ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาลัลนา
“เดี๋ยวพาน้องพีพีเข้าไปรอในห้องก่อนนะ”
ลัลนาพยักหน้ารีบอุ้มลูกชายเดินเข้าไปในห้อง
“อาม่าครับ ทำไมอยู่ๆมาที่นี่ได้ล่ะ”
ร่างสูงสวมกอดเอวหญิงชราอย่างออดอ้อน
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย แกไม่กลับบ้าน 2 อาทิตย์
ทั้งพ่อทั้งแม่บ่นถึงแกไม่หยุด อาม่าก็เลยมา
ดูว่าแกแอบซุกสาวที่ไหนเอาไว้หรือเปล่า
ถึงไม่ยอมกลับบ้าน มาเจอทั้งลูกทั้งเมียเลย”
ใบหน้าหล่อคมแอบอมยิ้ม “คือว่า..”
“ลัลนาบอกอาม่าหมดแล้ว เห็นบอกอาม่าว่า
ถ้าเงินเดือนออกจะรีบย้ายออกไปจากที่นี่”
“เพราะอาม่ามานะสิ เธอเลยกดดัน ถึงพูดไป
แบบนั้น กว่าพบจะพูดให้เธอยอมมาอยู่ที่นี่ได้
ไม่ใช่เรื่องง่าย” หญิงชราเผยยิ้มเล็กๆ
“นี่แกไปหลอกเขามาอยู่ที่นี่หรอไงตาพบ”
“พบไม่ได้หลอก แต่สงสาร2แม่ลูก ห้องเช่า
ก็น่ากลัว เธอกับลูกมาอยู่ที่นี่ก็จะได้ประหยัด
ค่าใช้จ่ายไปได้อีก พบก็ไม่ได้ให้อยู่ฟรีๆก็ให้
เธอช่วยทำงานบ้านแลกเปลี่ยน”
“หลานของอาม่า ไปหัดเห็นใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อ
ไหร่กัน มันไม่ใช่ตัวของแกเลยนะตาพบ”
“พบก็ถูกชะตากับน้องพีพีด้วย เป็นเด็กผู้ชาย
ที่เรียบร้อย พูดเพราะ อาบน้ำแต่งตัวกินข้าว
เองหมด เขาเป็นเด็กฉลาด แค่ขาดโอกาส
ทางการเงิน พบก็อยากช่วยเหลือ2แม่ลูก
ลัลนาก็ตั้งใจทำงานดีมากครับ”
“แล้วพ่อของเด็กล่ะ หายไปไหน” ร่างสูงส่าย
หน้าเบาๆ “พบไม่กล้าถาม รู้แค่เธอน่าจะเป็น
แม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ตั้งท้องเลย” หญิงชรายื่น
รูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา “รูปใครครับอาม่า เอ๊ะ
นี่มันน้องพีพี เห้ย ไม่ใช่สิ นี่มันรูปพบนี่ครับ
อาม่ากำลังจะสื่อถึงอะไรครับ” ร่างสูงขมวดคิ้ว
“ก็ถ้าแกบอกว่าน้องพีพีคือลูกชายของแกหรือ
ลูกของตาพอล อาม่าก็เชื่อ แล้วตอนนี้อาม่า
ก็อยากได้เหลนชาย ทำไมแกไม่ลองเปิดใจ
กับใครสักคน พ่อแม่ของแกก็พยายามหา
ผู้หญิงมาให้ดูตัวตั้งหลายคน อายุของแกก็
มากขึ้นทุกวันแล้วนะตาพบ” หญิงชราเอ่ย
“อาม่ารออุ้มเหลนจากไอ้พอลสิครับ หมั้นกัน
นานแล้ว กลับมาคงได้แต่งกันเร็วๆนี้”
“ไปเรียกพีพีมาหาอาม่าหน่อย” ร่างสูงลุกเดิน
ไปเคาะประตูห้อง ลัลนาจุงลูกชายเดินออกมา
“อาม่าจะกลับแล้ว ขอกอดน้องพีพีหน่อย”
เด็กชายตัวน้อยเดินเข้ามาสวมกอด มือน้อยๆ
สวมกอด “เดินทางปลอดภัยครับ” เด็กชายเอ่ย
ขึ้น “เดี๋ยวไว้อาม่าจะเอาขนมมาฝาก” ลัลนา
ยกมือไหว้ ส่วนร่างสูงอาสาเดินลงไปส่งขึ้นรถ
พอเดินขึ้นมาก็เห็นแม่ลูกกำลังช่วยกันเก็บของ
เล่นเข้าที่ “เอ้า ทำไมเก็บหมดเลยล่ะ”
“หมดเวลาสนุกแล้วครับ” เด็กชายตัวน้อยเอ่ย
ตอบก่อนจะเดินคอตกกลับเข้าห้องนอน
“นี่มันอะไรกันอ่ะลัลนา เธอบังคับลูกขนาดนี้
เลยหรอ” ร่างสูงเอ่ยถาม “ค่ะ น้องพีพีไม่ควรมี
ของเล่นอะไรพวกนี้ด้วยซ้ำ มันเกินฐานะที่พวก
เราควรจะได้รับมัน อีกอย่างอย่าให้น้องพีพี
เรียกท่านประธานว่าพ่อเลยนะคะ มันจะดูไม่ดี
กับตัวของท่านประธานเองด้วย ลัลก็จะคุยกับ
ลูกลำบากในวันที่พวกเราต้องไปอยู่ที่อื่น ลัลไม่
อยากให้ลูกอยู่ในความฝันอีกแล้วค่ะ เดี๋ยวสิ้น
เดือนลัลจะรีบพาลูกย้ายออกไปนะคะ ลัลต้อง
ขอโทษจริงๆที่ทำให้ท่านประธานเดือดร้อน”
มือหนาจับแขนนุ่มหยุดชะงัก “ฉันไม่รู้หรอกว่า
เธอจะผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมา แต่น้องพีพี
ไม่ได้ทำผิดอะไร ควรมีชีวิตที่ดี ของเล่นพวกนี้
ฉันตั้งใจซื้อให้เขาและฉันไม่เคยรังเกียจที่พีพี
จะเรียกฉันว่าพ่อ แล้วเธอจงรู้เอาไว้อย่างนะ
หากวันหนึ่งพ่อตัวจริงของพีพี เกิดนึกอยากได้
ลูกกลับไปอยู่ด้วย ถ้าเรื่องถึงขั้นฟ้องศาล
เธอจะมีเงิน มีปัญญา ไปสู้คดี เพื่อให้ลูก
ได้อยู่กับเธอต่อ หรือเธอต้องสูญเสียลูกที่น่ารัก
แบบน้องพีพีไปให้พ่อตัวจริงของเขา แล้วถ้า
วันนั้นมาถึง..เธอจะต้องเสียใจ ลัลนา”
มือหนาสะบัดปล่อยแขนนุ่มออกทันที ลัลนาได้
แต่นั่งอึ้งกับคำพูดของร่างสูง กลืนน้ำลายอย่าง
ยากลำบาก น้ำตาค่อยๆไหลออกมา มันเป็น
สิ่งที่เธอรู้สึกกลัวมาตลอด ลัลนานั่งกอดเข่า
ร้องไห้อยู่เงียบๆกับชีวิตที่เธอเลือกไม่ได้
มือเล็กๆลูบหลังของลัลนาเบาๆ “น้องพีพี
ขอโทษนะครับที่ดื้อ ไม่เชื่อฟังคุณแม่”
ลัลนาค่อยๆเงยหน้าขึ้น ดึงลูกชายตัวน้อย
เข้าไปสวมกอด “แม่รักน้องพีพีมากนะคะ
แม่ก็ขอโทษนะคะที่เอาแต่บังคับน้องพีพี”
2 แม่ลูกก็นั่งรื้อของเล่นออกมาเล่นกันต่อ