- ขุนพล -
พรึ่บ...
ไอ้ผู้จัดการถึงกับหน้าซีดเผือดพร้อมกับทรุดเข่านั่งลงต่อหน้าผมที่พูดประโยคนั้นออกไปก่อนมันจะรีบยกมือไหว้ด้วยเนื้อตัวสั่นเทาทั้งๆ ที่ผมยังคงถือสายไอ้กรณ์อยู่
"อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ สงสารผมเถอะครับ ให้โอกาสผมอีกครั้งได้มั้ยครับ? สัญญาว่าครั้งหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้ ครั้งนี้ให้โอกาสผมเถอะครับ คุณนิ่มกำชับผมมาแบบนี้ผมก็ไม่มีทางเลือกจริงๆ ผมไม่ได้อยากขัดใจคุณขุนเลยนะครับ! ให้โอกาสผมเถอะ! "
"โอกาส? " ผมเลิกคิ้วย้อนถามผู้จัดการตัวเองมันพยักหน้าระรัวดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้เต็มที
"ครับ ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ"
"เหอะ" ผมแค่นหัวเราะดูแคลนผู้จัดการตัวเองก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกมันที่กลัวจะถูกไล่ออกจนรีบคลานเข่าเข้ามาหาผมอย่างลนลาน
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้กระดิกหางมาหาผมทันทีที่ผมเรียกทั้งๆ ที่มันกลัวผมจนตัวสั่น เหตุผลเดียวที่มันยังอดทนรองรับอารมณ์ของผมได้นานกว่าผู้จัดการคนอื่นๆ ที่ผ่านมานั่นก็คือ...เงิน
ทั้งๆ ที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมแท้ๆ แต่กลับทำตัวเชื่อฟังใครอีกคนมากกว่าผมได้ยังไง?
"อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่านอกจากมึงจะรับเงินเดือนจากกูแล้วมึงยังรับเงินจากแม่กูเพิ่มด้วย"
คำพูดของผมทำให้ไอ้ผู้จัดการเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนมันจะรีบเข้ามากอดขาผมไว้ผมแน่นละล่ำละลักพูดแก้ตัว
"ผะ...ผมถูกบังคับครับ! คุณนิ่มบังคับให้ผมทำ! "
"บังคับ? " ผมย้อนถามเสียงนิ่งทั้งๆ ที่รู้เรื่องทุกอย่างอยู่แล้ว! ไม่ว่าผู้จัดการส่วนตัวผมกี่คนๆ ก็มักจะถูกแม่ผมซื้อตัวไปหมด อีกอย่างแม่ผมไม่ได้บังคับพวกมัน...
เพียงแค่คนพวกนี้มันตามความฉลาดของแม่ผมไม่ทันเท่านั้นเอง แม่ผมแค่ยื่นข้อเสนอด้วยการเพิ่มรายได้ให้กับพวกมันแล้วใครบ้างจะไม่อยากได้เงินทั้งสองทาง จริงมั้ย?
พวกมันแม่งก็เห็นแก่เงินกันทั้ง!
ในเมื่อรับเงินจากแม่ผมแล้วก็ต้องแลกกับการทำงานนั่นคือการรายงานพฤติกรรมของผมทุกอย่างให้แม่ผมรับรู้ ไม่ว่าผมจะทำอะไร ที่ไหนกับใคร แม่ผมรับรู้ได้หมดแล้วใครล่ะที่เป็นคนบอก? ถ้าไม่ใช่คนที่รู้ตารางงานผมดีที่สุดอย่างผู้จัดการส่วนตัว!
ไม่ว่าจะกี่คนๆ พวกมันก็เหมือนกันหมด! คือการรับเงินจากแม่ผมเพื่อแลกกับการรายงานความประพฤติของผมและสุดท้ายแล้วผมกับแม่ก็มักจะจบลงด้วยการทะเลาะกันอย่างรุนแรงทุกครั้ง
ความสัมพันธ์ของผมกับแม่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แค่มองหน้ากันก็แทบไม่อยากมอง...ผมทั้งโกรธและเกลียดแม่ตัวเอง
แม่ที่ไม่เคยทำหน้าที่แม่เลย! และมองว่าผมเป็นสินค้าทำเงินเท่านั้น!!
"ในเมื่อเป็นคนของกูดีๆ ไม่ชอบ มึงก็กลับไปเป็นคนของคุณนิ่มมึงซะสิ"
"คะ...คุณขุน อย่าทำแบบนี้กับผมเลยนะครับ ผมจะไม่รายงานพฤติกรรมของคุณอีกแล้ว อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ! " ผมสะบัดขาตัวเองออกจากการเกาะกุมของไอ้ผู้จัดการทิ้งอย่างไม่สนใจไยดีว่ามันจะหงายหลังล้มลงไปนอนกลิ้งนอนหงายท่าไหนก่อนผมจะหันไปพูดกับปลายสายที่ยังคงถือสายรอฟังผมอยู่
"ผมยังยืนคำเดิม..."
[...]
"ว่าผมต้องการผู้จัดการคนใหม่และขอภายในสองวัน ถ้าหาไม่ได้...น่าจะรู้นะว่าผมเป็นยังไง? "
มันไม่ใช่คำขู่...แต่เหตุการณ์บางอย่างมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ปลายสายเงียบไปอึดใจนึงก่อนจะตอบรับกลับมาเสียงนิ่ง
[ครับ]
ผมกดตัดสายทันทีก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหันไปคว้าเสื้อยืดที่วางพาดโซฟามาสวมใส่ก่อนจะปรายตามองอดีตผู้จัดการที่กำลังลุกขึ้นนั่งและคลานเข้ามากอดขาผมอีกครั้งน้ำตานองหน้า
"คะ...คุณขุนครับ! ขอโอกาสผมอีกแค่ครั้งเดียว! ครั้งเดียวเท่านั้น! ขอร้องเถอะครับ"
"เหอะ เห็นแก่ว่ามึงทำงานกับกูมานานที่สุดกูจะยอมทำหน้าที่สุดท้ายของมึงให้ลุล่วงไปด้วยดีแล้วกันนะ..."
พลั่ก!
ครั้งนี้ร่างของอดีตผู้จัดการล้มกลิ้งไปไกลกว่าเดิมเมื่อถูกผมถีบไหล่อย่างแรงก่อนผมจะก้มตัวลงหยิบกุญแจรถสปอร์ตลูกรักของตัวเองและหันกลับมามองอดีตผู้จัดการพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปากกับสภาพเวทนาของมัน
ไร้การเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น...ก็ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้มันขัดใจผมก่อนล่ะ?
ก็ผมน่ะ...เกลียดคนที่ขัดใจผมมากที่สุดเลย หึ