พายุอารมณ์ที่จวนเจียนจะปะทุกลับมอดลงอย่างกะทันหัน ลีโอที่คร่อมร่างทามอยู่จ้องลึกลงไปในดวงตาเรียวรีที่สั่นระริก สายตาคมกริบนั้นฉายแวววูบไหวบางอย่างที่ทามอ่านไม่ออก ก่อนที่ลีโอจะผละตัวออกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"ไปอาบน้ำซะ... นอนได้แล้ว ฉันง่วง" ลีโอเอ่ยเสียงเรียบ ทิ้งให้ทามนอนหอบหายใจงุนงงอยู่บนเตียงกับอารมณ์ที่ค้างคา
"อะไรของคุณเนี่ย..." ทามยันตัวลุกขึ้น ขยี้ผมตัวเองอย่างเสียอาการ "เออ! งั้นผมจะกลับคอนโดผม"
ทามทำท่าจะก้าวลงจากเตียง แต่เสียงทุ้มทรงอำนาจก็ขัดขึ้นทันควัน
"ไม่ได้ คืนนี้นอนนี่" ลีโอหันมามองด้วยสายตาเย็นชาแต่แฝงความบังคับ "เผื่อฉันมีงานด่วน... และนายคือเลขาส่วนตัวที่ต้องแสตนบายยี่สิบสี่ชั่วโมงตามสัญญา จำไม่ได้หรือไง"
ลีโอเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ทามทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงกว้างอย่างหัวเสีย แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะนี่คือโอกาสที่เขาจะได้ลงมือทำตามแผน ทามรอจนกระทั่งได้ยินเสียงสายน้ำจากฝักบัวดังขึ้นสม่ำเสมอ เขาจึงรีบย่องไปที่โต๊ะทำงานส่วนตัวของลีโอที่ตั้งอยู่มุมห้องนอนทันที
เขารู้ว่าลีโอเป็นคนเจ้าระเบียบ รหัสผ่านคงไม่พ้นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขารัก ทามลองกดวันเกิดของแม่ลีโอตามที่เคยอ่านในประวัติ... คลิก! หน้าจอคอมพิวเตอร์ปลดล็อกเผยให้เห็นโฟลเดอร์งานมากมาย
ทามรีบไล่สายตาหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับสัญญายุโรปและคุณเกริก แต่กลับไปสะดุดเข้ากับโฟลเดอร์ลึกสุดที่ชื่อว่า ‘Private_History’ ทามคลิกเข้าไปดู มันคือบันทึกข้อมูลสุขภาพย้อนหลังของแม่ลีโอ... ภาพจำที่ลีโอมีต่อแม่คือผู้หญิงที่เก่ง ฉลาด และเฉียบคมในการบริหารงาน จนเหล่าผู้บริหารรุ่นเก่าที่คิดคดโกงต้องทยอยลาออกไปตาม ๆ กันเพราะทนความเฮี้ยบไม่ไหว แต่จู่ ๆ ผู้หญิงที่แข็งแกร่งคนนั้นกลับล้มป่วยลงอย่างรวดเร็ว
ทามเปิดอ่าน ‘ใบรับรองแพทย์และผลวินิจฉัย’ หมอระบุว่าเธอเป็นมะเร็งระยะลุกลาม ร่างกายอ่อนแอลงจนไร้สมรรถภาพในการทำงาน ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ด้วยความเป็นห่วงลูกชาย เธอจึงสั่งเสียให้ลีโอไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย โดยที่ตัวเธอเองก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าตนเองเป็นโรคร้าย
แต่ทามสังเกตเห็นจุดผิดปกติ... ชื่อ ‘แพทย์เจ้าของไข้’ ในบันทึกนั้น คือคนเดียวกับที่มีชื่อปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้รับเงินบริจาคส่วนตัวจากมูลนิธิของคุณเกริกอย่างต่อเนื่อง
‘หมอที่รักษาเป็นคนของเกริก... หมายความว่าผลมะเร็งนั่นอาจจะเป็นเรื่องลวงงั้นเหรอ?’
ทามรู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง ถ้าสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง แสดงว่าเกริกไม่ได้แค่หวังบริษัท แต่เขากำจัดแม่ของลีโอออกไปจากเส้นทางอำนาจด้วยวิธีที่เลือดเย็นที่สุด คือการทำให้เธอ ‘คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย’ เพื่อให้เธอถอยออกไปเอง
"ทำอะไรน่ะทาม"
เสียงเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้ทามรีบปิดหน้าจอลงอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับไปพบลีโอที่ยืนพันผ้าขนหนูผืนเดียว หยดน้ำยังเกาะพราวบนแผงอก สายตาที่ลีโอมองมานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย
"ผม... ผมแค่จะหาสมุดโน้ตครับ พอดีนึกงานออก" ทามพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด เขาใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาข้างนอก เขายังบอกความจริงตอนนี้ไม่ได้ หลักฐานแค่นี้ยังไม่พอที่จะล้มคนอย่างเกริก และเขารู้ว่าลีโอรักและเคารพเกริกมากเพียงใด ถ้าบอกไปโดยไม่มีหลักฐานมัดตัว ลีโออาจจะไม่มีวันเชื่อ
"สมุดโน้ตอยู่ในลิ้นชักซ้าย ไม่ใช่ในคอมพิวเตอร์ฉัน" ลีโอก้าวเข้ามาประชิดตัวทาม คว้าข้อมือที่สั่นเทาไว้ "อย่าให้ฉันต้องเตือนซ้ำสองเรื่องการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว"
"ขอโทษครับ... ผมแค่อยากรีบเคลียร์งานให้เสร็จ" ทามก้มหน้าหลบตา แสร้งทำเป็นกลัวเพื่อให้ลีโอเลิกสงสัย
ลีโอมองท่าทางลนลานของเลขาฯ นิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปพบคุณน้าเกริกแต่เช้า ท่านเรียกคุยเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นบางส่วน"
ทามนิ่งทึบไป... 'โอนหุ้นงั้นเหรอ?' เกมนี้เริ่มเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เขาต้องหาหลักฐานมัดตัวหมอคนนั้นและเชื่อมโยงมาถึงเกริกให้ได้ ก่อนที่ลีโอจะยกอาณาจักรที่แม่เขาสร้างมากับมือให้กับฆาตกรในคราบนักบุญ!
หน้าคฤหาสน์หลังงามของตระกูลวรโชติเมธี ‘ทาม’ ลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก เขาเหลือบมอง ‘ลีโอ’ ที่เดินนำเข้าไปด้วยความมั่นใจและให้เกียรติเจ้าของบ้านอย่างสูง โดยหารู้ไม่ว่าเขากำลังก้าวเข้าไปในถ้ำของพยัคฆ์ซ่อนเล็บ
“ลีโอ มาแล้วเหรอหลานชาย มา ๆ อาเตรียมเอกสารไว้ที่ห้องโถงแล้ว” ‘คุณเกริก’ เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเช่นเคย
ในขณะที่ลีโอนั่งลงเจรจาเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หุ้น ทามเห็นว่าเป็นโอกาสเดียวที่จะหาหลักฐานเพิ่ม เขาหันไปสบตากับ ‘ภีม’ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ภีมยิ้มกว้างทันทีที่เห็นทาม เขาจึงแสร้งทำเป็นกระซิบกับลีโอว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
“คุณภีมครับ...” ทามเดินเข้าไปหาภีมที่ระเบียง “พอดีผมลืมไฟล์สรุปงานไว้ในแฟลชไดรฟ์ที่ฝากไว้กับคุณลีโอ แต่เหมือนเอกสารบางอย่างของคุณลีโอจะสลับกับของคุณท่านเกริกเมื่อกี้... ผมรบกวนช่วยพาผมไปดูที่ห้องทำงานคุณท่านหน่อยได้ไหมครับ เผื่อมันวางทิ้งไว้บนโต๊ะ”
“ได้สิครับคุณทาม เรื่องแค่นี้เอง ห้องคุณพ่อไม่ได้ล็อกหรอกครับ ท่านใจดีจะตาย” ภีมตอบรับอย่างว่าง่ายโดยไม่สงสัยแม้แต่นิดเดียว เขาเดินนำทามไปยังห้องทำงานโอ่อ่าที่ชั้นสอง “เชิญเลยครับ เดี๋ยวผมไปหาน้ำเย็น ๆ มาให้คุณทามทานดีกว่า ตามสบายนะ”
เมื่อภีมคล้อยหลังไป ทามรีบปิดประตูเงียบเชียบและพุ่งตรงไปที่โต๊ะทำงานไม้สนแกะสลักทันที เขาไม่ได้หาแค่เอกสารหุ้น แต่เขากำลังมองหา ‘สมุดบันทึกส่วนตัว’ หรืออะไรก็ตามที่เชื่อมโยงถึง ‘หมอประสงค์’ แพทย์เจ้าของไข้ของแม่ลีโอ
เขาไล่เปิดลิ้นชักจนเจอซองยาเก่า ๆ และใบสั่งยาที่ไม่ได้ระบุชื่อคนไข้ แต่หัวกระดาษเป็นชื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวกับที่แม่ลีโอเคยรักษา ทามรีบใช้มือถือถ่ายรูปเก็บไว้ทุกหน้าอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมือไปสะดุดกับ ‘สมุดรายนามผู้บริจาค’ ลับ
ในนั้นมีลายเซ็นของคุณเกริก อนุมัติเงินจำนวนมหาศาลโอนเข้าบัญชีหมอประสงค์ทุกเดือน... โดยระบุหมายเหตุสั้น ๆ ว่า ‘ค่าดูแลรักษาความลับโครงการพิเศษ’
“ทำอะไรอยู่เหรอครับคุณทาม?”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากหน้าประตูทำเอาทามสะดุ้งสุดตัวจนมือถือแทบร่วง เขาหันไปพบภีมที่ยืนถือแก้วน้ำในมือพร้อมเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย
“คือ... ผมหาเจอแล้วครับ พอดีแฟลชไดรฟ์มันตกอยู่ใต้โต๊ะ” ทามพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นพลางชูแฟลชไดรฟ์ที่เตรียมไว้ขึ้นมา
“อ้อ... เก่งจังครับหาเจอเร็วเชียว” ภีมยิ้ม แต่แววตาดูครุ่นคิดเล็กน้อย “แต่เมื่อกี้ผมเห็นคุณทามถ่ายรูปอะไรอยู่รึเปล่าครับ? หรือผมตาฝาดไปเอง”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ทามรู้สึกถึงหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เขาจะรักษาหน้ากากนี้ไว้ได้นานแค่ไหนในบ้านที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดและสายตาที่จับจ้องอยู่ทุกมุม