บรรยากาศที่ไม่เงียบเหงา

878 Words
>>เช้าวันรุ่งขึ้น ลัลนาเตรียมชุดและกระเป๋านักเรียนพร้อม ส่วนลูกชายตัวน้อยอาบน้ำและแต่งตัวเอง หลังปลุกลูกชายตื่น เธอก็รีบออกมาทำอาหาร มื้อเช้าเป็นข้าวต้มหมูสับและทำแซนวิชกับ ชงกาแฟดำไว้สำหรับท่านประธาน ร่างสูงเดิน ลงมาถึงกับยิ้มมุมปาก ลงนั่งที่โต๊ะอาหาร สายตาสอดส่ายไปมา ก่อนจะเทกาแฟใส่แก้ว แต่เขากลับเลือกที่จะกินข้าวต้มด้วย ไม่ถึง 5 นาที เสียงแม่ลูกคุยกันก็ดังออกมาข้างนอก เด็กชายตัวน้อยเดินออกมากับใบหน้าขาวนวล “สวัสดีครับ คุณพ่อ” เด็กตัวน้อยเอ่ยทักทาย “ดีครับน้องพีพี นอนหลับสบายไหม” มือหนากางขึ้นรับเด็กตัวน้อยขึ้นมานั่งเก้าอี้ “หลับสนิท กรนค่อกๆเลยครับ ที่นอนก็นุ่มครับ” เด็กชายตัวน้อยพูดเจื่อยแจ๋ว ลัลนาเดินตาม ออกมาเห็นร่างสูงนั่งกินข้าวต้มอยู่ “รีบกินข้าวค่ะน้องพีพี เดี๋ยวไปเรียนสายนะคะ คุณแม่ยังไม่ชินเส้นทางรถวิ่งฝั่งนี้เลย” “เดี๋ยวฉันไปส่ง ไม่ต้องเร่งลูกขนาดนั้นก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ” ร่างสูงพูดแบบไม่ได้มอง หน้า ลัลนาได้แต่ถอนหายใจอย่างเกรงใจ หลังจากส่งลูกชายไปโรงเรียนเสร็จ ลัลนาก็ ติดรถของร่างสูงมาที่บริษัท เสียงซุบซิบนินทา เริ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ชีวิต วนลูปอยู่แบบนี้มาเกือบ 2 สัปดาห์ >> บ้านถาวรวิเศษ “ทำไมช่วงนี้ ผมไม่เห็นหน้า เห็นตา ของลูกชาย เราเลย” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม ผู้เป็นแม่ถอนหายใจ “เห็นบอกนอนค้างที่คอนโดค่ะ วันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ ที่ลูกชายคนโตไม่กลับบ้าน” “มันชักจะยังไงๆอยู่นะ แปลกจัง ช่วงนี้กลับมา กล้าขับรถเองอีก ที่คุณไปสืบว่าไงบ้าง” “เห็นตาพบไปรับไปส่งเด็กคนนั้นที่โรงเรียน พร้อมกับแม่ของเด็กทุกวันเลยค่ะ” หลังนั่งฟัง อยู่นาน อาม่าทนไม่ไหว ให้คนขับรถพาไปส่ง ที่คอนโดของเพียงพบ เสียงกริ่งดังหน้าประตู ลัลนาที่นั่งวาดภาพระบายสีกับลูกอยู่ ลุกไป ส่องดู (นั่นใครอ่ะ หรือว่าจะเป็น..) ลัลนาค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ ยกมือไหว้ หญิงชรามอง เธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “มาหาท่านประธานหรอ ค่ะ คือว่า..” หญิงชราจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า จนลัลนารู้สึกได้ถึงความดุ “โทรบอกพบด้วยว่า อาม่ามาหา” ลัลนาพาหญิงชราเข้าไปนั่งที่ โซฟา ก่อนจะรีบโทรหาร่างสูง “มีอะไรหรือ เปล่า” ลัลนาแทบอ้าปากพูดไม่ออก “เอ่อ อาม่าให้โทรมาบอกว่ามาหาที่คอนโดค่ะ” “ชิบหายแล้ว อาม่ามาหรอ” ร่างสูงถึงกับหลุด สบถ “ใช่ค่ะ ท่านประธานรีบมานะคะ เดี๋ยวลัล พาลูกออกไปข้างนอกค่ะ” น้ำเสียงสั่นกลัว “เธอก็อยู่ที่นั่นแหระ เดี๋ยวฉันคุยกับอาม่าเอง” “ค่ะ ท่านประธานรีบๆมานะคะ ลัลกลัว” ลัลนาวางสาย ค่อยๆเดินกลับมาเห็นลูกชาย ไปนั่งบนตักของอาม่าแล้ว เธอตกใจสุดขีด รีบวิ่งเข้ามา “ตายแล้ว น้องพีพี ลงมาค่ะ ไปนั่ง บนตักของคุณท่านแบบนั้นไม่ได้ค่ะ ลงมาลูก” “อาม่าครับ ต้องเรียกว่าอาม่านะครับคุณแม่” เด็กชายตัวน้อยผู้ไม่รู้สึก รู้สาใดๆ ตอบแม่ “ไม่เป็นไร ให้เขานั่งกับอาม่านี่แหระ” “เอ่อ คุณท่านรับน้ำอะไรดีค่ะ” “น้ำเปล่าก็แล้วกัน” หญิงชราเอ่ยตอบ ลัลนาเอาน้ำมาเสิร์ฟ ตาก็จ้องมองประตูรอ คอยร่างสูงให้กลับมาอย่างใจจดจ่อ “เธอชื่ออะไร แล้วเป็นอะไรกับตาพบหลาน ของอาม่า” ลัลนาหันซ้าย หันขวา “เป็นเมียตาพบหรอ” หญิงชราเอ่ยต่อ “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ลัลเป็นแค่พนักงานเลขา ฝึกหัดค่ะ ลัลยังมาทำงานไม่ถึงเดือนเลย แต่ท่านประธานใจดีให้อยู่ที่นี่ชั่วคราวค่ะ ที่เก่าค่อนข้างอันตราย ถ้าลัลได้รับเงินเดือน จะรีบพาลูกย้ายออกทันทีค่ะ คุณท่านไม่ต้อง กังวลนะคะ” หญิงชราเผยยิ้มขึ้น “อาม่ายัง ไม่ได้พูดว่าอะไรสักคำ อีกอย่างที่นี่ก็เป็นของ ตาพบ ไม่ใช่ของอาม่าสักหน่อย จะให้ใครมา อยู่มันก็ไม่เกี่ยวกับอาม่า จริงไหมน้องพีพี” “จริงครับ คุณพ่อใจดีที่สุด ซื้อของเล่นให้ น้องพีพีเพียบเลย” หญิงชราครุ่นคิด “คุณพ่อ” “เอ่อ คือไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ท่านประธานแค่ให้ เรียกเล่นๆ เฉยๆค่ะ” หญิงชราเอ่ยถามขึ้น “แล้วพ่อของเด็กล่ะ หายไปไหน” ลัลนาบีบมือ แน่น เม้มปาก “คะ คือว่า..” เสียงประตูเปิดออก ลัลนาหันไปเห็นร่างสูงถึงกับรู้สึกโล่งอก “เย้ คุณพ่อกลับมาแล้ว เหนื่อยไหมครับ” ร่างสูงชะงัก ตกใจที่น้องพีพีนั่งบนตักของอาม่า แล้วมองลัลนาที่หน้าตาซี้ด นั่งจิกมือตัวเอง จนเป็นรอยลึก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD