แดนเทพ ตระการกุล นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบสามปีเจ้าของกิจการบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ชื่อดังระดับประเทศ ที่เขาก้าวขึ้นตำแหน่งประธานบริษัทเพราะตอนนี้ 'ตระการกุล' ไม่เหลือใครให้พึ่งพานอกจากเขา หลังจากที่กฤษตินและศิริมาพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาจากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุ แดนเทพก็ต้องเข้ารับตำแหน่งประธานแทนพี่ ทั้งๆที่ตอนนั้นมีวัยเพียงยี่สิบห้าปีเท่านั้น
แต่นอกจากทรัพย์สมบัติและบริษัทของตระกูลที่เขาต้องดูแลแล้ว ก็ยังมีศิวาหลานชายคนเดียวของเขาที่พี่ชายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ตอนที่พี่ชายเขาตายศิวามีอายุได้เพียงสิบเอ็ดปีถือว่ายังเดียงสาอยู่มาก แต่ในความเดียงสานั้นก็มีความดื้อรั้นและเอาแต่ใจแฝงอยู่ ตามประสาเด็กที่ถูกพ่อแม่ตามใจมาโดยตลอด ทำให้แดนเทพเหนื่อยกับการเลี้ยงหลานมากกว่าการบริหารบริษัทเสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่เคยดุด่าว่าตีหลานชาย เพราะทั้งรักและสงสารที่หลานเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มได้แต่ให้กำลังใจตัวเองว่าหากศิวาโตขึ้นก็คงจะลดความดื้อรั้นลง
แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาคิดคือสิ่งที่ผิด เพราะเขากำลังนั่งหนักใจกับความเอาแต่ใจของหลาน ทั้งๆที่ศิวาตอนนี้มีอายุสิบแปดปีเข้าไปแล้ว
"ฟังอานะศิวา...เมื่อตอนที่ขึ้นม.1 อาเคยตามใจแกโดยการให้แกเข้าเรียนโรงเรียนเทศบาล แทนที่จะเรียนนานาชาติอย่างที่ควรจะเป็น เพราะแกบอกว่าแกจะตั้งใจเรียนหนังสือ มาวันนี้แกบอกให้อารับเลี้ยงเด็กเหลือขอคนหนึ่ง โดยขู่ว่าถ้าไม่เลี้ยงแกจะไม่ยอมเรียนต่อแบบนี้มันสมควรแล้วเหรอ"
"น้ำไม่ใช่เด็กเหลือขอนะอาแดน แต่น้ำเป็นเพื่อนรักของผม"
"เพื่อนรัก?"
แดนเทพยกมือขึ้นกอดอกแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะเริ่มพูดกับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาใกล้ๆกันด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เอาเถอะศิวา...เด็กคนนั้นจะเป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรกับแกก็ช่าง แต่อาจะไม่ยอมตามใจแกโดยการยอมรับเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาไว้ในบ้านเด็ดขาด แล้วแกคิดดูนะว่าเด็กคนนั้นเป็นผู้หญิง บ้านเรามีแต่ผู้ชายพ่อแม่เขาจะยอมให้มามั้ย"
"ให้มาสิครับ ผมมีวิธีที่จะพูดให้แม่ของน้ำยอมให้น้ำมาอยู่ที่นี่ได้"
หลานชายยังคงดื้อดึงที่จะเอาเพื่อนสาวเข้ามาอยู่ในบ้านทั้งๆที่แดนเทพทั้งปรามทั้งให้เหตุผลถึงความไม่เหมาะสมต่างๆนาๆ
"วิธีไหนล่ะ ไหนลองบอกอามาทีสิ"
"เอาเงินให้แม่ของน้ำครับ"
"ฮะ! เอาเงินให้เขาเนี่ยนะ!"
"ใช่ครับ ผมจะให้เงินกับแม่น้ำเพื่อให้เธอมาอยู่บ้านเรา"
แดนเทพถึงกับกุมขมับกับความคิดของหลานชายที่ทั้งดื้อดึงและเอาแต่ใจจนน่าปวดหัว
"ทำอย่างนั้นก็เท่ากับซื้อตัวเขานะศิวา"
"ผมไม่ได้ซื้อตัวครับ แต่ผมกำลังจะซื้ออิสระให้น้ำ"
"ซื้ออิสระอะไรกัน เด็กคนนั้นเขาอยู่กับครอบครัวเขานะศิวา...เขาไม่ได้ถูกคุมขังหรือเป็นทาสใครนะ"
"แต่..."
ชายหนุ่มบอกกับหลานชายด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจจบปัญหาในแบบที่เขาคิดว่าดีที่สุด
"เอาล่ะ...เท่าที่แกพูดมาอาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทางบ้านเด็กคนนั้นมีปัญหาเรื่องเงิน ถ้าอย่างนั้นอาจะยอมเสียเงินสักก้อนให้กับเพื่อนของแกแบบนี้โอเคมั้ย"
"ไม่โอเคครับ"
ศิวาปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเพราะรู้ดีว่าถ้าทำอย่างนั้นเพื่อนสาวก็จะไม่ได้เรียนเช่นเดิม เพราะเงินที่ให้ไปจะต้องถูกดึงไปใช้อย่างแน่นอน
คำปฏิเสธของหลานชายทำให้แดนเทพทำหน้ายุ่งมากกว่าเดิมเพราะเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
"นี่จะเอาเด็กคนนั้นมาอยู่บ้านเราให้ได้เลยใช่มั้ย!"
"ครับ อาใช้เงินของผมก็ได้ในการให้แม่ของน้ำ"
"มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เป็นเงินของใครศิวา แต่เท่าที่อาฟังดูแม่ของเด็กคนนั้นดูเห็นแก่เงินไม่น้อยเลย แกลองคิดสิว่าถ้าเราให้เงินไปก้อนนึงแล้ว แล้วถ้าเงินนั้นหมดเขาก็จะมารีดไถเอากับเราอีก มันจะเป็นอย่างนั้นไม่จบไม่สิ้นถ้าเรารับเด็กคนนั้นมาอยู่ด้วย"
"แต่ผมรู้ครับว่าอาแดนมีวิธีที่จะทำให้แม่ของน้ำค้างไม่มาวุ่นวายกับเราอีก ช่วยผมเถอะนะครับอา...ผมอยากให้น้ำออกจากบ้านนั้น ผมอยากให้น้ำได้เรียนหนังสือ"
"ถ้าอาไม่ช่วยล่ะ"
"ถ้าอาไม่ช่วยผมก็จะไม่มีวันไปเรียนที่อังกฤษตามที่อาวางแผนไว้ครับ"
แดนเทพถอนใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาเองก็ยังจำไม่ได้ ทั้งๆที่หนักใจกับสิ่งที่หลานขอร้องแต่เขาก็ต้องทำ เพราะเขาหวังอย่างยิ่งว่าศิวาจะมาแบ่งเบาภาระของเขาในอนาคต ที่ผ่านมาเขาจึงยอมตามใจหลานครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพราะอยากให้ศิวาตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
"ครั้งนี้แกทำอาหนักใจจริงๆนะศิวา"
เด็กหนุ่มยิ้มออกเพราะรู้ว่าการที่อาหนุ่มพูดแบบนี้แสดงว่าตกลงเป็นที่เรียบร้อย เขาจึงขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆแกล้งโอบกอดผู้เป็นอาราวกับยังเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยๆ
"ไม่ต้องมาอ้อนเลย..."
"อาครับอย่าเครียดเลยนะครับ ผมรับรองว่าน้ำเป็นเด็กดีเธอจะไม่สร้างปัญหาให้เราแน่ครับ"
แดนเทพมองใบหน้าดีใจของศิวาแล้วส่ายหน้าน้อยๆ พลางนึกเดาว่าเด็กที่ชื่อน้ำคงไม่ได้เป็นแค่เพื่อนของหลานอย่างแน่นอน ศิวาถึงดูเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องของเธอมากมายเหลือเกิน
……….
แดนเทพเดินทางไปบ้านของนิศาชลหรือน้ำพร้อมกับทนายมือดี ทันทีที่มาหยุดยืนที่หน้าบ้านหลังเล็กมุงสังกะสีกลางชุมชนแออัดที่หลานชายบอก หญิงวัยกลางคนที่มีสภาพร่างกายทรุดโทรมเกินอายุก็รีบเดินออกมาจากบ้าน
"คุณเป็นใคร! มายืนหน้าบ้านฉันทำไมน่ะ แต่งตัวแบบนี้คงเป็นพวกเซลล์แมนสินะ ไปๆฉันไม่ซื้ออะไรทั้งนั้น!"
แดนเทพหงุดหงิดเล็กน้อยที่หญิงคนดังกล่าวมองว่าเขาเป็นเซลล์แมน ทั้งๆที่สูทที่เขาสวมอยู่ราคาเหยียบแสน
"ฉันไม่ใช่เซลล์แต่ฉันมีธุระกับแม่ของเด็กที่ชื่อนิศาชล"
"ฉันนี่แหละแม่อีน้ำ! คุณมีธุระอะไรกับฉันล่ะ อ้อ....รู้ละ คงจะเป็นครูที่โรงเรียนมันล่ะสิ กลับไปซะเถอะฉันไม่ให้มันไปโรงเรียนแล้ว!!"
"ฉันไม่ใช่ครูของน้ำแต่ฉันมีเรื่องจะมาคุยกับเธอ ถ้าเธอยืนยันว่าเธอเป็นแม่ของเด็กที่ชื่อนิศาชล"
แดนเทพเริ่มแสดงความหงุดหงิดออกทางสีหน้าเพราะอากาศที่ร้อนระอุ
"ฉันเป็นแม่มันคุณมีธุระอะไรก็พูดมา!"
เสียงห้วนกระด้างถามกลับแล้วมองมาที่แดนเทพด้วยสายตาคล้ายกำลังรำคาญ
"ฉันเป็นอาของศิวา...ศิวาที่เป็นเพื่อนกับน้ำ"
"อ้อ..."
สีหน้าของนางมาลาดีขึ้นทันทีที่รู้ว่าผู้ชายที่แต่งตัวหรูหราตรงหน้าคือใคร นางฉีกยิ้มหวานก่อนที่จะถลาเข้าไปใกล้เสียจนแดนเทพต้องถอยหนี
"คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ! หรือว่าต้องการจ้างอะไรอีน้ำมัน"
"เธอรู้จักศิวาใช่มั้ย"
"โอ้ย...รู้จักสิ เด็กหนุ่มนั่นน่ะมาที่นี่บ่อย เวลาจะให้อีน้ำมันไปไหนเป็นเพื่อนก็จะเอาเงินมาให้ฉันแล้วซื้อตัวมันไป!"
นางมาลาพูดออกไปโดยไม่ได้รู้สึกเลยว่าคำพูดของนางนั้นช่างเห็นแก่ตัวมากเหลือเกิน แดนเทพมองใบหน้ากร้านแดดของนางมาลาด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง จนนางมาลาถึงกับสะอึกและรีบแก้ตัวทันที
"คุณอย่าไปคิดนะคะว่าฉันหน้าเงินน่ะ เพราะที่ฉันต้องรับเงินไว้ก็เพราะบ้านฉันจนมาก ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ยังไม่มีนี่...."
"พอเถอะ!"
แดนเทพร้องห้ามเมื่ออีกฝ่ายพร่ำพรรณาถึงความขาดแคลนพร้อมใบหน้าเศร้าสลด แต่ที่ห้ามไม่ใช่เพราะสงสารหากแต่เป็นเพราะความรำคาญและรังเกียจอย่างที่สุด เพราะในใจเขาคาดไม่ถึงว่าจะมีคนที่เอาเปรียบได้แม้กระทั่งลูกของตัวเอง
"ฉันมาที่นี่เพราะศิวาบอกว่านิศาชลหยุดเรียนไปหลายวันแล้ว"
"ใช่ค่ะ ฉันให้มันเลิกเรียนแล้วแต่ยังไม่ได้ไปลาออก"
"ไม่ต้องไปลาออกเพราะต่อไปนี้ฉันจะส่งเสียให้ลูกของเธอเรียนหนังสือเอง"
"ไม่ต้องหรอกคุณเพราะฉันไม่อยากให้มันกลับไปเรียนแล้ว เรียนต่อไปก็ได้แค่วุฒิม.ปลาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับจบม.3นักหรอก ถึงคุณจะส่งมันเรียนแต่มันก็ยังต้องกินต้องอยู่ สู้เอาเวลาไปหาเงินดีกว่า"
"ไม่ต้องเปลืองค่ากินอยู่เพราะฉันจะให้ลูกของเธอไปอยู่ที่บ้านฉัน"
"โอ้ย...แบบนั้นยิ่งแล้วใหญ่ มันไปแล้วใครจะทำงานเลี้ยงฉันล่ะ! ไม่เอาๆคุณกลับไปเถอะ!"
นางมาลาโบกมือไล่เพราะไม่มีวันที่นางจะยอมให้เป็นอย่างนั้นไปได้
"ฉันจะจ่ายเงินก้อนให้เธอเพื่อซื้ออิสระให้กับนิศาชล"
พอได้ยินคำว่าเงินก้อนใบหน้าและแววตาของนางมาลาก็ฉายแววตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"เงินก้อนเหรอ!...เท่าไหร่ล่ะ!"
"สองแสน"
นางมาลาถึงกับระงับความกระเหี้ยนกระหือรือเอาไว้ไม่ได้เมื่อรู้จำนวนเงินที่เขาจะจ่ายให้ แต่ก็ยังคงแสร้งทำราวกับจะไม่ตกลงเพื่อเรียกราคา
"สองแสนมันน้อยไปหน่อยนะคุณ...ฉันรู้ดีว่าหลานชายคุณน่ะคิดเกินเลยกับลูกฉัน ถึงขนาดจะให้ย้ายไปอยู่ด้วยแบบนี้ก็คงต้องนอนด้วยกันแน่ล่ะ ลูกสาวฉันมันก็ไม่เคยมีผัวแถมหน้าตาก็ยังสวยจัดเหมือนฉัน เอาแบบนี้แล้วกัน...ห้าแสนขาดตัวถือเป็นค่าสินสอด ไม่ต้องจัดงานแต่งหรือผูกข้อมือกันให้วุ่นวายแค่คุณจ่ายเงินฉันก็ให้มันเก็บกระเป๋าเลย!"
แดนเทพกัดฟันกรอดให้กับความหน้าด้านของนางมาลา แต่ก็พยายามเค้นเสียงรอดไรฟันเพื่อบอกตกลง เพราะเขาไม่ต้องการที่จะพูดคุยอะไรให้ยืดเยื้อ เนื่องจากรู้สึกสะอิดสะเอียนผู้หญิงเห็นแก่ได้อย่างนางมาลาเต็มที
"ตกลง...ห้าแสนก็ห้าแสน! แต่เธอต้องเซ็นเอกสารที่ทนายของฉันเตรียมมา ว่าเธอจะไม่เรียกร้องเงินทองอะไรจากฉันอีก เธอจะไม่ไปที่บ้านฉันถ้าเธออยากพบลูกมีทางเดียวคือโทรให้ลูกออกมาพบ และฉันไม่อนุญาตให้เด็กคนนั้นกลับมานอนค้างที่นี่หรือมาพบเธอโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต"
พอได้ฟังเงื่อนไขนางมาลาก็ทำหน้าไม่พอใจแล้วพูดอย่างไว้เชิง
"โอย...ถ้าถึงขนาดนั้นฉันยังไม่ตกลงหรอก เพราะถ้าขนาดนั้นห้าแสนมันจะดูน้อยไปนา..."
"โอเค...ไม่เอาก็ไม่เอา ไปเถอะอาวศินขึ้นรถ!"
เมื่อแดนเทพไม่เซ้าซี้และเสนอเงินเพิ่มให้ซ้ำยังหันหลังกลับไปที่รถนางมาลาก็ถึงกับหน้าเสีย ก่อนที่จะวิ่งไปขวางหน้าของชายหนุ่มและทนายความเอาไว้
"เดี๋ยวๆๆๆ"
"มีอะไรอีก"
"ตกลงก็ได้! ฉันตกลง! ไหนล่ะสัญญาเอามาสิ!"
นางมาลาหน้าบึ้งเล็กน้อยที่เขาไม่ได้เพิ่มเงินให้อย่างที่หวังเอาไว้
เมื่อเห็นว่านางมาลายอมตกลงแดนเทพจึงพยักหน้าให้ทนายความนำเอกสารออกมา
"นี่ครับเอกสาร...รบกวนคุณอ่านทำความเข้าใจและเซ็นกำกับทุกใบด้วยครับ"
นางมาลารับเอกสารและปากกามาถือไว้แต่ไม่ยอมอ่านเอกสารตามที่ทนายแนะนำ นางลงมือเซ็นเอกสารด้วยความรีบร้อนจนแดนเทพยืนมองด้วยความสะท้อนใจว่านี่หรือคนที่เป็นแม่คน
"เอ้า! เซ็นให้ครบแล้วไหนล่ะเงินห้าแสนของฉัน!"
นางมาลาไม่ถามไถ่ถึงรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับที่ที่ลูกต้องไปนางถามถึงแต่เรื่องเงินเพียงเท่านั้น บ่งบอกให้แดนเทพรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้ารักเงินมากกว่าลูกในใส้เสียอีก
"เอาให้เขา"
พอสิ้นคำสั่งทนายความก็เปิดกระเป๋าแล้วหยิบเอาเงินสดที่เตรียมมายื่นให้ นางมาลาก็รีบยื่นมือไปรับแล้วกอดเอาไว้ด้วยใบหน้าดีใจแบบสุดขีด
"เดี๋ยวอีน้ำมันกลับจากทำงานฉันจะให้มันเก็บกระเป๋าไปหาคุณเลย!"
พูดจบนางมาลาก็หอบเงินวิ่งเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนแดนเทพเองก็รีบเดินขึ้นรถเพราะรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
ในระหว่างที่นั่งรถกลับแดนเทพครุ่นคิดเป็นห่วงศิวา ที่จะต้องเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับคนที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างนางมาลา ตอนนี้ในใจเขาได้แต่ภาวนาขอให้เพื่อนสาวของศิวามีนิสัยแตกต่างจากคนในครอบครัวของเธอ
ในขณะที่แดนเทพกำลังนั่งไขว่ห้างดูหนังที่เขาชื่นชอบอยู่ในห้องที่เขาสร้างขึ้นคล้ายโรงหนังขนาดย่อม ซึ่งเอาไว้เป็นที่พักผ่อนยามว่างของตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นซ้ำๆจนชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกรบกวน แต่ก็ลุกขึ้นไปเปิดเพราะต้องการรู้ว่าคนที่มาเคาะมีธุระอะไร
"มีอะไร!"
เขาถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นแม่บ้านวัยกลางคนนามว่าป้าจันยืนอยู่ที่หน้าประตู
"มีคนมาขอพบคุณศิวาค่ะ แต่ป้าบอกว่าคุณศิวาไม่อยู่เด็กคนนั้นเลยบอกว่าขอพบคุณแดน"
"เด็กเหรอ..."
"ค่ะ เด็กสาว...เห็นว่าเป็นเพื่อนเรียนของคุณศิวา"
"อ้อ...ไปเรียกมาพบฉันที่ห้องรับแขก"
"ได้ค่ะ"
แดนเทพบอกแล้วเดินไปรอที่ห้องรับแขก เขาไม่ต้องคิดนานว่าคนที่มาหาเป็นใคร เพียงแค่บอกว่าเป็นเพื่อนสาวของหลานชายเขาก็จำได้ทันที เวลานี้ศิวาไม่อยู่เขาจึงคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้พูดคุย และลอบสังเกตทีท่าของเด็กสาวคนนี้ได้อย่างสะดวก
นิศาชลยืนชะเง้ออยู่ที่หน้าประตูหลายนาทีในที่สุดแม่บ้านก็เดินมาหาเธอ
"คุณแดนให้พบได้ตามป้ามาเลยหนู"
"ค่ะ"
"ตามมาๆ"
นางจันบอกแล้วเดินนำร่างบางเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ นิศาชลก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย เมื่อดวงตากลมกวาดมองความหรูหราโอ่อ่าภายในบ้านก็อดที่จะตื่นตาไม่ได้ เพราะเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ใช้ตกแต่งดูงดงามจับตา และหรูหราของสถานที่รวมทั้งการตกแต่งที่ดูสวยงาม ทำให้นิศาชลเดินตัวลีบพลางนึกขยาดว่าหากเธอทำเครื่องเรือนชิ้นใดชิ้นหนึ่งชำรุดเสียหาย คงต้องทำงานใช้สักหลายปีจึงจะหมด
แดนเทพมองเด็กสาวที่เดินตามหลังแม่บ้านมาอย่างสำรวจ เมื่อเห็นท่าทางกล้าๆกลัวๆของเธอแล้วเขาก็นึกแปลกใจ เพราะกิริยาของนิศาชลไม่เหมือนกับมารดาของเธอเลยแม้แต่น้อย
แม่บ้านเดินออกไปทันทีเมื่อพานิศาชลมาส่งที่ห้องรับแขกเรียบร้อย ในห้องนั้นจึงเหลือเพียงแดนเทพและเด็กสาวเพียงลำพัง
"สะ...สวัสดีค่ะคุณอา"
ชายหนุ่มพยายามที่จะมองหน้าของเด็กสาวแต่ก็มองไม่ชัดเพราะเธอเอาแต่ก้มหน้าจนคางชิดอก
"นั่งลงสิ"
พอได้ยินเสียงทุ้มบอกนิศาชลก็ทรุดลงนั่งบนพื้นพรมทันที
"ทำไมไม่นั่งบนโซฟาล่ะ"
พอได้ยินเขาถามเด็กสาวจึงเงยหน้าขึ้นตอนนั้นเองที่แดนเทพรู้สึกราวกับถูกสะกด ดวงตากลมโตดำขลับที่ถูกล้อมกรอบด้วยขนตางอนยาว มันหวานซึ้งเสียจนเขาเผลอจ้องอย่างลืมตัว
"คือ...หนูกลัวว่าโซฟาของคุณอาจะเลอะน่ะค่ะ พอดีหนูเพิ่งกลับจากทำงานเสื้อผ้าเลยสกปรกไปหน่อย"
เสียงใสราวกับระฆังแก้วเอ่ยตอบเขาและเสียงนั้นก็ช่วยดึงสติของชายหนุ่มกลับคืนมา
"เอ่อ...แล้วยังไงล่ะ เธอมีธุระอะไรถึงมาขอพบฉันหรือว่าเก็บกระเป๋าย้ายมาแล้ว"
"คือ...เรื่องนั้น"
นิศาชลหลุบตามองพื้นเพราะไม่กล้าที่จะมองใบหน้าเขาตรงๆ เพราะเธอสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวและน่าเกรงขามของเขา
"มองหน้าฉันเวลาพูด"
น้ำเสียงที่ฟังดูราบเรียบของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่กลับทำให้นิสาชลรู้สึกประหม่าและกดดันอย่างบอกไม่ถูก แล้วจึงพยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา
"ว่าต่อไปสิ..."
แดนเทพบอกแต่สายตากลับจับจ้องไปที่กลีบปากรูปกระจับที่มีสีชมพูโดยธรรมชาติ
"คือ...ตอนหนูกลับจากทำงานแม่บอกว่าคุณอาไปหาแม่"
"อืม...แล้วยังไงต่อ"
"แม่บอกว่าคุณอาเอาเงินไปให้แม่แลกกับการที่ให้หนูมาอยู่ที่นี่"
"ใช่...นั่นคือความต้องการของศิวา"
"คือ...หนูรู้ค่ะ ว่าศิวาอยากให้หนูได้เรียนหนังสือ แต่เงินที่คุณอาให้แม่ไปมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคะ"
คราวนี้แดนเทพยักไหล่เพื่อบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย
"ไม่เท่าไหร่นี่...ตั้งแต่ศิวายังเด็กมาจนถึงตอนนี้มีของเล่นนับไม่ถ้วนที่หลานชายฉันร้องอยากได้ แล้วหลายๆชิ้นก็เป็นของเล่นราคาหลักแสน ฉันซื้อให้เขาตลอดโดยที่ไม่รู้สึกเสียดายอะไรครั้งนี้ก็เหมือนกัน"
คิ้วเรียวของนิศาชลขมวดมุ่นก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
"คุณอาหมายความว่ายังไงคะ"
"ตรงๆก็คือฉันพอจะรู้ว่าศิวาน่าจะคิดกับเธอเกินเพื่อน เงินที่ฉันเสียไปแลกกับตัวเธอฉันไม่เสียดาย เพราะฉันคิดว่าฉันซื้อของเล่นชิ้นหนึ่งให้หลาน ถึงแม้ว่าราคามันจะแพงกว่าของชิ้นอื่นก็ตาม"
ใบหน้าของนิศาชลชาดิกความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับถูกเขาลากไปตบหน้ากลางสี่แยก เธอทั้งอับอายและอดสูอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะราบเรียบแต่คำพูดแฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลน จนเด็กสาวรู้สึกทนไม่ได้
"หนูขอโทษด้วยนะคะแต่หนูไม่ใช่ของเล่นค่ะ หนูเป็นคน...หนูคงจะต้องขอปฏิเสธที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ค่ะ"
แดนเทพกวาดตามองเด็กสาวที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยสายตาประเมิน ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แคร์ว่าเธอจะมาหรือไม่
"ก็แล้วแต่เธอนะ...แต่ถ้าไม่มาก็ให้แม่เธอเอาเงินมาคืนฉันด้วย แล้วก็ต้องครบทุกบาททุกสตางค์นะ เพราะถ้าขาดแม้แต่แดงเดียวแม่เธอเดือดร้อนแน่ เพราะฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นและก็ไม่ใจดีพอที่จะให้ใครมาล้อเล่นด้วย"
นิศาชลลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากเมื่อชายหนุ่มพูดถึงเรื่องเงินเพราะเธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
"แต่ฉันว่านะ...ป่านนี้แม่เธอคงถลุงเงินฉันไปแล้วล่ะ ดีไม่ดีอาจจะไม่เหลือแล้วก็ได้"
ใบหน้าหวานซีดลงๆเมื่อเขาตอกย้ำในสิ่งที่เธอเองก็กำลังกลัว แต่ก็ยังพยายามให้กำลังใจและปลอบโยนตัวเองว่ามันไม่เป็นอย่างที่เขาพูด
"ไม่หรอกค่ะ...เดี๋ยวหนูจะกลับบ้านเลย หนูจะเป็นคนเอาเงินมาคืนคุณให้ครบทุกบาท"
"อืม...ก็ดี"
"งั้นหนูลาล่ะค่ะ สวัสดีค่ะ"
มือเล็กยกขึ้นประนมไหว้ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องรับแขกไปอย่างรีบร้อน โดยมีสายตาคมของแดนเทพจับจ้องอยู่ตลอด
พอได้เห็นหน้าเธอชายหนุ่มไม่สงสัยสักนิดเลยว่าทำไมหลานชายถึงดูเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องของเธอนัก เพราะถ้าพูดอย่างไม่อาย แดนเทพก็ต้องยอมรับตรงๆว่าเด็กสาวคนนี้ทำให้เขาใจกระตุกไปเหมือนกัน