2 อาทิตย์ผ่านไป
ของขวัญ
หลังจากวันที่พี่แทนไปส่งนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว และวันนี้พวกพี่ๆแก๊งอีเวิลมีซ้อมฟุตบอลตอนเย็น ซึ่งฉันก็ไม่พลาดที่จะตามยัยพราวไป
เวลาที่รอคอยก็มาถึง เราสามคนเดินเข้ามาในสนามฟุตบอลที่อัฒจันทร์ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยสาวๆที่เข้ามาเชียร์หนุ่มๆแก๊งอีเวิลและตรงเข้าไปยังที่พักนักกีฬาทันที
“พี่ๆสวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับสาวๆ” พี่ขุนพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้ พี่ไนท์และพี่สิงห์พยักหน้าส่งมาให้แค่นั้น
“หวัดดีครับ” พี่แทนหันไปมองเวลาและพราวพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ไม่เป็นไรของขวัญไม่ถือแค่คันหยุกหยิกที่หัวใจนิดหน่อย
“พี่แทนสู้ๆนะคะ” ชูสองนิ้วพร้อมกับฉีกยิ้มอวดฟันขาว เขาปลายตามองและเดินออกไปรวมกับเพื่อนข้างๆสนาม อ้าว!
“สู้ๆนะมึง อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ” เวลาพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
“ให้กำลังใจกูหรือแซะกู” ฉันถามนางกับไปและเบะปากไปให้หนึ่งกรุบ
“ก็ต้องให้กำลังอยู่แล้ว” นางตอบกลับแล้วส่งยิ้มมาให้ดูยังไงก็รู้ว่ากวนตีน เอาที่มึงสบายใจเลยอีเว
“พี่ขุนไม่เตะกับเพื่อนหรอค่ะ” ฉันเลิกสนใจเพื่อนตัวเองแล้วหันไปชวนพี่ขุนคุยแทน
“พี่ปวดขาครับ”
“เป็นอะไรมากไหมค่ะ” ฉันยื่นมือไปจับอย่างลืมตัว
“สัสขุน” พี่แทนตวาดขึ้นเสียงดังทำให้ฉันรีบชักมือออกด้วยความตกใจ ส่วนพี่ขุนและเพื่อนฉันทั้งสองคนก็ตกใจไม่แพ้กัน
“มึงจะตะโกนทำเหี้ยไร” พี่ขุนตอบเพื่อนตัวเองด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“มาเอาเสื้อกูไปเก็บดิ”
“ไอ้สัส ปากบอกไม่ แต่การกระทำขัดกันชิบหาย” พี่ขุนบ่นเพื่อนตัวเองแล้วเดินออกไปหาพี่แทนทันที
“พี่แทนเขาเป็นอะไรอะ” พราวพูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ฉันละสายตาจากพี่แทนส่ายหน้าไปมาให้เพื่อนเพราะฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“จะเป็นเมนมั้ง”
“อีเว อีบ้า” ฉันผลักหัวมันเบาๆ พูดมาได้พี่แทนเป็นเมน เฮ้อ! เหนื่อยใจ ไม่นานพี่ขุนก็เดินเข้ามานั่งพร้อมกับเสื้อช็อปที่ปักชื่อว่าแทนไท
จากนั้นนักกีฬาทุกคนก็ลงสนาม ฝั่งพี่แทนมีพี่ไนท์ พี่สิงห์ และรุ่นน้องของเขาหนึ่งในนั้นคือน้องกร เกมเริ่มต้นขึ้นสาวๆทั้งสนามก็เริ่มส่งเสียงกรี๊ด ฝั่งตรงข้ามคือคณะศิลปศาสตร์ เวลาผ่านไป 20 นาทีทีมศิลปศาสตร์ขึ้นนำเป็นหนึ่งประตูต่อศูนย์และตอนนี้เหลือแค่สิบนาทีจะหมดเวลาในครึ่งแรก
เกมในช่วงท้ายเป็นไปอย่างดุเดือดขนาดฉันที่ไม่ชอบดูบอลยังละสายตาไปไหนไม่ได้ นั่งเกร็งจิกเล็บลงบนมือตัวเอง
เฮ้! กรี๊ด!!! พลันเสียงเฮก็ดังขึ้น หลังจากพี่แทนเตะลูกบอลลอยเข้าประตูในห้านาทีสุดท้าย ฉันกระโดดด้วยความดีใจ เหมือนเขาจะมองมาที่ฉันแต่แค่แวบเดียวก็หันกลับไป ทำให้ฉันต้องยู่จมูกอย่างหมั่นไส้
ปี๊ดๆๆ เสียงนกหวีดดังขึ้นบ่งบอกว่าหมดเวลาครึ่งแรก เหล่านักกีฬาก็ทยอยเดินออกมาจากสนาม ฉันหยิบน้ำมาไว้ในขณะที่กลุ่มพี่แทนกำลังจะถึงที่พักนักกีฬา มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปหาพี่แทนพร้อมกับยื่นน้ำไปให้ ฉันจึงรีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที
“ขวัญว่าพี่แทนกินขวดนี้ดีกว่าคะ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์” ฉันคว้าขวดน้ำในมือเธอคนนั้นมาถือไว้แล้วยื่นน้ำของตัวเองไปให้เขาแทน “ใส่ยาอะไรไปหรือเปล่าก็ไม่รู้”
กรี๊ดดดด “อีบ้า กล้าดียังไงมาทำแบบนี้” เธอชี้หน้าฉัน “ฉันมาก่อนเธอนะ”
“ใครมาก่อนใครกันแน่” ฉันลอยหน้าลอยตาพูด
“พี่แทนค่ะ ดื่มของข้าวดีกว่าค่ะ”
ฉันส่งยิ้มหวานไปให้นางข้าว จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ๆพี่แทนเขย่งเท้ากระซิบข้างหู
“ได้ข่าวว่าเธอเป็นHIV”
ถอนออกมายืนกอดอกมองเธออย่างเหนือกว่า “ถ้าพี่กินพี่อาจจะตุย อย่าหาว่าขวัญไม่เตื่อน” พูดจบก็หยักคิ้วให้เธออย่างกวนๆ
“เธอกับไปได้แล้ว” พี่แทนหันไปบอกผู้หญิงที่ชื่อข้าว ฉันมองเธอพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาส่งไปให้ “ส่วนเธอมานี่”
พี่แทนลากฉันฟังไม่ผิดลากฉันเข้ามายังที่พักของนักกีฬาอย่างไม่ปราณี
“เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับฉันสักที ฮะ” เขาพูดขึ้นเสียงลอดไรฟันพร้อมกับสายตานิ่งเรียบรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“เฮ้ย ไอ้เหี้ยแทนใจเย็นๆ ว่าน้องขวัญทำไม” เป็นพี่ขุนเดินเข้ามาแยกเราสองคนออกจากกันแล้วดันฉันไปอยู่กับเวลาและพราว
“คนอะไรวะ รู้ว่าเขาไม่ชอบก็ตื้ออยู่ได้” แววตาของเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบ ฉันมองหน้าพี่แทนแววตาสั่นไหว เพียงเซี่ยวนาทีก็เปลี่ยนเป็นปกติและสลัดความน้อยใจทิ้งไป “รำคาญ จำเอาไว้ด้วยว่าฉันไม่ได้ชอบเธอ”
“มึงโอเคไหม” ฉันมองหน้าพราวพยักหน้าขึ้นลงช้าๆและส่งยิ้มหวานไปให้
“มึงจำไว้ว่ายังมีพวกกูอยู่ข้างๆเสมอ”
“บ้า พวกมึงจะดราม่าทำไม กูไม่ได้อกหักสักหน่อย” ฉันมองหน้าเวลาและตอบออกไปเพื่อให้เพื่อนสบายใจ
“อืม กูว่าเราไปนั่งตรงนั้นกันดีกว่า” เวลาพูดขึ้นพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปอีกมุมของที่พัก เวลาผ่านไปสิบห้านาทีนักกีฬาทุกคนก็วิ่งเข้าไปในสนาม
“ไงเรา จ๋อยเลยหรอ” ฉันยกยิ้มบางๆไปให้พี่ขุนที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ
“ไม่ถึงขนาดนั้น แค่พักยกเฉย ฮา ฮา” พูกจบก็ฉีกยิ้มจนตาหยี
“ฮึๆ สมกับเป็นของขวัญ แสบจริงๆ” พี่ขุนวางมือบนหัวฉันโยกไปมาเบาๆ พร้อมยกยิ้มมุมปากส่งมาให้
“อะๆ พี่ขุนคิดอะไรกับยัยขวัญหรือเปล่าเนี่ย”
“พราว พูดบ้าอะไรของมึงเนี่ย” ฉันหันไปเอ็ดเพื่อนตัวเองแล้วส่งยิ้มแห้งๆไปให้พี่ขุน
“ถ้าคนนั้นมันยากก็หันมาหาพี่ดีไหม”
O.O ฉันตัวแข็งทือดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“จริงจัง” เวลาจ้องมองด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
“ล้อเล่น ฮึๆ”
ฟู่…. หลังจากพี่ขุนพูดจบ ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จากนั้นเสียงนกหวีดในสนามก็ดังขึ้นทำให้เราทั้งหมดหันไปมองในสนามเป็นตาเดียว ฉันลากสายตาไปมองคะแนนแล้วระบายยิ้มออกมาบางๆ ไม่นานนักกีฬาทุกคนก็เดินออกมาจากสนาม
“สัสแทนทำไมมึงไม่มีสมาธิเลยวะ”
“กูขอโทษ” พี่แทนตอบพี่ไนท์เบาๆ
เกิดอะไรขึ้น? แล้วทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นแค่ซ้อมเองไม่ใช่หรอ เฮ้อ! งงไปหมด
“เอ้าน่าพวกมึง ยังไงเราก็ชนะแล้วนิ เย็นนี้ไปฉลองกันดีกว่า” พี่ขุนเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวเอง “น้องสามคนด้วยนะครับ”