พอลัลนาเข้าห้องไป เพียงพบนั่งอมยิ้มกับ
เหตุการณ์เมื่อกี้ (บ้าจริง ฉันคิดบ้าอะไรอยู่
วะเนี้ย เกือบไปแล้วเชียว ปากโคตรนุ่มเลย
น่าจูบชิบหาย ไอ้พบเอ้ย มึงกำลังหวั่นไหว
กับไก่วัดใช่ไหมเนี้ย) ร่างสูงเดินกลับห้อง
ของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
>>เช้าวันรุ่งขึ้น>บ้านถาวรวิเศษ> ณ บริษัท ถาวรวิเศษ
สายเรียกเข้า..เพียงพอ
“ว่าไง ไอ้น้องชาย ได้ข่าวว่าจะเลื่อนกลับไทย
ออกไปอีก 2-3 เดือนหรอ” น้ำเสียงเพียงพบ
เหมือนจะดีใจที่น้องชายเลื่อนกลับช้ากว่า
กำหนด เพราะลัลนาจะได้ทำงานกับเขาต่อ
“ตอนนี้พอลอยู่สนามบิน กำลังจะไปที่บริษัท”
“ห๊ะ!! ทำไมอยู่ๆแกถึงกลับมากระทันหันล่ะ”
“พอลมีเรื่องอยากถามพี่พบ อีกไม่เกินชั่วโมง
เจอกันครับ” พอวางสายจากน้องชาย เพียงพบ
ถึงกับรู้สึกแปลกใจ เวลาผ่านไป 40 นาทีเสียง
ลิฟท์ชั้นผู้บริหารเปิดขึ้น เพียงพอก้าวออกจาก
ลิฟท์ เป็นจังหวะเดียวกับลัลนาเดินไปห้องน้ำ
พอดี “พี่พบอยู่ในห้องไหมครับ” วนิดาเงยหน้า
มองชายหนุ่มตรงหน้า “เอ้า คุณพอล เดี๋ยวรอ
สักครู่นะคะ” ชายหนุ่มก้าวเดินตามเลขาของ
เพียงพบไปติดๆ พี่น้องสวมกอดกันด้วยความ
คิดถึง เกือบ 5 ปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ทักทายกัน
เสร็จ พอลก็ไม่อ้อมค้อม “พอลมีเรื่องจะถาม
พี่พบหน่อยครับ” เปิดรูปในมือถือแล้วยื่นให้
เพียงพบดู “หืมม ไปได้รูปนี้มาจากไหน”
“จากแม่ครับ แม่จ้างนักสืบและแม่ก็บอกว่า
พี่พบพาเธอกับลูกของเธอมาอยู่ที่คอนโด”
เพียงพบสังเกตอาการของน้องชายเหมือน
กำลังโกรธเขาอยู่ “เฮ้ยย แล้วไงวะ พี่จะพาใคร
มาอยู่ด้วยแล้วยังไงวะ แม่ก็อีกคน แล้วแกจะ
มาโกรธอะไรพี่เนี้ย” เพียงพอพยายามข่มใจไว้
สงบสติอารมณ์เอาไว้ “ก็ลัลนาเธอเป็น..”
ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!
“ขออนุญาตค่ะ” วนิดาเปิดประตูเข้ามา
“ได้เวลาประชุมแล้วค่ะ ท่านประธาน”
เพียงพบพยักหน้า “ผมขอ 5 นาที เดี๋ยวตามไป”
เลขาเดินออกไป “ทำไมแกถึงรู้จักชื่อของเธอ”
เพียงพบเอ่ยถามสิ่งที่คาใจ “พี่ไปประชุมเถอะ”
“ไม่! บอกฉันมา ว่าแกรู้จักชื่อของเธอได้ยังไง”
เพียงพบคาดคั้นรอคำตอบ