1 เดือนผ่านไป
คณะอักษรศาสตร์
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฉันตามจีบพี่แทนเช้าเที่ยงเย็น ก่อนนอนก็ทักไปบอกฝันดี แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่ามีใจให้ฉันเลย เฮ้อ! เป็นท้อ
“ของขวัญ มึงจะไปคณะวิศวะกับกูเลยไหม”
“วันนี้ต้องไปหาเจ้คริสตี้” ฉันหันไปมองพราวแล้วส่ายหน้ารัว จากนั้นก็รีบเก็บของใส่กระเป๋าทันที
“มึงจะไปคณะแพทย์”
“เปล่า” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเวลาพร้อมกับกระชับกระเป๋าที่สะพายอยู่
“แล้วจะไปไหน”
“ไปคอนโดพี่หมอติณห์ ไปแล้วนะอีผี” ตอบเวลาเสร็จก็เดินออกจากห้องไป นั่งแท็กซี่หน้าคณะไปคอนโดพี่ติณห์ ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนการจราจรหนาแน่นทำให้การเดินทางของฉันนานกว่าเดิม
คอนโดหมอติณห์
ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึง เมื่อจ่ายเงินค่ารถเสร็จก็เดินตรงไปที่ล็อบบี้ทันที ในระหว่างนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ของขวัญ”
“อ้าว พี่หมอแพรว พี่หมอภูมิ สวัสดีค่ะ” ฉันหันขวับไปมองและยกมือไหว้พร้อมกับฉีกยิ้มจนตาหยีส่งไปให้
“มาอีกแล้วหรอวะ”
“เอ้า! พี่หมอภูมิก็มาอีกแล้วหรอ” พูดล้อเลียนด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย
“โป้ก! หน๋อยยัยตัวแสบ” พี่หมอภูมิประทานมะเหงกลงบนหน้าผากของฉัน นี่หยอก เอ็นดู หรือหมั่นไส้เอาก่อน
“พอๆทั้งสองคนเลย” พี่หมอแพรวเอ็ดขึ้น “นี่ก็ชอบแกล้งน้อง”
“โอ้โห!! แพรว ก็ดูไอ้แสบดิ” พี่หมอภูมิหันไปเฮ้วกับพี่หมอแพรวแล้วหันกลับมามองฉัน “จะเลิกแกล้งได้ไง ฮึๆ”
หลังจากนั้นเราสามคนก็เดินตรงไปที่ลิฟต์กดชั้นที่พี่หมอติณห์อยู่ ลิฟต์คอนโดราคาสิบล้านนี้มันดีจริงๆแค่หนึ่งนาทีก็ถึงแล้วอะ
แกร็ก!!!
“มาแล้วหรอ” เจ้คริสถามขึ้นเมื่อพวกเราสามคนเปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้อง
“อือ! พี่ๆสวัสดีค่ะ” ฉันตอบพี่ตัวเองแล้วหันไปทักทายเพื่อนๆของเขา
“มาทำไมวะ”
“อ้าวๆ พูดแบบนี้กับน้องกับนุ่งได้ไงค่ะ พี่หมอนับหนึ่ง” ฉันค่อยๆย่างก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆพร้อมกับกระดิกนิ้วไปมาอย่างกวนๆ และนั่งจุกบุกอยู่ระหว่างพี่นับหนึ่งและพี่ติณห์ “ขนาดเจ้าของห้องยังไม่ว่าอะไรเลย เนอะพี่หมอติณห์”
“ที่ไอ้ติณห์ไม่พูดเพราะมันเบื่อที่จะพูด” พี่นับหนึ่งผลักหัวฉันเบาๆหนึ่งที
“ขวัญ มึงอย่าไปกวนมัน” เจ้คริสเดินมานั่งแล้วยื่นโน๊ตบุ๊กของตัวเองมาให้
“ว่าแต่เราเถอะ วันนี้ทำไมถึงว่างได้”
“แฮ่ๆ พอดีโน๊ตบุ๊กของขวัญพัง เลยมายืมเจ้ไปใช้” ฉันส่งยิ้มแห้งๆไปให้พี่หมอติณห์
“เอ้า! แล้วมึงจะใช้ไหนไอ้คริส”
“ก็ใช้ของมึงไง” พี่ชายฉันตอบพี่ภูมิพร้อมกับยกคิ้วกวนๆส่งไปให้
“เฮอะ สุดท้ายก็ไม่พ้นกู”
“เอ้า! ก็มึงรวย ต้องเป็นพวกมึงอยู่แล้วปะ เพราะน้องพวกมึงเอาโน๊ตบุ๊กกูไปใช้นิ”
“น้องมึงครับไม่ใช่น้องกู”
“แสบๆแบบนี้กูไม่รับเป็นน้องหรอก”
“ฮึๆ”
เสียงของพี่หมอภูมิ พี่หมอนับหนึ่งพูดขึ้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะของพี่หมอติณห์
“แล้วทำไมเราไม่เอาให้ไอ้แทนวิศวะคอมดูให้ละ” พี่หมอแพรวถามขึ้นยิ้มๆมองด้วยสายตาล้อเลีย
“ได้ข่าวว่าเขายังไม่รับรักเลยนิ” พี่หมอนับหนึ่งปลายตามองมาที่ฉันพูดขึ้น ใครคลั่งไคล้หมอหล่อๆแสนดีบอกเลยไม่ใช่กลุ่มนี้แน่นอน เพราะหมอมันร้าย แทงใจดำสุดๆยู่จมูกให้พี่นับหนึ่งจากนั้นก็เดินไปนั่งลงข้างๆพี่ตัวเอง
“ตัว”
ขวับ!
“เรียกแบบนี้ทีไร ใจคอไม่ดีทุกที” เจ้คริสหันขวับมองฉันอย่างไม่ไว้ใจ “อะไร”
“เขาหิวข้าวอะ” ฉันพูดขึ้นเสียงอ้อนพร้อมกับลูบท้องตัวเองไปด้วย
“ติณห์ ห้องมึงมีอะไรกินบ้าง” เจ้คริสหันไปมองเจ้าของห้อง “น้องกูหิว”
“มีแต่อาหารสด เราทำเองได้ใช่ไหม” ฉันพยักหน้าให้เจ้าของห้อง จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัว ในระหว่างนั้นก็มีเสียงตะโกนตามมา
“ทำเผื่อด้วยตัวแสบ”
“เอาด้วย”
“ของพี่ด้วยจ๊ะ”
“เฮ้อ! เดี๋ยวทำให้ทุกคนเลยค่ะ” ความหิวเป็นเหตุสังเกตได้ จากนั้นก็สำรวจของสดในตู้เย็นและเริ่มมือทำอาหารทันที เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เรียบร้อย
“คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลาย อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทานข้าวได้ค่ะ” หลังจากนั้นทุกคนก็เดินตรงมาที่โต๊ะแล้วกินข้าวโดยไม่พูดไม่จา
“ขอบใจนะตัวแสบ” พี่หมอนับหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มมาให้แล้วเดินออกไป
“ฝากล้างด้วยนะ น้องรัก” พี่หมอภูมิเดินเข้ามาตบบ่าเบาๆแล้วเดินตามพี่หมอนับหนึ่งไป
“ของฉันด้วยนะ ชะนี” แม้กระทั่งพี่ชายของฉัน
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวพี่ช่วยล้าง” พี่หมอแพรวพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบาๆ
“ไม่ต้องล้างหรอก วางไว้ในอ่างเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“อือ สุภาพบุรุษของขวัญ” มองพี่หมอติณห์แววตาประกายระยิบระยับ “แต่ไม่เป็นไร เพื่อพี่หมอติณห์ขวัญทำได้ ขวัญจะเป็นคนล้างให้เองค่ะ”
“พี่จะบอกอะไรให้นะตัวแสบ” ฉันหันไปมองพี่ภูมิที่ตะโกนมาจากห้องรับแขก “มันเป็นแผนไอ้ติณห์”
“ตกหลุมพลางมันแล้ว”
หลังที่พี่หมอนับหนึ่งพูดจบฉันเลิกคิ้วมองพี่ติณห์เพื่อยืนยันว่าที่เพื่อนเขาพูดจริงไหม คำตอบที่ได้ เขาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มขำมาให้
“โอเคเลย หมอเรียนเยอะอะเนอะ” ฉันเดินมาอ่างล้างจานโดนมีพี่หมอแพรวเดินมายืนข้างๆ” พี่หมอแพรวไม่ต้องค่ะ ไปทำงานเลยขวัญล้อเล่น”
หลังจากที่ทำความสะอาดเรียบร้อยก็ลาพี่ๆกลับและแน่นอนว่าไอ้คริสเป็นคนไปส่งฉัน
“เราจะกินข้าวร้านไหนดีค่ะ พี่แทน”
“แล้วเราจะกินอะไรละ”
น้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้รีบเงยหน้าไปมอง ฉันยืนตัวแข็งทื่อหน้าประตู เมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเดินควงแขนกันไปที่ลิฟต์ พี่แทนมองมาที่ฉันนิ่งๆและเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ ฉันจ้องมองอยู่อย่างนั้นจนลับสายตา
“ถ้าเขาไม่รัก ก็พักก่อนไหม” ฉันละสายตาจากเขาแล้วเงยหน้ามองพี่ตัวเองด้วยแววตาสั่นไหว
“ก็คงต้องถอยออกมาอยู่ในที่ของตัวเอง” ฉันกระพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำตาออกไป “กลับเถอะ”
พูดจบเราสองคนพี่น้องก็เดินตรงไปที่ลิฟต์แล้วลงมาลานจอดรถของคอนโด มองปอเช่911สีเหลืองที่กำลังวิ่งออกไปด้วยสายตาเลื่อนลอย
ถ้าอยู่ผิดที่ หมื่นล้านความดี ก็ไร้ความหมายสินะ