WARNING! รักนี้มันร้าย - EP 04

1615 Words
-พลีส- @ร้านกาแฟ "น้องพลีสกาแฟของคุณกรณ์ได้แล้วจ้ะ" "ค่ะ" ฉันขานรับพี่จุ๊บเจ้าของร้านกาแฟที่ฉันทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์กับเธอมานานหลายเดือนก่อนจะคว้าแก้วลาเต้ใส่ถาดเดินตรงไปยังผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวท่ามกลางสายตาสาวๆ หลายคู่ที่มองเขาตาเป็นมันแต่คนถูกมองกลับทำหน้าเครียดไม่รู้ตัว "เฮ้อ~" "เป็นอะไรพี่กรณ์ ถอนหายใจเสียงดังเชียว" ฉันถามเสียงนิ่งตามปกตินิสัยตัวเองก่อนจะเสิร์ฟกาแฟให้พี่กรณ์หลังจากที่เขาเพิ่งวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ สีหน้าที่เคยนิ่งฉายแววกังวลจนฉันยังจับสังเกตได้ "จะเรื่องอะไรอีก? มีคนเดียวแหละที่ทำให้พี่ถอนหายใจได้ขนาดนี้" "..." ฉันลากเก้าอี้ออกและนั่งข้างๆ พี่กรณ์ขณะที่ใบหน้าของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัวฉันทันทีและคนที่พี่กรณ์พูดถึงจนแสดงท่าทีหนักอกหนักใจได้ขนาดนี้ก็คงจะไม่พ้นแรปเปอร์ชื่อดังคนนั้น... ขุนพล... นักร้องแรปที่ใครๆ ต่างก็คลั่งไคล้ไปกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแบดๆ กับรอยสักชวนกรี๊ดให้ใจสั่นแต่นั่นมันก็แค่ส่วนหนึ่งเพราะความดังจริงๆ ของเขาคือผลงานเพลงต่างหาก เจ้าของฉายาราชาเพลงแรปไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือเส้นใหญ่จากใครแต่เป็นเพราะว่าเขามีความสามารถทางด้านนี้จริงๆ เพลงดังฮิตติดชาร์จและยอดวิวในยูทูปเป็นตัวการันตีว่าเขาดังจริงๆ ไม่จกตา ไม่ว่าจะทำเพลงออกมากี่เพลงต่อกี่เพลงเขาก็ประสบผลสำเร็จทุกครั้งแต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าจริงๆ แล้วเบื้องหลังความสำเร็จของราชาเพลงแรปจะต้องแลกมากับความเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนและฉันคือหนึ่งในไม่กี่คนนั้นที่รู้เรื่องของเขา... ถามว่าฉันรู้เรื่องของขุนพลจากใครน่ะเหรอ? ก็คนที่กำลังนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่ข้างๆ ฉันนี่ไง! พี่กรณ์เป็นลูกพี่ลูกน้องฉันซึ่งเขาทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของท่านประธานบริษัทค่ายเพลงดังยักษ์ใหญ่อย่าง KP Entertainment และทุกครั้งที่พี่กรณ์มาหาฉันก็จะพูดระบายถึงพฤติกรรมของขุนพลไม่หยุดราวกับว่าฉันคือตู้ระบายความในใจและกลับกลายเป็นว่าในบางเรื่องฉันก็ต้องรับรู้เรื่องของขุนพลไปโดยปริยาย...-_- แต่ส่วนมากเรื่องที่พี่กรณ์ระบายก็คงไม่พ้นเรื่องด้านมืดของขุนพลนั่นแหละแล้วถ้าถามว่าทำไมพี่กรณ์ถึงมาระบายให้ฉันฟังนั่นเป็นเพราะว่าฉันไม่ใช่คนช่างพูดโพนทะนาเรื่องของคนอื่นยังไงล่ะ ฉันมันเป็นพวกประเภทรับฟังคนอื่นมากกว่าจะเป็นคนพูดมากซะเอง "พี่จะทำยังไงดีวะเนี่ย? " พี่กรณ์ถามเสียงเครียด คนที่เคยมีมาดขรึมมาตอนนี้แทบจะดึงทึ้งหัวตัวเองไร้มาดเลขาคนเก่งไปเลย "เรื่องอะไรอีกล่ะ? " "ก็เรื่องเดิมๆ " "..." แล้วไอ้คำว่าเรื่องเดิมๆ นี่มันเรื่องไหนกันล่ะ? ปกติแล้วขุนพลไม่เคยมีเรื่องเดียวนะจากที่ฟังพี่กรณ์บ่นมาตลอดหลายปีตั้งแต่ทำงานเป็นเลขาให้ท่านประธาน KP เพราะว่าฉันเห็นว่าขุนพลสร้างเรื่องไม่น้อยเลยโดยเฉพาะผู้หญิง... มีครั้งหนึ่งที่ฉันเคยอ่านสกู๊ปข่าวของนางเอกสาวคนนึงที่ออกมายอมรับว่ากำลังคบหาดูใจกับนักร้องแรปชื่อดังอักษรย่อ ข. ซึ่งไม่รู้เลยมั้งว่าชื่อเต็มคือขุนพล -_- จั่วหัวออกมาขนาดนี้ว่าเป็นนักร้องแรปชื่อดังแล้วมันจะมีสักกี่คนกันเชียวในประเทศนี้? หลังจากนั้นวันถัดมาก็มีนางแบบสาวอีกคนออกมาแสดงตัวว่าเธอคือตัวจริงของนักร้องแรปชื่อดังอักษรย่อ ข. ไม่ใช่นางเอกสาวคนนั้น เมื่อมีสาวสวยออกมาประกาศแสดงตัวถึงสองคนแน่นอนว่าเกิดเหตุการณ์อีนุงตุงนังจนเดือดร้อนต้นสังกัดของนักร้องชื่อดังอักษรย่อ ข. คนนั้นที่ออกมาพูดแก้ข่าวว่า 'ขุนพลไม่ได้คบกับใคร โสดสนิท' และจบด้วยการยัดเงินเพื่อปิดข่าว... จบ...ทุกอย่างคือเรื่องเงียบด้วยเม็ดเงินและหลังจากนั้นขุนพลก็ไม่เคยมีข่าวฉาวอีกเลยแต่ฉันนี่สิก็ยังรับรู้เรื่องคาวๆ ของเขาผ่านพี่กรณ์ที่บ่นให้ฉันฟังตลอดแทบทุกวัน ข่าวจบแต่เรื่องคนไม่จบ ขุนพลก็ยังคงใช้ชีวิตเสเพลของเขาไปเรื่อย "แล้วพี่จะเอายังไง? " "จะเอาไงได้? พี่ก็ต้องหาผู้จัดการคนใหม่ให้ขุนพลภายในสองวันยังไงล่ะ! " "..." ฉันเลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะเสนอความคิดเห็นเรื่องนี้ยังไง อะไรที่ฉันไม่รู้ฉันก็จะไม่พูด ฉันนั่งมองพี่กรณ์ไถโทรศัพท์ในมือเหมือนเขากำลังหารายชื่อใครสักคนแต่อยู่ดีๆ ก็ชะงักนิ่งไปก่อนเขาจะค่อยๆ เงยหน้ามองฉัน "พลีส..." "..." "พลีสน้องรักของพี่" "-_-" อยู่ดีๆ ก็รู้สึกใจคอไม่ดีหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินน้ำเสียงชวนขนลุกและแววตาเปล่งประกายของพี่กรณ์แต่ครั้นจะลุกขึ้นหนีก็เหมือนจะไม่ทันเมื่อฉันถูกกดไหล่ให้นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง "สักครั้ง..." คำพูดเพียงแค่นั้นฉันก็เข้าใจพี่กรณ์ได้ทันทีและฉันก็ปฏิเสธทันทีทันควันเช่นกัน "ไม่" "ช่วยพี่สักครั้งนะพลีส ครั้งเดียวนะ ครั้งเดียว..." คนมาดขรึมที่เคยมีมาตอนนี้ไม่หลงเหลืออยู่แล้วเมื่อพี่กรณ์ยกมือขึ้นชูนิ้วชี้และกะพริบตาปริบๆ ด้วยสีหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์สลัดเลขามาดขรึมจนหมดสิ้น "ไม่ทำ" ฉันออกปากปฏิเสธอีกครั้งทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่พี่กรณ์ก็รั้งแขนฉันไว้พร้อมกับยัดซองเอกสารสีน้ำตาลใส่มือฉันที่ขมวดคิ้วงงมองของในมือด้วยความสงสัย "เอกสารว่าจ้างผู้จัดการ ลองกลับไปคิดดูดีๆ งานที่ได้เงินดีแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ นะเว้ยพลีส ไหนเธอจะต้องเลี้ยงดูไอ้พายมันอีก" ฉันชะงักไปเพียงนิดเมื่อพี่กรณ์พูดถึงพายซึ่งก็คือหลานชายวัยสิบห้าปีของฉันขณะเดียวกันฉันก็มองเอกสารในมือแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจก่อนวางมันลงบนโต๊ะคืนพี่กรณ์ "เงินดีอ่ะ ฉันเข้าใจนะ แต่ที่ฉันไม่ทำเพราะฉันคงรับมือกับความร้ายกาจของขุนพลไม่ไหวหรอก" ฉันพูดไปตามความจริงที่รู้สึก ก็อย่างที่รู้กันว่ากิตติศัพท์ของพี่แกมันน้อยซะที่ไหนล่ะ? ขนาดทำเอาคนเก่งอย่างพี่กรณ์ถึงกับหนักอกหนักใจได้ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัวของขุนพลแล้วถ้าเกิดฉันรับงานแล้วเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขามีหวังหัวหมุนวุ่นวายแน่นอน แล้วฉันมันเป็นคนประเภทไม่ชอบอะไรที่ทำให้ชีวิตตัวเองวุ่นวายแบบนั้นซะด้วยสิเพราะการอยู่เงียบๆ และใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็นอะไรที่ฉันสบายใจที่สุดแล้วจริงๆ "ถึงยังไงฉันก็รับทำงานนี้ไม่ได้หรอก ฉันไม่เหมาะกับงานแบบนี้แล้วอีกอย่างคือ...อีกไม่กี่เดือนมหาลัยฉันก็จะเปิดแล้วด้วย ปีสี่คงจะยุ่งมากแน่ๆ " ถึงแม้ว่ากว่ามหาลัยจะเปิดอีกสองเดือนข้างหน้าก็เถอะนะ แน่นอนว่าสิ่งที่ฉันยกมาพูดมันคือข้ออ้าง ในเมื่อฉันไม่อยากทำแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธจนดูน่าเกลียดเพราะฉะนั้นข้ออ้างคือทางแก้ปัญหาสำหรับฉัน "ก็ทำแค่ช่วงนี้ไปก่อนจนกว่าพี่จะหาผู้จัดการคนใหม่ได้ พี่สัญญาว่าจะหาให้ทันก่อนเธอเปิดเทอม ถือว่าช่วยพี่นะน้องรัก~" "..." สีหน้าขอร้องอ้อนวอนที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนของพี่กรณ์ทำเอาฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถามว่าเห็นใจพี่กรณ์มั้ยก็ขอตอบว่ามาก...แต่ฉันก็เป็นคนที่ไม่ชอบฝืนใจตัวเองเหมือนกัน "ขอโทษจริงๆ นะพี่แต่ฉันไม่อยากทำจริงๆ อะ" "พี่เข้าใจ...แต่ไม่เป็นไร..." "..." สีหน้าสลดหูลู่ของคนตรงหน้าทำเอาจิตใจฉันห่อเหี่ยวตามไปด้วยทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดตัวเองแต่ทำไมฉันถึงรู้แย่แบบนี้ด้วย U.U "งั้น...เอางี้..." "..." พี่กรณ์เงยหน้าขึ้นมองฉันทันทีที่พูดออกมาแบบนั้นก่อนฉันจะพูดในสิ่งที่คิดออกไป "ฉัน...ขอเก็บเอาไปคิดก่อนได้มั้ย? " "ได้สิ! ได้! ลองเก็บเอาไปคิดดีๆ นะ งานดีๆ เงินเยอะแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ นะพลีส ลองเก็บเอาไปคิดดูก็ไม่เสียหายอะไร" พี่กรณ์พูดด้วยสีหน้ากระตือรือร้นแฝงไปด้วยความยินดีก่อนจะยัดซองเอกสารใส่มือฉัน "ถ้ายังไงรีบติดต่อพี่มานะ พี่รอเธอเสมอ" พูดจบพี่กรณ์ก็ยีหัวฉันจนฟูฟ่องละอองซิ่วก่อนเขาจะคว้าแก้วกาแฟที่ยังดื่มไม่หมดและกระเป๋าถือตัวเองออกจากร้านกาแฟไปด้วยท่าทีอารมณ์ดีต่างกับฉันที่กำลังคิดไม่ตก... ทำไมใจฉันมันถึงไม่เคยแข็งได้เลยวะ? -_-
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD