บทที่ 6/1

1094 Words
สองวันต่อมา... 10:00 AM @ร้านกาแฟ "อย่าลืมไปทำแบบฝึกหัดที่พี่ให้ด้วยล่ะ" "ค่ะ ขอบคุณพี่พลีสมากๆ นะคะ ถ้าไม่ได้พี่พลีสช่วยสอนลี่คงหมดหวังสอบเข้ามหาลัยแน่ๆ เลย" "ไม่เป็นไรๆ อย่ากดดันตัวเองมากเดี๋ยวจะเครียดซะเปล่าๆ " "ฮือ~ ลี่รักพี่พลีสจังเลย~" "..." ฉันยิ้มบางๆ ลูบแผ่นหลังของลี่ที่โผเข้ากอดฉันอย่างให้กำลังใจเธอ ลี่เป็นเด็ก ม.หกอีกคนที่แม่ของเธอจ้างฉันให้ช่วยติวหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยที่ลี่หวังเอาไว้และเด็กๆ ทุกคนที่ฉันติวให้อย่างคนที่ผ่านๆ มาทุกคนมีโอกาสสอบติดร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะฉันเน้นสอนให้เด็กๆ เข้าใจไม่ได้เน้นสอนให้จำ เมื่อเข้าใจแล้วอะไรๆ มันก็ง่ายต่อการเรียนบทถัดไป โชคดีที่ลี่เป็นคนหัวไวเพียงแต่ที่ผ่านมาติดเล่นและเถลไถลมากไปหน่อยแค่นั้นเอง "ถึงเวลาที่พี่ต้องไปทำงานต่อแล้ว ลี่จะนั่งรอคุณแม่ในร้านก่อนก็ได้นะ ตามสบายเลย" "ค่ะ แม่บอกว่าใกล้จะถึงแล้ว" ลี่ตอบยิ้มๆ พลางเก็บของเข้ากระเป๋าขณะที่ฉันก็ลุกขึ้นและเก็บเก้าอี้ให้เข้าที่เหมือนเดิม "อยากสั่งเครื่องดื่มอะไรมั้ย? เดี๋ยวพี่เอามาให้" "ลี่เอาสตอเบอรี่ปั่นก็แล้วกันค่ะ ^^" "อื้ม งั้นรอแป๊ปนึงนะ" "ค่ะ" "^^" ฉันยิ้มบางๆ ให้ลี่แค่นั้นก่อนจะเดินไปยังหลังร้านเพื่อใส่ผ้ากันเปื้อนของทางร้านที่จัดเตรียมไว้ให้ก่อนจะเดินออกมายังเคาน์เตอร์และเริ่มทำงานตามหน้าที่ของตัวเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน... "พลีสให้พี่ไปส่งมั้ย? " พี่จุ๊บเลื่อนกระจกรถลงถามฉันที่เพิ่งปิดประตูร้านเสร็จก่อนจะหันไปตอบปฏิเสธพี่จุ๊บด้วยความเกรงใจ "ไม่เป็นค่ะพี่จุ๊บ เดี๋ยวพลีสต้องไปทำธุระต่อ" "เอางั้นเหรอ? " "ค่ะ พี่รีบกลับเถอะค่ะ" พี่จุ๊บมีสีหน้าลังเลและเป็นห่วงแต่เมื่อเห็นฉันโบกมือลาเธอก็พยักหน้ารับอย่างจำใจก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากหน้าร้านขณะที่ฉันล้วงโทรศัพท์ต่อสายหาใครบางคน [ฮัลโหล] "พี่กรณ์อยู่ไหน? " [พี่อยู่บริษัท ยังไม่เลิกงานเลย] "..." ฉันมองแก้วกาแฟในมือตัวเองที่ยังร้อนๆ อยู่เพราะตั้งใจทำก่อนจะปิดร้านเพื่อให้มันยังคงอุณหภูมิความร้อนของกาแฟเอาไว้และฉันก็คิดไม่ผิดที่ทำกาแฟ... ฟิ้ว~ "..." สายลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่านทำให้ผมฉันปลิวย้อนปรกหน้าปรกตาจนฉันต้องเงยหน้าจับผมทัดหูตัวเองเอาไว้และมันพอดีกับที่สายตาของฉันดันเหลือบมองเห็นป้ายไฟโฆษณาขนาดใหญ่ที่แทบจะเท่าความสูงของตึกซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ความสว่างของภาพเคลื่อนไหวและรอยยิ้มละมุนอ่อนโยนของผู้ชายคนนั้นที่ขัดตากับรอยสักตามแขนแต่น่าแปลกที่มันกลับดูน่าดึงดูดชวนมองซะเหลือเกินแต่ใครจะรู้ล่ะว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นของเขาแท้จริงแล้วมันขัดกับนิสัยที่ฉันได้ยินจากสิ่งที่พี่กรณ์เล่ามากเพียงใด ใช่...แอมบาสเดอร์ของสายการบินที่กำลังเล่นโฆษณาอยู่บนป้ายยักษ์ใหญ่นั้นคือขุนพล...ผู้ชายที่กำลังโด่งดังจนฉุดไม่อยู่ในตอนนี้ ก็ฉันบอกแล้วว่าเขาน่ะดังมาก... [พลีส เป็นอะไรอยู่ดีๆ ก็เงียบไป] "หือ? อ่อ เปล่าไม่มีอะไร พลีสแค่จะแวะเข้าไปหาพี่ที่ทำงานน่ะพี่สะดวกรึเปล่า? " ฉันละสายตาจากป้ายโฆษณาตรงหน้าพร้อมกับปลายสายที่เงียบไปอึดใจนึงก่อนพี่กรณ์จะตอบกลับมา [ได้ เดี๋ยวพี่ลงไปรับที่ล็อบบี้] "อื้ม" ฉันตอบรับแค่นั้นปลายสายก็ถูกตัดไปทันทีก่อนฉันจะเงยหน้ามองป้ายโฆษณาขนาดใหญ่นั้นอีกครั้งแต่โฆษณาตัวนั้นก็ถูกเปลี่ยนไปแล้ว... "..." ฉันกระตุกยิ้มมุมปากส่ายหัวให้กับตัวเองที่ดันเผลอไปนึกว่ารอยยิ้มของใครบางคนมันชวนใจสั่นซะงั้น คิดอะไรไม่เข้าท่าจริงๆ เลยนังพลีส...นั่นขุนพลนะ บุคคลอันตรายเชียวล่ะ ฉันเลิกคิดอะไรไม่เข้าท่าก่อนจะเดินข้ามสะพานลอยมายังตึกฝั่งตรงข้ามที่เป็นเจ้าของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ฉันยืนมองดูหรือถ้าให้พูดอีกอย่างก็คือตึก KP Entertainment นั่นแหละ โถงอาคารในเวลานี้ผู้คนบางตาลงไปเยอะมากต่างจากตอนกลางวันที่จะมีเหล่าพนักงานเดินกันให้ควั่กหรืออาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้มันคือช่วงเวลาสามทุ่มกว่าแล้วคนส่วนมากที่อยู่ต่อก็คือพวกที่ต้องทำโอทีทั้งนั้น ฉันเดินไปนั่งตรงล็อบบี้รับแขกพลางกวาดสายตามองดูอะไรไปเรื่อยระหว่างที่รอพี่กรณ์แต่สายตาของฉันกลับสะดุดเข้ากับร่างท้วมๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่นอกอาคารและหลบอยู่หลังเสาแถวนั้น ในมือของเธอกำลังถือกล้องราคาแพงและดูจากท่าทางแล้วนั้นคงกำลังระรัวชัตเตอร์อย่างเมามันส์เลยล่ะ "..." ฉันเลื่อนสายตาหันไปมองทิศทางตรงข้ามกับปาปารัสซี่สาวคนนั้นแล้วถึงกับนิ่งไปเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังถูกถ่ายรูปไม่รู้ตัวคือนักร้องสาวชื่อดังของค่ายเพลงนี้ที่กำลังเดินโอบเอวหนาของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ซึ่งก็คือ...ขุนพล รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทั้งคู่ถึงกับชะงักนิ่งไปเมื่อพวกเขารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกปาปารัสซี่คนนั้นแอบถ่ายภาพและเหมือนปาปารัสซี่คนนั้นจะรู้ตัวแล้วเหมือนกันว่าเธอถูกจับได้แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนร่างใหญ่และน้ำหนักตัวที่มากทำให้เธอที่กำลังจะวิ่งเข้าในตึกถูกขุนพลคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อฮูดของเธอเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว ร่างของปาปารัสซี่ถึงกับล้มหงายหลังแต่ขุนพลก็ดึงคอเสื้อของเธอบังคับให้เธอยืนขึ้นอีกครั้งด้วยเรี่ยวแรงที่มากเกินความจำเป็นเพราะดูจากหน้าของขุนพลในตอนนี้แล้ว เขากำลังโกรธได้ที่เลยล่ะ "เธอถ่ายรูปฉันใช่มั้ย! "
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD