุดของเด็กสาวที่กำลังทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้หลานของเขา
จบจากม้าหมุน สองหนุ่มสาวก็ตระเวนพาจันทร์เจ้าขอเล่นเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กจนครบ และกว่าจะได้ขึ้นรถกลับบ้านก็เป็นเวลาบ่ายสามโมง ซึ่งแน่นอนว่าหนูน้อยที่เล่นซนมาทั้งวันก็เหนื่อยจนนอนหลับไปแล้ว
"ไม่ได้มาสวนสนุกนานแล้วใช่ไหม"
ภาคินเอ่ยชวนเด็กสาวที่นั่งอยู่เบาะหลังพูดคุยด้วย เพราะเกรงว่าถ้าบนรถมันเงียบไป เขาเองที่มีความเหนื่อยเช่นกันก็จะง่วงนอนไปด้วย
"ใช่ค่ะอาจารย์ แพรวมาสวนสนุกครั้งสุดท้ายก็น่าจะตอนเรียนประถมเลย ขอบคุณอาจารย์ที่พามานะคะ แพรวก็เลยได้สนุกไปด้วย"
หญิงสาวรีบตอบอย่างกระตือรือร้น เพราะเธอดีใจที่ถูกชวนคุยเป็นครั้งแรก แต่ก็พยายามควบคุมความดังไม่ให้รบกวนการนอนหลับของเจ้าขา