EP.19
“ดื่มไหม พี่เห็นเรานั่งเหงาๆ” วิวยกแก้วไปให้ลูกพีชที่นั่งเงียบๆท่ามกลางงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ที่จัดขึ้นมากะทันหันและจัดพอเป็นพิธี โดยใช้เวลาหลังเลิกงานเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง บางคนแยกย้ายกลับบ้าน บางคนก็อยู่เพื่อให้งานดูไม่เงียบเหงา ภายในงานมีแค่อาหารไม่กี่อย่างที่ไม่สามารถจะทำให้พนักงานแต่ละคนที่มาเลี้ยงต้อนรับอิ่มได้ แต่หนักไปทางเครื่องดื่มมึนเมา หากลูกพีชได้ดื่มบรรยากาศคงไม่น่าอึดอัดขนาดนี้
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“นี่มันงานเลี้ยงต้อนรับเธอนะ จะไม่ดื่มหน่อยเหรอ อย่าบอกนะว่าดื่มไม่เป็นอ่ะ” คำถามของหัวหน้าแผนกเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้ การที่ลูกพีชมานั่งอยู่ในวงเหล้าแล้วไม่ดื่มคล้ายว่าเป็นตัวตลกของทุกคนในที่นี้
“ดื่มแล้วอิ๊บอ๋าย ก็เลยไม่ดื่มดีกว่าค่ะ ดื่มน้ำอัดลมแทนละกันเนอะ”
“อิ๊บอ๋ายว่ะ” นน ชายผู้เป็นเพื่อนร่วมงานของลูกพีชล้อเลียน ทำให้ทุกคนหัวเราะตามกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งเพิ่มความอึดอัดให้ลูกพีช “นี่อย่าบอกนะว่าไม่พูดคำหยาบด้วย”
“พูดได้ค่ะ แต่ไม่อยากพูดกับคนที่ไม่สนิทค่ะ มันไม่น่ารัก” ลูกพีชตอบกลับอย่างมีมารยาท แต่ทุกคนก็มองเธอด้วยสายตาแปลกๆอีกเช่นเคย เธอเลยต้องดื่มสักเล็กน้อยตามมารยาท ไหนๆพวกเขาก็เลี้ยงต้อนรับ
‘หงุดหงิดนะ อยากด่าคนด้วยคำหยาบคายจัง จะแกล้งว่าเมาแล้วพลั้งปากไปจะได้ไหมนะ’ แค่คิดในใจก็เผลอยิ้มออกมาแต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปเมื่อเหลือบไปเห็นอีฟ อีฟมองเธอเหมือนคนมีอคติ ทำเหมือนมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เกินกว่าเรื่องที่เธอใช้เส้นสายเข้ามา อีฟไม่ชอบเธอด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากเธอละลายพฤติกรรมด้วยการดื่มกับอีฟมันคงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอีฟดีขึ้นมาบ้าง สักนิดก็ยังดี หากใช้หลักการเดียวกับตอนที่เธอเข้าหาพัตเตอร์ ผลตอบรับคงออกมาดีเหมือนกัน
“พี่อีฟคะ ดื่มด้วยกันไหมคะ” ลูกพีชเปลี่ยนที่นั่งมานั่งข้างอีฟ บางทีเธออาจจะต้องตีซี้ให้มากกว่านี้เพื่อการอยู่รอดในการทำงาน จริงๆแล้วมันก็เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องเข้าหาคนที่อยู่มาก่อนอยู่แล้ว
“…” อีฟเมินเฉยต่อประโยคทักทายของลูกพีช ยังคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงานท่านอื่น ทำเหมือนลูกพีชเป็นอากาศ ตอนแรกเธอก็อยากชี้แจงกับทุกคนว่าเธอเลิกกับพัตเตอร์แล้ว แต่ปล่อยไว้อย่างนี้ก็สนุกไปอีกแบบ
“ปกติแล้วพี่อีฟดื่มที่ไหนคะ พีชอยากไปด้วยจัง”
“หัวหน้าคะ อีฟขอกลับก่อนนะ วันนี้อารมณ์ไม่ดี” อีฟคว้ากระเป๋าแล้วหยัดกายลุกขึ้นทันที
“ตามใจจ้า”
อีฟลุกออกไปพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ทิ้งให้ลูกพีชค้างคาใจและงุนงง บรรยากาศมันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แม้จะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับตัวเอง แต่ลูกพีชก็ขอตัวกลับก่อน
“เป็นอะไรของเขานะ”
ติ๊ง~
เสียงการแจ้งเตือนโทรศัพท์รั้งให้ลูกพีชที่กำลังเหม่อลอยคิดเรื่องอีฟและงานที่อีฟมอบหมายเหมือนไม่เต็มใจกลับมามีสติกับปัจจุบัน รู้ตัวอีกทีเธอก็เดินออกมาด้านนอกของบริษัทแล้ว มือเรียวคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ โดยไม่ได้สังเกตว่ามีรถทางฝั่งขวากำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายจะชนเธอ
“เธอ ระวัง!!”
“ว๊ายยยยยยย!” เสียงของใครบางคนทำให้ลูกพีชไหวตัวด้วยความตกใจ มือเย็นเฉียบของเจ้าของเสียงนั้นเข้ามากระชากตัวเธอให้รอดพ้นจากรถคันดังกล่าวที่พุ่งเข้ามาได้อย่างหวุดหวิด รถคันนั้นจอดกะทันหันจนเกิดเสียงล้อถัดกับพื้นถนน เสียงดังกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนแถวนั้นมองมา เกรงว่าจะมีคนได้รับบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุ
“เป็นบ้าอะไรเดินไม่ระวังรถเลย” พัตเตอร์ถามอย่างใส่อารมณ์ “ถ้าฉันไม่มายืนรอตรงนี้เธออาจโดนรถชนไปแล้วก็ได้ จะใจลอยไปไหนวะ”
ในขณะเดียวกันเจ้าของรถคันนั้นก็ถอยกลับมาจอดใกล้ๆและลดกระจกลงมาดู “ใช่ เป็นบ้าอะไรเดินไม่ดูรถเลย” เจ้าของรถอย่างอีฟถามอย่างไม่ใส่ใจนัก วันนี้เธอเปลี่ยนรถไม่แปลกใจที่พัตเตอร์จะจำไม่ได้ เพราะเธอไม่อยากใช้ข้าวของที่เขาให้แล้ว แต่ไม่มีวันที่จะคืนให้ง่ายๆ
“ขอโทษค่ะ พีชไม่ดูตาม้าตาเรือเอง” ตกใจเล็กน้อยที่อีฟเป็นเจ้าของรถ รอยยิ้มร้ายๆของอีฟเป็นชนวนเหตุให้คิดไปได้ว่าอีฟตั้งใจ เพราะอีฟดูไม่หงุดหงิดเหมือนคนที่กำลังโมโหหากใครมาขวางทาง แต่ลูกพีชก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ เธอยกมือไหว้ขอโทษ ให้มันเป็นความผิดของเธอคนเดียวที่เดินไม่ดูรถ
“คราวหลังหัดมองทางด้วยนะ ไม่งั้นจะเป็นผีเฝ้าออฟฟิศ”
“ขอโทษอีกครั้งค่ะ”
“จะไปแล้วเหรอ อาการมันเป็นยังไง ลงมาคุยกันหน่อยสิ”
อีฟกำลังปิดกระจกรถช้าๆเมื่อถูกพัตเตอร์ทักแบบนี้มันเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย พัตเตอร์จะยื่นมือมาด้านในรถแต่เธอปิดกระจกรถและรีบขับรถออกไปทันที พัตเตอร์จึงเดินกลับมาดูลูกพีช
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“คราวหลังเดินดูรถด้วย”
“ค่ะ”
“กลับกันเถอะ”
“พี่เตอร์รู้จักพี่อีฟเป็นการส่วนตัวเหรอคะ”
“ถามทำไม”
“คำพูดเมื่อกี้พี่สองคนดูสนิทกันนะคะ”
“แล้วมีอะไร หึงเหรอ”
“เปล่าค่ะ คือพีชรู้สึกว่าพี่อีฟไม่ชอบพีชมากๆ เหมือนเขาไม่เต็มใจที่จะสอนงานพีชเลย”
“เดี๋ยวฉันฟ้องหัวหน้าให้”
“ไม่ต้องค่ะๆ พีชแค่อยากถามว่าปกติพี่อีฟเขาเป็นแบบนี้ไหม พีชจะได้ปรับตัว คือพีชอยากเข้าหาคนอื่น อยากให้ทุกคนเอ็นดู พี่เตอร์ไปฟ้องหัวหน้าเดี๋ยวพีชก็โดนเกลียดไปใหญ่”
“มองโลกในแง่ดีจัง ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเซ็นใบลาออกตั้งแต่วันแรกไปแล้ว”
“เดี๋ยวเขาหาว่าเด็กยุคใหม่ไม่อดทน พีชว่ามันต้องอดทนอีกหน่อย นี่แค่วันแรกเอง วันต่อไปอาจจะดีขึ้นก็ได้ ยังไงซะ พีชจะไม่ถอดใจง่ายๆ”
“เออ แล้วเมื่อกี้ก็ไปไหว้พี่อีฟเนอะ คนที่ผิดอ่ะไม่ใช่เธอ จะไหว้ทำไมวะ ความโลกสวยของเธอมันทำให้ฉันหงุดหงิดนะ”
“การขอโทษทั้งที่เราไม่ผิดเป็นการตัดปัญหานะคะ พี่อีฟอายุเยอะกว่าไหว้ได้ค่ะ หากจะให้พีชด่าพี่อีฟก็คงไม่ใช่ ‘ขับรถแบบนี้ซื้อใบขับขี่มาเหรอ ลงมา! มาต่อยกันเลย’ แบบนี้ก็ไม่เหมาะสมค่ะ” ลูกพีชถกแขนเสื้อพร้อมมีเรื่องประกอบคำพูดที่เกรี้ยวกราดให้พัตเตอร์ดูเป็นตัวอย่าง
“เธอก็กวนตีนเหมือนกันนะ”
“ไม่ได้กวนตีนค่ะ หากเราโวยวายหรือทำอะไรที่ไม่ใช่ไหว้ ก็คงมีเรื่องมีราวใหญ่โต อย่างเช่นชูนิ้วกลาง อันนี้มีตบแน่”
“ฉันหมายถึงพูดขอโทษอย่างเดียวแบบไม่ต้องไหว้อ่ะ ไม่ต้องมีมารยาทมากก็ได้”
“ช่างมันเถอะค่ะ พีชทำไปแล้ว พีชเพิ่งมาทำงานไม่อยากมีปัญหากับใคร เข้าใจไหมคะ พีชอยากอยู่แบบสงบสุข แค่นี้มันก็อึดอัดมากพอแล้ว”
“แต่ชูนิ้วกลางในใจไปแล้วหลายรอบ”
“ค่ะ แล้วสรุปพี่อีฟเป็นคนแบบไหนคะ พี่เตอร์พอจะบอกพีชได้ไหม”
“อีฟบางทีมันก็ประสาทแบบนี้แหละ แต่ใจดี ที่ฉันเลือกอีฟมาสอนงานเธอน่ะ เพราะว่าไว้ใจอีฟมากกว่าคนอื่น เธอลองตีสนิทกับอีฟสิ ฉันว่าบางทีอีฟอาจเลิกทำตัวแบบนั้นกับเธอก็ได้ อีฟน่ะเป็นคนเก่ง ไม่รู้อะไรก็ถามได้เสมอ แต่อาจจะโดนกวนตีนหน่อย”
“พีชลองทำแล้วนะ”
“ลองทำอีก ยังไงซะเธอก็ต้องอยู่กับอีฟอีกนาน เดี๋ยวอีกสักพักพี่อีฟก็แพ้ลูกตื๊อเธอเองแหละ”
“ค่ะ” ได้ยินแบบนี้ลูกพีชก็โล่งใจ แต่ก็ยังหนักใจ เครียดเรื่องงานไม่พอ เธอยังต้องมาตีสนิทและยังต้องมาพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางคำครหามากมาย แต่เพื่อความอยู่รอดในชีวิตการทำงานก็คงต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้
............................................................................................ .......
😈