ชีวิตที่ยากลำบาก

903 Words
**เช้าวันรุ่งขึ้น** “น้องพีพี ตื่นได้แล้วค่า เดี๋ยวไปโรงเรียน สายนะคะลูก” มือบางค่อยๆช้อนตัวลูกชาย ให้ลุกจากที่นอน “ขออีกนิ๊ดเดียว พีพียังง่วงอยู่เลย” “ไม่ได้ค่ะลูก ลุกๆเลยนะ ไม่งั้นแม่จะงับพุง” “อ๊ายยย อย่าน๊า พีพีตื่นแล้ว” ลูกชายตัวน้อยรีบลุกพับผ้าห่มเก็บที่นอน ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ โดยมีแม่คอยยืน ดูอยู่หน้าประตู ลัลนาพยายามสอนให้ลูก ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่ 2-3 ขวบ หลังส่งลูกชายไปโรงเรียน ลัลนาก็รีบตรง เข้าบริษัท พร้อมเริ่มทำงานทันที เวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย 2 โมง ท่านประธานเรียกเลขาเข้าไปถามไถ่ เกี่ยวกับพนักงานใหม่ ซึ่งก็รับคำชมไป “แต่ดาสังเกตุว่าน้องลัล เขา..เอ่อ” วนิดาเกิดความลังเลว่าควรเล่าดีไหม “เขาทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ชายร่างสูงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ดาไม่เห็นน้องเขาไปกินข้าวเที่ยง มา 2 วันแล้วค่ะ ดาไม่แน่ใจว่า..” “อืม ผมเข้าใจแล้ว เขาอาจจะกำลัง มีปัญหาเรื่องเงิน เขามีลูกเล็กด้วย ฝากคุณดาถามน้องเขาที ถ้าอยาก เบิกเงินล่วงหน้า ผมอนุญาตนะ” เลขาเผยยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ได้ค่ะ ดาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” เลขาก้าวเดินออกจากห้องไป (เห้อ! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นมันจะรู้ตัว บ้างป่าววะ ทิ้งภาระให้ผู้หญิงเขาลำบาก) “ลัลจ๊ะ ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินที่นี่มีให้เบิก ล่วงหน้าอยู่นะ 1 ครั้งต่อเดือนน่ะ” วนิดากลั้นใจเอ่ยขึ้นลอยๆ ลัลนาเผยยิ้ม “จริงหรอค่ะพี่ดา” อยู่ๆรอยยิ้มก็หุบลง “แต่ลัลพึ่งมาทำงานได้แค่ 2 วัน ถ้าลัล..” “เบิกได้ พี่จะช่วยค้ำประกันให้ลัลเอง แต่ลัลห้ามหนีพี่ไปนะ ไม่งั้นพี่แช่งจริงๆ” รอยยิ้มสวยค่อยๆเผยขึ้น “ลัลไม่หนีค่ะ งานหายากจะตาย แถมที่นี่สวัสดิการดี มีพี่ดาสอนงานให้ด้วย ลัลไม่หนีแน่นอน ถ้างั้น ลัลจะขอเบิก 2000 ได้ไหมค่ะ” ลัลนานึกถึงหน้าลูกชายถ้าได้กินพิซซ่า ลูกชายตัวน้อยจะหน้าบานสักแค่ไหน “ได้สิ เดี๋ยวพี่ส่งเรื่องขอเบิกไปให้นะ” ลัลนายกมือไหว้วนิดาพร้อมรอยยิ้มสดใส สายตาปริศนาที่แอบมองจากมุมประตู เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว (คงมีปัญหาเรื่องเงินจริงๆสินะ ถึงได้ยิ้ม หน้าบานขนาดนี้) พอลัลนาขอเบิกเงินล่วงหน้าได้ เธอก็รีบ ทำงานต่อ เสียงลิฟท์ดังขึ้น ชั้นผู้บริหาร “สวัสดีครับ มาส่งอาหารครับ” วนิดาลุกขึ้นไปดู “ใครสั่ง มีชื่อคนสั่งไหม” “คุณเพียงพบครับ” ลัลนามองอาหาร ที่อยู่ในถุงถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ รีบลุก เดินไปห้องทานอาหาร กดน้ำเปล่ากิน ประทังความหิวเอาไว้ “น้ำเปล่ามันช่วยให้หายหิวได้จริงหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางเข้า “ว๊าย แม่แหกหกหมด อุ้ย ท่านประธาน ลัล เอ่อ ดิฉันขอโทษค่ะ” “หึ! ตกใจขนาดนั้น ฉันเหมือนผีหรือไง” “ปะ เปล่าค่ะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ” ลัลนายกมือไหว้ชายร่างสูงอีกครั้ง ก่อนที่จะก้มศีรษะเล็กน้อยกำลังจะเดิน ผ่านชายร่างสูงออกจากห้องไป “ฝากไปหยิบอาหารมาใส่จานให้ฉันทีสิ” ลัลนาชะงัก! “ ได้ค่ะ เดี๋ยวจัดการให้ค่ะ” (แบบนี้ก็ตายนะสิ อุตส่าหนีออกมากินน้ำ ถ้าแกะอาหารให้ ไม่รับประกันว่าน้ำลาย จะไหลลงไปในอาหารของท่านประธาน หรือเปล่า ยิ่งหิวๆ) ลัลนาเดินกลับไปที่ถุง อาหาร “พี่ดาค่ะ คือท่านประธานให้ลัล เอาอาหารไปแกะใส่จานค่ะ ว่าแต่..ปกติ ท่านประธานนั่งทานอาหารที่ไหนหรอค่ะ” วนิดาขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยตอบ “อืม ก็คงในห้องทานอาหารแหระมั้ง งั้นพี่ขอฝากลัลช่วยจัดการด้วยแล้วกัน” “ได้ค่ะ พี่ดา” ลัลนาถืออาหารเดินกลับ ไปที่ห้องทานอาหาร วนิดายืนมองลัลนา พรางครุ่นคิด (ท่านประธานเคยกินข้าว ที่บริษัทเมื่อไหร่กันเล่า ยิ่งเวลานี้ด้วย ฉันก็พึ่งจะเคยเห็นวันนี้นี่แหระ นี่พ่อ หินผาของฉัน เริ่มกร่อนแล้วหรอเนี้ย ขนาดน้ำยังไม่ทันได้หยดลงหินเลยนะ) วนิดาคิดไป อมยิ้มไป ชะเง้อมองตาม ลัลนารีบแกะอาหารใส่จานอย่างรวดเร็ว ยกมาเสิร์ฟให้ท่านประธานที่นั่งรออยู่ “ท่านประธานรับน้ำอะไรดีค่ะ” ลัลนายืนอยู่หน้าตู้เย็น เอ่ยถามร่างสูง “ขอเบียร์แล้วกัน” ชายร่างสูงเอ่ยขึ้น “ได้ค่ะ” ลัลนาเปิดตู้เย็นส่องมองก็นึกได้ “เอ่อ ไม่มีเบียร์ค่ะ” ลัลนาหันไปมองร่างสูง ที่นั่งหัวเราะในลำคออยู่ “มันจะมีได้ไง” “งั้นน้ำเปล่านะคะ” ลัลนาหยิบน้ำเปล่า มาวางพร้อมแก้ว “ท่านประธานอยากได้ อะไรอีกไหมค่ะ ลัลจะขอตัวไปทำงานต่อค่ะ” “นั่งก่อนสิ อาหารตั้งเยอะใครจะกินหมด ฉันไม่ใช่ยักษ์นะ” ลัลนาขมวดคิ้ว (ก็สั่งมาเองแท้ๆ จะบ่นใครเนี้ย)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD