‘เธอคือใคร?’ รังสิมันต์ตั้งคำถามเพียงลำพัง ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลยสักวินาทีเดียว เธอเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่สามารถดึงดูดความสนใจจากเขาได้ นัยน์ตาเธอเศร้า แต่เป็นความเศร้าแสนตราตรึงใจ แฝงไปด้วยเสน่ห์สะกดตาคนมองให้หลงใหลเธอได้อย่างง่ายดาย เธอทำให้เขาสนใจเพียงเธอ มากกว่ารถยนต์คันหรูราคาแพงที่เธอยืนโปรโมทซะอีก
รังสิมันต์อยากทำความรู้จักเธออย่างลึกซึ้ง
“กรรชัย”
“ครับนายท่าน”
“ผู้หญิงคนนั้น”
“ฝั่งไหนครับ”
“ซ้าย”
“ผมจะจัดการให้อย่างรวดเร็วครับ” กรรชัยเข้าใจโดยง่าย ไม่ต้องมีคำอธิบายให้ยืดยาว
กรรชัยรีบไปจัดการให้ทันที หลังงานมอเตอร์โชว์จบลง เจ้านายของเขาต้องได้สาวสวยนัยน์ตาเศร้าผู้นั้นกลับไปด้วย และกรรชัยไม่ทำให้เจ้านายต้องผิดหวัง เขาสามารถพาหญิงสาวแสนโสภามาให้เจ้านายได้สำเร็จ
“สวัสดีค่ะท่าน”
“เราจะไปคุยกันที่คอนโดของฉัน”
“ค่ะ”
รังสิมันต์วางมาดขรึม เขาหรี่ตามองเธอเพียงนิดเดียวเท่านั้น หญิงสาวขึ้นรถไปนั่งเคียงข้างเขา เธอไม่พูดอะไรเช่นเดียวกับเขาที่เอาแต่นั่งเงียบ จนกระทั่งเดินทางมาถึงคอนโดหรูแล้วเข้ามาอยู่ในห้องชุดสุดหรูเพียงสองคน
“ฉันอยากรู้จักเธอ”
“ฉันชื่อดาวประดับค่ะท่าน ทำงานพริตตี้ เรียนป.ตรีปี 2 ค่ะ แต่ฉันอายุมากแล้วนะคะ”
“อายุมากของเธอนี่มันเท่าไร”
“อายุ 22 ปีค่ะท่าน”
“มากแล้ว?”
“ท่านคิดว่ายังไงคะ”
ดาวประดับไม่ตอบแต่เลือกที่จะตั้งคำถามเขากลับไปอย่างคนมีชั้นเชิง รังสิมันต์กระตุกยิ้มเล็กน้อย เขากำลังมีอารมณ์ขัน ผู้หญิงคนนี้อ่อนหวานแต่ใจกล้า เธอเป็นผู้หญิงน่าสนใจ
“เธอเด็กเกินไป”
“แต่ท่านไม่แก่เกินไปสำหรับฉันนะคะ”
อีกครั้งแล้วสินะที่เขากระตุกยิ้มออกมาอย่างมีอารมณ์ขัน เขาชอบผู้หญิงคนนี้ จริตจะก้านไม่เกินงาม มันดูพอดีและมีความเป็นธรรมชาติมาก รังสิมันต์ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่เธอจะเด็กตามอายุหรือเด็กแค่อายุหรือไม่ เขาคงต้องให้เธอพิสูจน์ให้เขาดูแล้วล่ะ
“นั่นสิ หากฉันไม่แก่เกินไปสำหรับเธอ ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่าท่านล่ะ รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันดูแก่เหมือนพวกตาเ*******ู”
“ฉันไม่รู้นี่คะว่าต้องเรียกท่านว่ายังไง”
“ทำให้ฉันพึงพอใจแล้วฉันจะมอบสรรพนามเรียกขานที่ถูกต้องเธอดีไหม”
“ดีค่ะ เพราะฉันเองก็ไม่ชอบรับอะไรมาง่ายๆ โดยที่ยังไม่ลงมือโชว์ความสามารถของตัวเอง”
“หึ...จัดการฉันสิดาวประดับ” ชายหนุ่มออกคำสั่ง
เหมือนมีสนามแม่เหล็กอยู่ตรงกลางระหว่างเขาและเธอ เพียงแค่สบตากันเท่านั้น คนสองคนก็เข้ามายืนแนบชิดสนิทสนมกัน ไม่มีช่องว่างใดให้มดตัวเล็กไต่ผ่านได้เลย แขนเรียวหนึ่งข้างโอบรอบลำคอหนา ฝ่ามือที่ว่าง กรีดกรายนิ้วเรียวหยอกล้ออกแน่นของชายชาตรี
เธอทำให้เขาครางกระหึ่มในลำคอเมื่อเธอกดเล็บยาวแต่งเต็มด้วยสีสันสวยงามลงบนยอดอกเขาผ่านเนื้อผ้าบางเบา หญิงสาวช้อนตาขึ้นมอง ทอดสะพาน ยั่วยวน และเชิญชวน ยิ่งชายหนุ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองมากแค่ไหน เล็บเธอยิ่งจิกกดแล้วสะกิดรัวขึ้นมาเท่านั้น
ดาวประดับปลุกเร้าจนยอดอกของเขาชูชันแข็งเป็นไต ส่วนเบื้องล่างนั้น แค่แนบชิดเบียดกายเสียดสีเพียงนิดสัตว์ร้ายใต้ร่มผ้ามันก็ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย รังสิมันต์ไม่ใช่คนไวต่อความรู้สึก แต่วันนี้ชายหนุ่มไม่สามารถควบคุมระบบความรู้สึกและร่างกายเอาไว้ได้ มันสุทธิวิสัยจริงๆ ดาวประดับเย้ายวนเกินกว่าเขาจะยับยั้งตัวเองเอาไว้ได้
รังสิมันต์ปล่อยให้ดาวประดับโชว์ลีลาเร่าร้อนได้อย่างเต็มที่ เขาประเมินเธอตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า จับเธอเซ็นสัญญาสวาท มอบตำแหน่ง‘นางบำเรอ’ให้อย่างง่ายดาย
ดาวประดับหวาดกลัวความทุกข์ที่เกิดจากความจน ทางเดินนี้เธอเลือกเอง ซึ่งดาวประดับพึงพอใจ จากพริตตี้ก็กลายมาเป็นนางบำเรอของมหาเศรษฐี เธอไม่ต้องทำงานหนักส่ายตัวแทบขาดเหมือนเดิม ไม่ต้องไปนั่งเป็นเพื่อนทานข้าวให้เสี่ยหรือนักธุรกิจคนไหนอีก ตอนนี้....แค่ปรนนิบัติรังสิมันต์เพียงคนเดียวดาวประดับก็ได้รับเงินเดือนห้าแสนต่อเดือนแล้ว มีหรือเธอจะไม่คว้าโอกาสนี้ไว้
“พี่เสียดายเธอจริงๆ นะดาว”
จีจี้ยังอยากให้ดาวทำงานเป็นพริตตี้ในสังกัดกับเธอต่อ ดาวประดับเป็นพริตตี้เกรดเอที่ครบเครื่องแถมยังขยันและวางตัวดี งานน้อยใหญ่รับไม่เคยปฏิเสธ คนแบบนี้หายาก จีจี้ไม่อยากเสียคนมีความสามารถและนิสัยดีแบบนี้ไป
“ดาวขอโทษนะคะพี่จีจี้ แต่ดาวต้องทำตามคำสั่งของท่าน”
“บอกพี่ได้ไหมว่าท่านคือใคร”
“ความลับค่ะ”
“พี่หมดหวังแล้วสินะ”
ดาวประดับตอบด้วยรอยยิ้มหวาน จีจี้ถอนหายใจแล้วยอมรับเงินค่าฉีกสัญญา แต่จีจี้ไม่รับทั้งหมด กลับรับเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
“พี่จะรับเงินแค่ครึ่งหนึ่ง หากเธอโดนเทที่นี่คือที่พักพิงนะดาว ไม่ว่าจะนานแค่ไหนพี่รอให้เธอกลับมาเป็นเด็กในสังกัดของพี่ เราอยู่ด้วยกันมานาน พี่มีกินมีใช้ได้ก็เพราะเธอนะ”
“แต่ว่า....”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้นดาว เอาเงินที่เหลือคืนไป สัญญาพี่ยอมฉีกให้ ที่เหลือคือสัญญาใจเท่านั้น”
“ขอบคุณพี่จีจี้มากเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไร ดาวช่วยพี่ พี่ก็ช่วยดาว”
ดาวประดับยกมือไหว้ขอบคุณจีจี้จากใจ จีจี้ดีกับเธอเสมอ ตั้งแต่วันแรกที่พบกันจนถึงวันนี้จีจี้ก็ยังเป็นคนดีคนเดิม ดาวประดับซาบซึ้งใจ จีจี้ยิ้มให้ดาวประดับ เข้ามาสวมกอดให้กำลังใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกจากกันหลังจากธุระเสร็จสิ้น
“นี่ค่ะ ฝากคืนเงินให้คุณป๋าด้วยนะคะ”
ดาวประดับส่งเงินที่เหลือให้กรรชัยที่นั่งรอเธออยู่ในรถ กรรชัยรับเงินปึกหนึ่งมาไว้ เมื่อดาวประดับเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย กรรชัยก็ออกรถขับไปส่งหญิงสาวถึงคอนโดหรู ส่วนเขาก็แยกตัวกลับไปทำงานของเขาต่อ
“ทำไมเงินเหลือ?”
“อดีตผู้จัดการของคุณดาวรับค่าฉีกสัญญาไปครึ่งหนึ่งครับ”
“แล้วเอาเงินมาคืนฉันทำไม”
“คุณดาวให้นำมาคืนครับ”
“อืม เอาไปจัดการด้วย”
“ครับนายท่าน”
“ไปได้”
กรรชัยเดินไปพร้อมกับเงินปึกหนึ่งเพื่อไปจัดการเก็บมันเข้าตู้เซฟอย่างรัดกุม รังสิมันต์ก้มหน้าทำงานของเขาต่อ แต่เมื่อลูกน้องเดินจากไปแล้ว รังสิมันต์วางปากกาละทิ้งความสนใจออกจากเรื่องงานมาครุ่นคิดเรื่องดาวประดับ
หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงเอาเงินที่เหลือไปใช้ต่อแล้ว ไม่ใช่เพราะเธออยากให้เขารู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงจิตใจดี รังสิมันต์พบเจอคนมามาก เขารู้ว่าสิ่งไหนคือการแสดงและสิ่งไหนคือความจริง รังสิมันต์ไม่ตัดสินคนโดนขาดข้อมูล เขาให้คนของเขาตามสืบประวัติของดาวประดับมาหมดแล้ว ชีวิตที่น่าสงสารของเธอทำให้เขาเข้าใจเธอมากขึ้น
“วันนี้คงต้องไปหาสักหน่อย”
ยอมรับอย่างไม่อาย รังสิมันต์ติดใจสวาทของนางบำเรอสาวและมีความหวงแหนเธอค่อนข้างมาก รังสิมันต์ขังดาวประดับเอาไว้ในกรงทองฝังเพชร เขาไม่สนว่าเธอรู้สึกอย่างไรบ้างกับการอยู่ในกรงทองฝังเพชร เมื่อเธอรับเงินและเซ็นสัญญาแล้ว เธอต้องยินยอมก้มหน้ารับและปฏิบัติตามคำสั่งของเขาเพียงเท่านั้น ดาวประดับมีสิทธิ์ปฏิเสธ แต่ถ้าหากเขาบอกว่าไม่ คำปฏิเสธของเธอก็ไร้ความหมาย
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องบางมาถือไว้ เขาปลดล็อกโทรศัพท์ด้วยการสแกนนิ้วมือ จากนั้นก็ค้นหาเบอร์โทรของดาวประดับแล้วส่งข้อความถึงเธอ เรื่องส่วนตัวบางเรื่อง รังสิมันต์ไม่จำเป็นต้องใช้ลูกน้อง หากสิ่งไหนที่เขาทำได้อยากอยากทำด้วยตัวเองเพื่อความรวดเร็วเขาก็ทำ
-ข้อความ-
คุณป๋า :: คืนนี้ฉันจะค้างที่คอนโด เธออยากออกไปกินข้าวข้างนอกหรือเปล่า
หนูดาว :: แล้วแต่คุณป๋าค่ะ หนูดาวยังไงก็ได้ค่ะ
คุณป๋า :: อีก 3 ชั่วโมงเดี๋ยวไปรับ เราออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน
หนูดาว :: ค่ะ ดาวจะรอนะคะ
ดาวประดับวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกกำลังกาย เธอไม่เร่งรีบ คำนวณเวลาเอาไว้แล้ว รังสิมันต์ไม่ต้องรอเธอเลย แต่เธอต้องรอเขา ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่างเธอจึงไม่อยากใช้มันอย่างเปล่าประโยชน์ ดาวประดับออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย จากนั้นเธอก็อาบน้ำสระผมและแต่งตัวสวยแบบเบาๆ เพื่อรอคอยเขา
เครื่องหน้าเธอครบครันอยู่แล้ว เธอไม่ต้องเสริมเติมแต่งมากเหมือนคนอื่น รังสิมันต์มารับเธอตรงเวลา ชายหนุ่มขับรถด้วยตัวเอง มีดาวประดับนั่งเป็นตุ๊กตาเคียงข้างไปด้วย หญิงสาวไม่ได้หลงตัวเองคิดว่าตนนั้นสำคัญ เธอเข้าใจ รังสิมันต์ต้องการเวลาส่วนตัวกับเธอสองคนเท่านั้น เขาจึงไม่เรียกใช้งานลูกน้อง
“คนเยอะจังเลยนะคะ”
“ไม่ชอบเหรอ”
“เปล่าค่ะ”
“ไปกันเถอะ”
เธอและเขาเดินเคียงข้างกันเข้าไปในร้านอาหารขนาดใหญ่เป็นทรงบ้านเรือนไทย เมื่อเข้ามาข้างในดาวประดับชอบบรรยากาศมาก คนไม่พลุ่งพล่านอย่างที่คิด อาจเพราะเธอคำนวณจากรถที่ลานจอดเต็มไปหมด แต่เมื่อเข้ามาข้างในมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น แต่ละพื้นที่มีการจัดสรรปันส่วนแบ่งแยกความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน
พนักงานสาวในชุดไทยออกมาต้อนรับ รังสิมันต์พูดคำสองคำ พนักงานก็เดินนำไปยังโซนที่เป็นส่วนตัวมากที่สุด ดาวประดับรู้สึกผ่อนคลาย ทานอาหารมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อยความความสุข จนกระทั่งมื้ออาหารค่ำสิ้นสุดลง ระหว่างทางเดินกลับรถ มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาทักทาย
“สวัสดีครับคุณรังสิมันต์”
เสี่ยมงคลเข้ามาทักทายรังสิมันต์ แต่สายตากลับหยุดมองคนข้างกายของรังสิมันต์ซะอย่างนั้น ก่อนจะกล่าวคำทักทายหญิงสาวด้วยความสนิทสนม
“ไม่เจอกันนานเลยนะหนูดาว สบายดีเหรอ”
เสี่ยมงคลรู้จักดาวประดับเป็นการส่วนตัว หญิงสาวรับงานพริตตี้และรับจ้างทานอาหารกับนักธุรกิจกระเป๋าหนักหลายคน แต่ไม่เคยมีใครได้เชยชมเธอเลยสักคน แต่นักธุรกิจหลายต่อหลายคนก็ทุ่มไม่อั้นเพื่อให้ได้เธอมานั่งทานอาหารด้วยในแต่ละมื้อ เสี่ยมงคลคือหนึ่งในนักธุรกิจที่กล่าวมา
“สวัสดีค่ะเสี่ย ฉันสบายดีค่ะ”
“เสร็จจากคุณรังสิมันต์แล้วรับงานเพิ่มหรือเปล่าล่ะหนูดาว ไปกับเสี่ยสิ เสี่ยทุ่มไม่อั้นเลยนะ หนูดาวก็รู้ว่าเสี่ยกระเป๋าหนักมากแค่ไหน”
เสี่ยมงคลพยายามแสดงออกถึงความสนิทสนม เสี่ยมงคลชอบดาวประดับมาก ดาวประดับเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ โทรไปหาจีจี้ทางนั้นก็บอกว่าดาวประดับลาออกจากสังกัดไปแล้ว คิดว่าหมดหวัง แต่วันนี้ได้มาเจอเลยยื่นข้อเสนอให้
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ดาวไม่สะดวกค่ะ”
เสี่ยมงคลเลื่อนตามายังชายหนุ่มรุ่นลูก รังสิมันต์มองตอบอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้ด้านหลังเสี่ยมงคลจะมีลูกน้องพกปืนมาด้วยสองคนก็ตาม หากมีเรื่องรังสิมันต์ก็พร้อมปะทะเสมออย่างลูกผู้ชาย แต่เสี่ยมงคลไม่กล้ามีเรื่องกับเขาหรอก หากรู้จักเขาดีพอ มันได้ไม่คุ้มเสีย
“ว่ายังไงล่ะคุณรังสิมันต์”
“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว ดาวประดับคือคนของผม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่มีปัญหากันเพราะผู้หญิงคนเดียว เสี่ยน่าจะรู้ว่าผมไม่เคยไว้หน้าใคร ไม่ว่าจะหัวดำหรือหัวหงอก”
เตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเยือกเย็น รังสิมันต์จ้องตาเสี่ยมงคลไม่วาง จนเสี่ยมงคลเป็นฝ่ายเลื่อนสายตาหนี พร้อมกับยกมือห้ามลูกน้องไม่ให้ชักปืนออกมา
“โอเค เสี่ยไม่อยากมีเรื่องหรอก แค่เข้ามาทักทาย แต่ก่อนไปเสี่ยขอพูดกับหนูดาวสักนิด”
“เกรงว่าผมจะไม่มีเวลาให้ขนาดนั้น ดาวประดับขึ้นรถ”
เสี่ยมงคลถึงกับหน้าเจื่อน ไม่คิดเลยว่าหนุ่มรุ่นลูกจะกล้าหักหน้าเขา ดาวประดับเร่งฝีเท้าเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งข้างในอย่างไว เสี่ยมงคลกำหมัดแน่นแต่ไม่กล้ามีเรื่อง
“ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”
ชายหนุ่มไม่รอให้เสี่ยมงคลอนุญาตหรืออวยพรการเดินทางกลับของเขา เขาแค่บอกให้รู้ว่าเขาจะกลับแล้ว เสี่ยมงคลไม่ควรวอแวกับเขาหรือคนของเขา รังสิมันต์ถอยรถแรงจนเกือบชนร่างท่วมของเสี่ยมงคล
“ไอ้เด็กเปรตเอ๊ย!!!”
เสี่ยมงคลด่าตามหลังเมื่อรถยนต์คันหรูขับไปไกลแล้ว ทางด้านลูกน้องก็เข้ามาประคองเจ้านาย เสี่ยมงคลโมโหผลักลูกน้องทั้งสองออก แต่เพราะตนแก่และร่างก็ท่วมส่วนลูกน้องร่างใหญ่สูง นั่นจึงทำให้เสี่ยมงคลเข่าทรุดล้มไปกองกับพื้น อับอายขายขี้หน้าคนที่เดินผ่านมาบริเวณนี้
“ไอ้พวกเวร มาประคองกูสิวะพวกมึงจะยืนทำห่าอะไร”
“ครับเสี่ย” ลูกน้องทั้งสองรีบมาพยุงร่างท่วมของเสี่ยมงคลขึ้นพร้อมกับถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง
“เสี่ยเป็นยังไงบ้างครับ”
“เสี่ยไหวหรือเปล่า”
“กลับ!!!”
เสี่ยมงคลไม่ตอบคำถามแต่เลือกจะสั่งให้ลูกน้องพาตนนั้นกลับ ยังจะมีอารมณ์ทานอาหารอยู่อีกเหรอ อารมณ์เสียและขายขี้หน้าชาวบ้านแบบนี้ ไม่มีทาง!!
“กูเอาคืนมึงแน่ไอ้เด็กเปรต!!”