หน้าโรงแรมห้าดาวหรูหรา รถสปอร์ตสีดำสนิทเคลื่อนมาจอดนิ่งสนิท ‘ลีโอ’ ก้าวลงจากรถในมาดประธานผู้เยือกเย็น ท่ามกลางสายตาของเหล่านักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่มองมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทามก้าวตามลงมาในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มร่าเริง บัดนี้แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
“จำไว้ทาม...” ลีโอกระซิบขณะเดินเคียงข้างกันเข้าไปในงาน “เป้าหมายของนายคืนนี้ไม่ใช่แค่เดินตามฉัน แต่คือการหายเข้าไปในกลุ่มคณะบริหารที่นั่งอยู่โซนตะวันออก ล้วงให้ได้ว่าใครที่แอบติดต่อกับค่ายคู่แข่งช่วงที่พ่อฉันเข้าโรงพยาบาล”
“ผมทราบแล้วครับท่านประธาน” ทามตอบรับสั้นๆ เขาเปลี่ยนโหมดจาก ‘เหยื่อ’ บนเตียง กลายเป็น ‘อาวุธ’ ลับในคราบเลขาฯ ทันที
ภายในงานเลี้ยง วรดาและนีน่ารอต้อนรับแขกเหรื่ออยู่แล้ว ลีโอเดินเข้าไปทักทายพอเป็นพิธี เขาเลือกวางตัวนิ่งขรึม ไม่แสดงอาการรุ่มร่ามใส่ทามอย่างที่เคยทำ เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ ‘ศัตรู’ ไม่ได้มีแค่คนนอก แต่คือคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขา
“คุณลีโอคะ คณะกรรมการหลายท่านบ่นว่าอยากเจอคุณเพื่อถามถึงแผนไตรมาสหน้า” วรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาซ่อนความนัย
“ผมจะไปหาพวกเขาเองครับคุณน้า... ทาม จัดการเรื่องเอกสารที่คุณรู้ดีว่าต้องทำยังไงด้วย” ลีโอสั่งเสียงเรียบก่อนจะแยกตัวไปอีกทาง
ทามใช้จังหวะนี้ตีเนียนถือแก้วไวน์เดินเข้าไปในวงสนทนาของเหล่าบอร์ดบริหารรุ่นเก๋า เขาใช้รูปร่างหน้าตาที่ดูไม่มีพิษมีภัยและลักยิ้มพิฆาตเข้าหา
“ขอประทานโทษครับท่าน ผมทาม เลขาฯ ใหม่ของท่านประธานลีโอ เห็นท่านคุยเรื่องโครงการอะไหล่ยนต์เมื่อครู่ น่าสนใจมากเลยครับ ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีเวลาแนะนำเด็กใหม่บ้างไหมครับ?” ทามแสร้งทำเป็นเด็กหนุ่มใฝ่เรียนรู้ที่นอบน้อม
คณะกรรมการชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ชื่อ ‘สุพจน์’ หัวเราะอย่างชอบใจเมื่อเห็นเลขาฯ หน้าตาน่าเอ็นดู “เลขาฯ ของลีโอรึ? คนนั้นเขานิ่งอย่างกับหิน ไม่เห็นจะคุยสนุกเหมือนเธอเลยนะ”
ทามอาศัยช่วงที่พวกเขากำลังชะล่าใจและเริ่มวิจารณ์ลีโอ ค่อยๆ ชวนคุยไปถึงเรื่องการยักยอกบัญชีที่เขาสังเกตเห็นจุดผิดปกติก่อนหน้านี้
“ท่านคงทำงานหนักมากนะครับ ช่วงที่คุณท่านคนเก่าป่วย เห็นว่ามีการทำสัญญาซื้อขายใหม่กับทางยุโรปด้วย ไม่รู้ว่าท่านพอจะทราบรายละเอียดไหมครับ เผื่อผมจะได้จัดเตรียมเอกสารให้ท่านประธานลีโอได้ถูกต้อง...”
“อ้อ... สัญญานั้นน่ะเหรอ” สุพจน์ชะงักไปนิด แววตามีพิรุธวูบหนึ่ง “นั่นเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารระดับสูง เธอเป็นเลขาฯ ใหม่ ไม่ต้องรู้ทุกเรื่องหรอก”
ทามลอบบันทึกท่าทางนั้นไว้ในใจ ท่าทางกระวนกระวายของสุพจน์ยืนยันว่า ‘กลิ่น’ การทุจริตมันเริ่มชัดขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ลีโอยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักธุรกิจ เขาจ้องมองทามจากระยะไกล เห็นทามกำลังโปรยเสน่ห์และล้วงข้อมูลได้อย่างแนบเนียน ลีโอยอมรับในใจว่าทาม ‘เก่ง’ กว่าที่เขาคาดไว้มาก แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกไม่ไว้วางใจใครเลยก็ยังคงอยู่
เขาปรายตามองวรดาที่ยืนคุยอยู่กับนีน่า ทั้งคู่อาจจะดูเป็นมิตร แต่ในโลกของลีโอ ความเป็นมิตรที่แลกมาด้วยผลประโยชน์คือสิ่งที่อันตรายที่สุด
เมื่อถึงช่วงท้ายของงาน ทามเดินกลับมาหาลีโอพร้อมรายงานสั้นๆ ที่มุมเงียบของงาน
“สุพจน์มีพิรุธครับ พอผมแตะเรื่องสัญญายุโรป เขาปิดปากเงียบทันที แถมยังมีเบอร์แปลกๆ โทรเข้าเครื่องเขาตลอดเวลาที่คุยกับผม” ทามรายงานด้วยสีหน้าจริงจัง
ลีโอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจัดเนคไทให้ทามเบาๆ เป็นการตบตาคนรอบข้างว่ากำลังสั่งงาน “ทำดีมากทาม... คืนนี้ฉันจะให้นายได้พัก แต่พรุ่งนี้ เตรียมตัวเข้าห้องเย็นกับฉัน เราจะเชือดคนทรยศออกมาทีละคน”
ทามสบสายตากับลีโอ วินาทีนั้นเขาไม่ได้เห็นแค่ประธานที่เอาแต่ใจ แต่เห็นชายคนที่กำลังต่อสู้กับคนรอบตัวอย่างโดดเดี่ยว... และเขานี่แหละ ที่จะเป็นคนพังกำแพงพวกนั้นเอง
ภายใต้หน้ากากพันธมิตร
ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมตึก L-Auto Group ในยามดึก ‘ทาม’ อาศัยความคุ้นเคยในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ลอบเข้าไปในห้องทำงานของ ‘สุพจน์’ แสงจากไฟฉายกระบอกเล็กส่องไปตามลิ้นชักที่ถูกล็อกไว้ เขาใช้ทักษะไหวพริบสะเดาะกุญแจจนลิ้นชักเปิดออก ทามพยายามพลิกหาแฟ้มสัญญายุโรปที่มีพิรุธ แต่ในขณะที่กำลังจะดึงเอกสารออกมา...
แกร๊ก!
เสียงลูกบิดประตูทำเอาทามใจหล่นวูบ เขาไม่มีที่ให้ซ่อนนอกจากหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ แสงไฟจากทางเดินสาดเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นตา
“ทำอะไรของนาย”
‘ลีโอ’ เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนิ่งขรึม ทามพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้านายตนเอง
“ผมกำลังจะหาหลักฐานเรื่องการยักยอกของสุพจน์ครับท่านประธาน แต่ยังไม่ทันเจอ...”
“ออกไปก่อน มีคนมา” ลีโอไม่พูดเปล่า เขารีบคว้าข้อมือทามให้ลุกขึ้นแล้วดันร่างโปร่งไปชิดผนังในมุมมืดหลังชั้นหนังสือใหญ่ ทามสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจของลีโอที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือจนน่าใจหาย
ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายอาวุโสท่าทางใจดี ‘คุณเกริก’ พ่อของนีน่า หุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อลีโอ
“อ้าว ลีโอ? มาทำอะไรในห้องสุพจน์ดึกดื่นขนาดนี้ล่ะหลานชาย” คุณเกริกเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่เขาชอบทำเสมอ
“ผมมาดูเอกสารค้างสัญญานิดหน่อยครับอาเกริก พอดีเห็นไฟเปิดอยู่เลยเข้ามาดู” ลีโอตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ยืนบังมุมที่ทามซ่อนอยู่ได้อย่างมิดชิด
“ขยันจริง ๆ นะเรา อาบอกแล้วไงว่าเรื่องบริษัทไม่ต้องเครียดมาก สุขภาพเราสำคัญที่สุด ดูอาสิ... เพราะรู้ตัวว่าร่างกายไม่ไหว เลยไม่อยากรับตำแหน่งประธานที่บอร์ดเสนอให้ ปล่อยให้คนรุ่นใหม่อย่างลีโอบริหารน่ะดีแล้ว อาจะได้พักผ่อนเสียที” คุณเกริกพูดพลางตบบ่าลีโอเบา ๆ ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ
“ครับอา... ขอบคุณที่เป็นห่วง” ลีโอตอบรับด้วยความเคารพ
หลังจากคุณเกริกเดินออกไป ลีโอจึงยอมปล่อยทามให้เป็นอิสระ ทามรีบก้าวออกมาพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง
“คุณเกริกดูใจดีจังเลยนะครับ ทั้งที่คนอื่นในบอร์ดจ้องจะเล่นงานคุณ แต่เขากลับเข้าข้างคุณตลอด”
ลีโอนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงชายอาวุโสคนเมื่อครู่ “ในบริษัทที่เต็มไปด้วยฝูงหมาป่า... อย่างน้อยอาเกริกก็เป็นคนเดียวที่ผมยังเคารพ ท่านเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ และเป็นพ่อของภีม... ผมเชื่อว่าท่านหวังดีกับผมจริงๆ”
“แต่ผมว่า...” ทามกำลังจะแย้งถึงสัญชาตญาณบางอย่างแต่ก็ต้องเงียบไปเมื่อเห็นสายตาจริงจังของลีโอ
“ตอนนี้เลิกสนใจเรื่องอาเกริกก่อน เป้าหมายเดียวของเราคือ 'สุพจน์' ผมมั่นใจว่าเขากำลังถ่ายโอนผลประโยชน์ไปให้คู่แข่ง นายต้องหาหลักฐานชิ้นนั้นให้เจอทาม... ส่วนพรุ่งนี้ เตรียมตัวรับมือกับ ‘ภีม’ ด้วย หมอนั่นจะกลับมาถึงไทยแล้ว และเขาเป็นคนช่างสังเกตกว่าที่นายคิด”
ทามนิ่งไป เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าในโลกที่มืดมนของลีโอ คุณเกริกและภีมคือ "พื้นที่ปลอดภัย" เพียงแห่งเดียวที่เขายังเหลืออยู่... โดยที่ลีโอไม่รู้เลยว่าพรานป่าที่แย้มยิ้มให้นั้น กำลังซ่อนกับดักที่ร้ายแรงที่สุดไว้ใต้ฝ่าเท้าของเขาเอง