#โปรดใช้วิจารณญาณการอ่านในระดับสูง
เสียงเพลงจังหวะเบสหนักๆ ที่เปิดดังลั่นห้องเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์คึกผมได้เป็นอย่างดี เสียงหัวเราะขำที่หลุดจากปากของผมมันไม่มีสาเหตุอะไรให้น่าขำแต่ผมกลับหัวเราะออกมาราวกับว่าตอนนี้ผมแม่งมีความสุขมาก...
ความสุขที่ผมสร้างและเสพติดมันมานานหลายปี...
อาการมึนเมาที่เกิดขึ้นทำให้ผมทิ้งหัวพิงพนักโซฟามองควันสีขาวที่คละคลุ้งไปทั่วห้อง...
"พี่ขุน มึงเติมอีกมั้ยวะ? " เสียงเรียกของไอ้แม็กซ์นักร้องแรปรุ่นน้องในค่ายเดียวกันดึงสติที่กำลังล่องลอยของผมให้กลับมามองหน้ามัน
ผมพยายามดึงหัวที่เต็มไปด้วยความมึนเมามองโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยอบายมุขมากมายหลายอย่างทั้งเหล้าทั้งเบียร์หลายสิบขวบที่ล้มระเนระนาดและยาเสพติดบางประเภทที่ออกฤทธิ์กดประสาท...
บอกตรงๆ ว่าผมโคตรจะชอบยาพวกนี้เลย...ไม่สิ! เรียกว่ารักเลยล่ะ! รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดีแต่ไอ้สิ่งนี้แหละมันกลับมอบความสุขที่ผมพยายามขวนขวายทั้งชีวิตและแม่งไม่มีใครให้ผมได้เท่ากับมัน!
"เติมดิ กูกำลังรู้สึกดีเลย" ผมพูดกลั้วหัวเราะมองหน้าไอ้แม็กซ์ซึ่งมันก็ยิ้มตาลอยไม่ต่างจากผมก่อนที่ผมจะหยิบ 'ความสุข' ที่มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาวซึ่งเป็นของเล่นของพวกมีเงินเหลือๆ ก่อนจะจัดการเทลงกับโต๊ะตรงหน้าเป็นแถวเล็กๆ ยาวหลายเซนติเมตรจากนั้นก็โน้มตัวลงจัดการสูดผ***วพวกนั้นเข้าทางจมูกรวดเดียวจนหมดพร้อมทั้งขยี้ปลายจมูกตัวเองหนักๆ สองสามครั้งเพื่อบรรเทาอาการแสบจมูกที่เกิดขึ้น
เวลาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นหัวสมองของผมมันก็ขาวโพลน ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า 'ความสุข' ถาโถมใส่ผมไม่ยั้งจนต้องยิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ โลกทั้งโลกหมุนติ้วราวกับว่านั่งอยู่บนเครื่องเล่นม้าหมุนที่หมุนวนซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น
ความสุขชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นมันทำให้ผมพอใจกับอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ในตอนนี้และอย่าถามหาเหตุผลว่าทำไมผมถึงใช้ชีวิตแบบนี้...คำตอบแม่งง่ายมาก...
กูอยากทำอะไรกูก็จะทำ...
ชีวิตของผมไม่เคยน่าเบื่อเลย ผมเป็นพวกรักความสนุก รักอิสระรวมถึงความท้าทายในชีวิตและกิจกรรมพวกนี้มันคือความสนุกที่ผมเสพติดมาหลายปี...
จำไม่ได้ซะด้วยซ้ำว่าเริ่มริลองของพวกนี้ตอนไหนรู้ตัวอีกทีผมก็เสพติดมันแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนไอ้ความท้าทายที่ผมชอบนั้นก็แล้วแต่จังหวะและโอกาสในตอนนั้นว่ามันคือเรื่องอะไร...ของอย่างนี้อยู่ที่สถานการณ์ว่ะ
"พี่ขุน~ อย่าบีบนมนิวแรงเกินไปสิมันเจ็บนะคะ" น้ำเสียงออดอ้อนของผู้หญิงข้างตัวที่กำลังนัวเนียผมไม่หยุดมาสักพักนึงแล้วไม่ได้ทำให้ผมหยุดมือที่กำลังตะบี้ตะบันบีบเคล้นหน้าอกของเธออย่างมันส์มือโดยไม่สนใจว่าภายในห้องนี้จะมีใครมองอยู่บ้างก่อนผมจะแสยะยิ้มให้กับคำพูดแต่การกระทำที่สวนทางของเธอ
"ตอนอยู่บนเตียงฉันบีบนมเธอแทบแหลกคามือไม่เห็นพูดว่าเจ็บสักคำ หึ" ผู้หญิงข้างตัวที่มีอาการมึนเมาไม่ต่างจากผมผงกหัวขึ้นจากลำคอของผมก่อนจะยกยิ้มอ่อยกันสุดฤทธิ์ขณะที่เล็บยาวๆ ของเธอก็กำลังกรีดกรายบนแผงอกเปลือยเปล่าของผมด้วยท่าทีเชิญชวนอย่างไม่ปิดบัง
ยัยนี่ก็เป็นอีกคนที่ผมเรียกว่าความสุข...ความสุขชั่วคราวที่ผมสัมผัสได้แบบเต็มไม้เต็มมือโดยที่เธอเองก็เต็มใจมอบให้กับผม เรียกว่าวินๆ ทั้งสองฝ่ายจะดีกว่าว่ะ
"ก็สถานที่มันต่างกันอารมณ์มันก็ต้องต่างกันสิคะ"
"แล้วตอนนี้ต้องการแบบไหน? พูดให้ฉันชื่นใจหน่อยซิ้คนสวยของพี่" ผมถามนิวนางแบบสาวชื่อดังและมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายก่อนจะดึงชุดเดรสสั้นเกาะอกเธอลงต่อหน้าไอ้แม็กซ์และผู้หญิงคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่โดยไม่สนใจเลยว่านิวจะมีอาการอายหรือรู้สึกยังไงแต่ดูจากอาการมึนเมาของเธอในตอนนี้แล้วนิวคงไม่เหลือความอายอีกต่อไปแล้ว
ร่างบอบบางสูงโปร่งตามพิมพ์นิยมนางแบบค่อยๆ ปีนขึ้นมานั่งบนตักของผมด้วยท่าทียั่วยวน สายตาที่มองผมเต็มไปด้วยความต้องการที่ตอนนี้ผมก็มีไม่ต่างจากเธอ...
หน้าอกเปลือยเปล่าที่มีขนาดเท่าหัวเด็กทารกกระเพื่อมไปตามจังหวะบดเบียดสะโพกที่พยายามปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการผมมากกว่านี้และผมโคตรจะชอบอารมณ์วูบวาบเคลิ้มๆ ในตอนนี้เลยว่ะ
"อื้ม~ บดแรงๆ " ผมจับเอวคอดของนิวไว้แน่นและกดลงเพื่อให้ตรงนั้นของเธอแนบแน่นไปกับเนื้อผ้ากางเกงวอร์มของผมที่ตอนนี้อะไรๆ มันกลับแข็งขืนดุนดันตรงนั้นของเธอ
"อ๊า~ สะ...เสียว" นิวครางเสียงพร่าเชิดใบหน้าขึ้นหลับตาและยิ่งบดเบียดสะโพกกับไอ้นั่นของผมแรงขึ้นเรื่อยๆ ต่อสายตาหลายคู่ที่กำลังมองผมกับนิวไม่วางตาซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของผมกับทุกคนภายในห้องนี้ไปแล้วกับสถานการณ์แบบนี้...
สถานการณ์ที่จะเอาใครและตอนไหนก็ได้ หึ
"มะ...ไม่ไหวแล้วพี่ขุน นิวอยากได้มากกว่านี้~"
"จัดการเองเลยอิหนูของพี่" ผมพูดกลั้วหัวเราะหยิบถุงยางบนโต๊ะยัดใส่มือของนิวพร้อมกับมองท่าทีอดรนทนไม่ไหวของเธอด้วยความชอบใจ
นิวขยับตัวออกจากตักของผมเพื่อจะรั้งกางเกงผมลงและมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องพักถูกเคาะขึ้นพอดี
ก๊อกๆๆ ~
"ขะ...ขออนุญาตครับ"
"..." ทุกอย่างหยุดชะงักลงทันทีเมื่อผู้จัดการหน้าโง่ของผมมันปรากฏตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับเดินถือโทรศัพท์ทำตัวลีบเจี่ยมเจี๊ยมก่อนมันจะมาหยุดตรงข้ามผมพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้ผมด้วยท่าทีหวาดๆ
ผมใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะก่อนจะผลักตัวนิวให้ออกจากตักและถามไอ้ผู้จัดการที่จำชื่อมันไม่ได้ซะด้วยซ้ำด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
"อะไรของมึงวะ? "
"คะ...คุณนิ่มโทรมาครับ"
"..." ผมหยิบรีโมตขึ้นมาปิดเพลงก่อนจะรับโทรศัพท์จากมันขึ้นแนบหูตัวเองแต่แค่คำพูดแรกของปลายสายก็ทำให้ผมแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง
[เมื่อไหร่จะเลิกใช้ชีวิตเส็งเคร็งห่วยแตกนี่สักที! ถ้าข่าวรั่วออกไปว่าแกเป็นคนแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!]
ผมกัดฟันแน่นเมื่อได้ยินคำพูดต่อว่าจากแม่ตัวเองที่ไม่ได้คุยกันมาเป็นเดือนพร้อมกับอารมณ์ที่เคยสนุกหายวับไปราวกับถูกสับสวิตช์
โทรศัพท์ในมือถูกกำไว้แน่นจนแทบแหลกคามือ อาการเมายาและความหงุดหงิดที่ได้รับทำให้ผมตอบกลับปลายสายอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน
"ถ้าแม่ห่วงหน้าห่วงตามากนัก..."
"..."
"...ก็เลิกขายลูกชายตัวเองกินสักที!"