Fire Pub
แทน
หลังจากสอนเด็กป่องเสร็จ ก็ตรงดิ่งมาที่ Fire ผับ สถานบันเทิงที่พวกเขาทั้ง 4 คน ร่วมกันสร้างขึ้นมารวมถึงสนามแข่งรถด้วย แต่ตอนนี้ผับไอ้ไนท์ซื้อไปเป็นของตัวเอง ส่วนสนามแข่งรถไอ้สิงห์ก็ซื้อขาดไปเป็นของตัวเองเช่นกัน
ผมนำเงินที่ขายหุ้นมาสร้างสนามยิงปืนเพราะที่บ้านทำธุรกิจผลิตอาวุธและเริ่มเข้าไปบริหารอย่างเต็มตัว ส่วนไอ้ขุนก็มีธุรกิจของมัน
วอสก้าราคาแพงถูกรินใส่แก้วครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไอ้ขุน และคืนนี้คนที่ดื่มเยอะสุดคือผมเอง ไอ้ไนท์ตั้งแต่มีน้องพราวมันก็ดื่มน้อยลง ส่วนไอ้สิงห์จิบเรื่อยๆแต่จิบไม่พัก ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์
Instagram
ของขวัญ : ฮั่นแน่แอบส่องแล้วกดติดตามแบบนี้ หวั่นไหวแล้วใช่ปะ
“ไม่น่าพลาดเลยกู” พึมพำกับตัวเองมองข้อความที่เด้งขึ้นมา ตอนแรกนั่งดูรูปที่ของขวัญถ่ายลงแต่ละภาพมันเป็นธรรมชาติคำแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองผมน่ารักแล้วมือลั่นไปกดติดตามเธอซะงั้น
“ไอ้แทน มึงดูอะไรวะ”
“เสือก” ผมพูดออกไปแค่นั้นแล้ววางโทรศัพท์ลง หลังจากไอ้ไนท์กลับไปตอนเที่ยงคืนผมก็นั่งต่อ ไม่นานก็ลุกขึ้นเดินออกมา ในระหว่างที่ผมกำลังเดินลงมาชั้นหนึ่ง
“แทนจะกลับแล้วหรอค่ะ” ผมหันไปมองก็เจอกับส้มส้มคู่ขาผมคนล่าสุด
“อืม”
“ไปต่อกับส้มส้มไหมค่ะ”
“ฉันไม่กินซ้ำนะคนสวย อย่าคิดล้ำเส้น” เหยียดยิ้มส่งไปให้ พูดจบก็เดินออกจากผับ คนอื่นจะเห็นผมในภาพอารมณ์ดีแต่ถ้าล้ำเส้นเมื่อไหร่เธอได้เห็นด้านมืดแน่นอน
เช้าวันใหม่
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปอเช่ 911 สีเหลืองเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังลาดจอดรถของคณะ ทำให้สาวๆที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างตื่นเต้น
ผมเดินตรงเข้าไปในลาดเกียร์เพื่อไปหาเพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ไม้หินอ่อนอีกฝั่ง ที่หอบสังขารมาแบบแฮงค์ๆแบบนี้ก็เพราะต้องเข้าแลปอาจารย์พ่อ ถ้าโดดวิชานี้ต้องกลับไปเรียนใหม่สถานเดียว
“เฮียแทนหวัดดี”
“เออ!!!” ผมตอบไอ้กรน้องรหัสตัวเองออกไปสั่นๆ
“ได้ข่าวว่ามี เด็กอักษรมาจีบ”
“ธรรมดาของคนหล่อ” ผมหยักไหล่ส่งไปให้ “คนหล่อน้อยกว่ากูก็ลำบากหน่อยนะ”
“แต่ผมว่าความหล่อของเราน่าจะพอๆกันนะครับ” ไอ้กรมันหยักคิ้วมาให้อย่างกวนตีน “เพราะก่อนหน้านี้พี่ของขวัญก็เคยเตาะผม”
“ไอ้เวร” ผมยกเท้าไปให้ ก่อนที่มันจะวิ่งหรือไป แล้วกูจะหงุดหงิดทำไมวะเนี่ย
“ไอ้กร กวนอะไรมึงอีก” ทันทีที่มาถึงไอ้ขุนก็ทักขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “หน้ามึงตอนนี้ทำให้สาวๆกลัว”
“ปกติมันก็กวนไอ้แทนอยู่แล้วเปล่าวะ” ไอ้ไนท์พูด
“วันนี้มันคงไปกระตุกต่อมหึง”
“หึงพ่อง” ผมหันไปตอบไอ้สิงห์พร้อมกับยกนิ้วกลางส่งไปให้ “ไปเรียนได้แล้ว เดี๋ยวพ่อมึงก็หักคะแนน”
จากนั้นพวกเราสี่คนก็เดินเข้าไปในตึก กดลิฟต์ไปยังชั้นหก เมื่อเข้ามาในห้องอาจารย์ก็เดินเข้ามาพอดี วันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับแค่เขียนโค้ดหุ่นยนต์แค่นั้น
“มีปัญหาอะไรนักศึกษาสามารถไปหาผมที่โต๊ะได้นะครับ” พูดจบอาจารย์ก็เดินออกจากห้องไป
ป๊าป!!! “ไปแดกข้าวกูหิว”
“สัสไนท์ตบหัวกูทำไมวะ” ไอ้ขุนตะโกนตามหลัง
“กูก็หิวเหมือนกัน” ผมพูดจบหยิบกระเป๋าเดินตามไอ้ไนท์ไป โดยมีไอ้สิงห์กับไอ้ขุนเดินตามมาติดๆ
ลานเกียร์
หลังจากเรียนภาคบ่ายเสร็จพวกผมก็ลงมานั่งที่โต๊ะประจำข้างลานเกียร์ ไม่นานแฟนไอ้ไนท์และเพื่อนก็เดินเข้ามา
“พี่ๆสวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ น้องของขวัญไม่มาด้วยหรอครับ” ไอ้ขุนตอบกลับและถามถึงใครอีกคน
“ขวัญทำรายงานกับเพื่อนอยู่ค่ะยังไม่เสร็จ” เวลาตอบไอ้ขุนพร้อมกับส่งยิ้มบางๆไปให้
“พวกเราอยู่คนละกลุ่มกันค่ะ”
“น้องเวลา อย่ายิ้มแบบนั้นพี่จะตุย” ไอ้ขุนท้าวคางมองหน้าเวลาแววตาประกายระยิบระยับ
“มึงจะทำอะไรมองหน้ามันด้วย” ผมผลักหัวไอ้ขุนพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปยังไอ้คนที่ไม่ค่อยพูดประจำกลุ่ม
“แฮ่ๆ โทษครับเพื่อน”
“แล้วเพื่อนเรากลับยังไง” ไอ้ไนท์ถามแฟนตัวเอง
“น่าจะนั่งวินกลับเอง หรือไม่ก็คงเป็นยัยเวที่ไปรับค่ะ”
“ไอ้แทนมึงไปรับของขวัญไปส่งที่คอนโด” ไอ้สิงห์พูดขึ้นเสียงเข้มมองมาที่ผมด้วยสายตาเรียบนิ่งบ่งบอกว่ากูสั่ง
“เกี่ยวอะไรกับกู”
“ข้อ 1 มึงอยู่ทำงานที่คณะต่อ ข้อ 2 มึงเคยไปส่งน้องแล้ว ข้อ 3 มึงไว้ใจได้” ไอ้ขุนพูดขึ้นพร้อมกับหยักคิ้วกวนๆ
“ข้อ 3 กูไม่มั่นใจเท่าไหร่”
“สัสไนท์ กูไว้ใจได้โว้ย คนอย่างยัยนั้นกูไม่ทำอะไรหรอก” ผมโวยวายขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
“มึงตกลงแล้วนะ”
“เดี๋ยวไอ้สิงห์กูไปตกลงมึงตอนไหน” ผมถามขึ้นหน้าตาเลิ่กลั่ก ผมหันไปคนอื่นๆก็ได้แต่กลั้นขำ “มึงมัดมือชกกูหรอไอ้สิงห์อย่าให้ถึงทีกูแล้วกัน”
จากนั้นผมก็แยกออกมายังห้องสาขาทำงานต่อ จนกระทั่งหกโมงเย็นผมจึงหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องตรงไปที่ลานจอดรถทันที
คณะอักษรศาสตร์
ของขวัญ
นั่งทำงานไปเรื่อยๆเงยหน้าขึ้นมาอีกทีหกโมงเย็นซะแล้ว งานกลุ่มครั้งแรกที่ไม่ได้อยู่กับสองสาวและเป็นฉันเองที่อาสาแยกออกมา
“ขวัญเสร็จยัง”
“ใกล้แล้ว” ฝนเพื่อนในกลุ่มถามขึ้นพร้อมกับยื่นหน้ามาดู
“เร็วเลยมึง กูหิวแล้ว”
“มึงจะเร่งหาพระแสงอะไรวะไอ้ฟิวส์” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองมันตาขวางพร้อมกับมุยหน้าส่งไปให้ ไม่นานก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น แต่ฉันก็ไม่สนใจรีบทำงานตัวเองต่อเพราะขี้เกียจฟังไอ้ประธานรุ่นบ่น
“ขวัญมึงกับพี่แทนยังไง”
“จีบอยู่” ฉันตอบยัยอย่างไม่คิดอะไรในขณะที่สายตากำลังมองตัวอักษรในโน๊ตบุ๊ก
“กูว่ามึงจีบติดแล้ว”
“เสร็จยัง” ในขณะที่ฉันกำลังเงยหน้าขึ้นไปด่าไอ้ฟิวส์ พี่แทนก็พูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด ‘เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย’
“ใกล้ละ…”
“เสร็จแล้วค่ะ” ในขณะที่ฉันกำลังจะตอบ ยัยฝนพูดขึ้นพร้อมกับดึงโน๊ตบุ๊กเข้าหาตัวเองแล้วกระซิบขึ้น “ที่เหลือกูจัดการเอง”
“พี่แทนมีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ” หรือว่าเขาจะตามไปเรียน แต่วันนี้สนามไม่ว่างนี่นา “คิดถึงขวัญหรอ”
“เฮอะ! เพื่อนเธอวานให้ฉันไปส่งต่างหากละ” นั้นไงว่าละ เป็นเหมือนที่ไอ้สองตัวที่นั่งข้างๆพูดซะที่ไหน เฮ้อ! ไม่เป็นไรคำพูดแค่นี้ทำอะไรของขวัญไม่ได้หรอก
“ว่าแต่ รอยยิ้มที่ส่งไปไม่สะเทือนใจพี่บ้างหรอ”