ดาวประดับรู้ว่าต้องขออนุญาตรังสิมันต์ก่อน แต่เธอไม่อาจโทรหาเขาแล้วขออนุญาตเขาได้ ชายหนุ่มกำลังใช้เวลากับครอบครัว มันจะเป็นการรบกวนที่เสียมารยาทมากๆ ดาวประดับนั่งคิดและนอนคิดทั้งคืน เธอได้ทางออก กรรชัยคือทางออกสำหรับเธอ เพราะกรรชัยเป็นลูกน้องคนสนิทของรังสิมันต์ เธอน่าจะลองปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากกรรชัย
รังสิมันต์ย้ำอยู่เสมอต้องการอะไรก็ให้บอกกรรชัย
ดาวประดับใช้เวลาระหว่างการเดินทางไปเรียนปรึกษากรรชัยที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เธอ กรรชัยนิ่งและเงียบมาก ทีแรกดาวประดับก็อ้ำๆ อึ้งๆ แต่เธอรับปากจีจี้เอาไว้แล้ว ยังไงก็ต้องลองปรึกษาขอความช่วยเหลือจากกรรชัย
“กรรชัยคะ”
“ครับคุณดาว”
“อะ....เอ่อ...คือว่าฉันมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ”
“ได้สิครับ”
“ฉันต้องไปปาร์ตี้วันเกิดพี่จีจี้ค่ะและฉันก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย”
“จีจี้?”
“อดีตผู้จัดการฉันเองค่ะ”
“ครับผมจำได้แล้วครับ”
“คุณป๋าเดินทางไปเที่ยวและใช้เวลาอยู่กับครอบครับ ฉันคงรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณป๋าไม่ได้ ฉันไม่รู้จะติดต่อและขอคุณป๋ายังไงค่ะ”
“ผมจะแจ้งนายท่านให้นะครับ”
“แล้วฉันจะได้ไปไหมคะ”
“ผมไม่ทราบครับ”
ดาวประดับไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่นของรังสิมันต์ มีความพิเศษกว่าทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ดาวประดับอาจไม่รู้ตัว แต่กรรชัยรู้เพราะทำงานรับใช้รังสิมันต์มานานหลายปี รังสิมันต์ไม่ใช่แค่หลงแต่ยังมีความหวงแหนดาวประดับมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้เขามาติดตามและดูแลดาวประดับอย่างใกล้ชิดแบบนี้ อีกทั้งยังยอมตั้งตัวเป็นศัตรูกับเสี่ยมงคลอย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดเพราะดาวประดับ
ดังนั้นเรื่องที่ดาวประดับต้องการขอนั้น กรรชัยตอบไม่ได้เลยจริงๆ อะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวประดับ บางเรื่องมันก็มาเหนือความคาดหมายลูกน้องอย่างเขาเหมือนกัน
“ฉันอยากไปค่ะ พี่จีจี้สำคัญกับฉันมาก”
“งานเริ่มและสิ้นสุดเวลาไหนครับ บางทีเรื่องเวลาก็สำคัญนะครับ”
“สองทุ่มถึงตีหนึ่งค่ะ”
“ครับ ผมจะแจ้งนายท่านทันทีครับ”
“ขอบคุณมากนะคะกรรชัย”
“ด้วยความยินดีครับมันเป็นหน้าที่ของผม”
ดาวประดับโล่งใจ อย่างน้อยก็สามารถติดต่อรังสิมันต์และแจ้งเขาได้ว่าเธอจะไปไหนและทำอะไร เรื่องเที่ยวกลางคืนรังสิมันต์ไม่ชอบสักเท่าไร นี่ละคือสิ่งที่เธอเป็นกังวลมากที่สุด ตอนถูกเชิญชวนก็ไม่คิด ทีนี้ล่ะเพิ่งคิดได้ ดาวประดับไม่โทษใคร เธอโทษตัวเอง หากเธอไปไม่ได้จีจี้คงเสียใจและเสียความรู้สึกกับเธอแน่ คิดแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมา
“ผมจะมารอรับก่อนเวลา 1 ชั่วโมงนะครับ”
“ค่ะ”
ดาวประดับเดินลงจากรถด้วยอาการหงอย ไม่มีความสดชื่นเอาซะเลย จะสดชื่นได้ยังไง เธอยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการนี่นา ดาวประดับเดินไปนั่งโต๊ะม้าหินอ่อนรอเรนเดียร์ รายนั้นมาสายประจำเพราะต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีดูแลแม่ที่ป่วยก่อนเดินทางมาเรียน
“อรุณสวัสดิ์จ้ะดาวคนสวย”
เรนเดียร์ทักทายเสียงหวานและสดใส ดาวประดับเงยหน้ามอง เห็นเรนเดียร์ยืนแจกรอยยิ้มหวานให้เธอ ผู้หญิงคนนี้แม้มีเรื่องให้ต้องเครียดและทุกใจแต่ก็ไม่อาจทำให้เธอหมองเศร้าได้ เรนเดียร์เป็นผู้หญิงมีพลังบวกเยอะ แต่ก็มีบางครั้งที่พลังบวกมันน้อยลงจนน่าสงสาร ซึ่งก็ไม่บ่อยนักหรอก
“ยืนยิ้มอะไร”
“แล้วเธอล่ะนั่งหงอยอะไร”
“เฮ้ออออออ”
ดาวประดับถอนหายใจเสียงดัง เรนเดียร์โน้มตัวลงมา เอาหน้าเข้ามามองใกล้แล้วกวาดตามองดาวประดับอย่างพิจารณาถี่ถ้วนจากนั้นก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วพูด
“หนักอกหนักใจเพราะคุณป๋าอีกล่ะสิ”
“รู้ได้ยังไง”
“อ้าว...ก็คุณป๋าคือความสุขของดาวนี่นา วันนี้เธอดูหงอยเศร้าซึมสาเหตุก็ต้องมาจากคุณป๋าสิ”
“แสนรู้”
“คนนะไม่ใช่แมว”
“อ่าๆ”
“จริงสินะ คุณป๋าทำให้ดาวเหี่ยวเฉาแล้ว”
“มีเรื่องกังวลใจนิดหน่อยน่ะสิ”
“เรื่องอะไรเหรอ”
“พี่จีจี้ชวนฉันไปปาร์ตี้วันเกิด ฉันตอบตกลงทันทีโดยไม่ทันได้ขออนุญาตคุณป๋า คุณป๋าเขาไม่ชอบให้ฉันเที่ยวกลางคืน”
“......” เรนเดียร์ฟังแล้วก็ได้แต่ระบายรอยยิ้ม ไม่ขอออกความคิดเห็น เพราะเธอเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงชอบเที่ยวกลางคืน อีกอย่างคือหากกลับบ้านดึกดื่นก็เพราะเธอต้องทำงานพาร์ทไทม์เลิกดึก เรื่องเที่ยวไม่มีอยู่ในหัวเลย
“แม้แต่เธอยังให้คำแนะนำฉันไม่ได้”
“ทำใจเถอะนะ”
“หากคุณป๋าไม่ให้ไปพี่จีจี้ต้องเสียความรู้สึกกับฉันมากแน่เลย”
“มีเหตุผลนี่ไม่เป็นไรหรอกและเธอก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป คุณป๋าของเธออาจจะเป็นคนใจดีก็ได้นะ”
“มองโลกแง่ดีอีกแล้วยัยเรนเดียร์”
“คิกๆ ยังไงก็คิดบวกให้ตัวเองมีความหวังเอาไว้ก่อนล่ะน่า มันก็ยังดีกว่าคิดลบแล้วเป็นแบบเธอเนี่ย”
“ก็จริงของเธอนะ”
“ทำใจให้สบาย สวดมนต์ ขอพร แล้วเราก็ไปเรียนกันได้แล้ว”
ดาวประดับทำตามที่เรนเดียร์บอกทันที เธอยกมือขึ้นไหว้สวดมนต์และขอพร เรนเดียร์มองแล้วก็แอบขำ แต่เธอก็เชื่อว่าพระเจ้าจะเมตตาดาวประดับไม่มากก็น้อยล่ะนะ ดาวประดับไม่ใช่ผู้หญิงร้าย ทำบุญก็บ่อย ยังไงพระเจ้าต้องให้พรสมปรารถนาอยู่แล้ว
*****
“นายท่านอนุญาตครับ”
กรรชัยแจ้งดาวประดับทันทีที่เธอเข้ามานั่งในรถ ดาวประดับเบิกตาโตแล้วโพลงถาม
“จริงเหรอคะ ไม่ได้โกหกใช่ไหมเนี่ย เดี๋ยวดีใจเก้อนะคะ”
“จริงครับแต่มีข้อแม้”
“ข้อแม้?”
“คุณดาวต้องกลับก่อนเที่ยงคืนครับ ต้องให้ผมไปร่วมงานด้วยและผมต้องแจ้งรายงานนายท่านทุกชั่วโมงครับ”
“แค่นี้ใช่ไหมคะ”
“เปล่าครับยังมีอีกครั้บ”
“อะไรเหรอคะ”
“ดื่มได้แต่ห้ามเมาครับ”
มันมีเรื่องนอกเหนือกว่านั้นแต่กรรชัยไม่อาจแจ้งได้ เพราะเจ้านายสั่งไม่ต้องบอกให้ดาวประดับรู้ กรรชัยพอเข้าใจความต้องการของเจ้านาย เป็นผู้ชายหล่อ รวย มีอำนาจ คงไม่ใช่เรื่องดีที่จะเปิดเผยความรู้สึกหึงหวงให้นางบำเรอได้รู้ มันไม่ใช่เรื่องที่สมควร ดาวประดับไม่ควรรับรู้ความรู้สึกด้านนี้ของรังสิมันต์ อนาคตข้างหน้า ทุกอย่างก็ต้องจบและแยกทาง ไม่อาจสานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งกว่านี้ได้ มันจึงเป็นเรื่องดีที่จะปกปิดความรู้สึกตัวเอง
“ฉันโอเคค่ะ”
“คุณดาวอยากไปที่ไหนต่อหรือเปล่าครับ”
“ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ ฉันต้องซื้อชุดนอนเพื่อไปงานปาร์ตี้ กรรชัยเองก็ต้องซื้อด้วยด้วยนะคะ หากจะเข้าร่วมงานชุดต้องอยู่ในธีมเดียวกัน”
“ครับ ผมจะจัดเตรียมอย่างเร่งด่วนครับ”
“ค่ะ”
ไม่นานดาวประดับและกรรชัยก็มาถึงห้างสรรพสินค้า ดาวประดับไม่ใช่ผู้หญิงขาช็อปแบบเวิ้นเว้อ หญิงสาวคิดมาแล้วว่าตนนั้นจะซื้ออะไรก็จะมุ่งตรงไปยังของที่จะซื้อทันที ดาวประดับมีความเกรงใจกรรชัยด้วย เธอเกิดมาในฐานะยากจนดังนั้นเธอจึงรู้สึกเกรงอกเกรงใจคนและไม่ชินกับการออกคำสั่งใคร
“ฉันต้องซื้อของสดเข้าตู้ด้วยค่ะ”
“สั่งมาก็ได้ครับเดี๋ยวผมให้คนจัดการให้พรุ่งนี้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากเลือกเอง”
“ครับ”
เมื่อดาวประดับต้องการอย่างนั้นกรรชัยก็ไม่ขัดข้อง รังสิมันต์กำชับกับเขาเสมอ ให้ตามใจดาวประดับเพื่อความสุขของเธอในเรื่องที่คิดว่าทำได้และไม่หนักหนาอะไร กรรชัยลอบมองดาวประดับ ความที่เธอเป็นคนติดดิน อยู่ง่าย กินง่าย พูดก็ง่าย นั่นจึงทำให้รังสิมันต์ชอบ แต่น่าเสียดายที่มันไม่อาจพัฒนาเป็นอื่นไปได้