“ทำงานมาเหนื่อยๆอ่ะ ไปพักผ่อนกัน”
“ค่ะ”
“ยิ้มหน่อยสิเด็ก อย่าหน้าบูดเป็นตูดลิงดิ”
ใบหน้าบึ้งตึงกลับมาสดใสเมื่อถูกพัตเตอร์กุมมือ เขาแกล้งแหย่จิ้มแก้มให้เธอยิ้มได้ รู้สึกดีกับการกระทำแบบนี้จนเผลอยิ้มออกมาจนแก้มปริ
@คอนโดพัตเตอร์
ลูกพีชก้าวเข้ามาในห้องภายในคอนโดสุดหรูเป็นชั้นบนสุดของคอนโดแห่งนี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ ห้องนี้มีสไตล์การตกแต่งสีขาวสลับดำทำให้บรรยากาศดูท้าทายและลึกลับ เธอรีบถอดรองเท้าแล้วไปสำรวจทุกอย่างภายในห้องหรูหรา เพิ่งเข้าใจคำว่าความรวยของคนที่รวยจริงๆ พัตเตอร์รวยมากกว่าที่เธอคิด ภายในห้องมีข้าวของบางอย่างที่เธอไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่รู้สึกได้ว่ามันต้องแพง เธอดูด้วยตาไม่กล้าสัมผัสของราคาแพงแบบนั้น
“ชอบไหม”
“ชอบค่ะ มันน่าอยู่มากค่ะ”
“คอนโดนี้มันห่างจากบริษัทพ่อฉันไม่มาก เดินออกจากซอยข้ามถนนไปก็เจอที่ทำงานแล้ว ห้องนี้เป็นมรดกตกทอดของพ่ออีกที พ่อยกให้ฉันแล้วฉันก็ยกให้เธออยู่ มันสะดวกมากกว่าเธอเดินทางไปกลับ”
“พี่เตอร์คะ พีชขอไม่รับไว้นะคะ มันมากเกินไปค่ะ”
“รับไปเถอะ คอนโดเธอมันอยู่ห่างจากที่นี่มาก ไปกลับก็ลำบาก”
“แต่…”
“หรือเธอจะให้คนขับรถฉันไปรับไปส่งเธอทุกวันดีล่ะ เธอขึ้นรถเมล์มามันคงไม่สะดวก”
“พีชต้องรับไว้จริงๆ เหรอคะ”
“อือ”
“ยังไงก็ขอบคุณค่ะ” ลูกพีชจะยกมือไหว้แต่ก็ถูกพัตเตอร์กุมมือทั้งสองข้างไว้ เขาดึงมือบางเข้าหาเพื่อให้เธอเข้ามาโอบกอดเขา
“ฉันอยากให้” พัตเตอร์คลี่ยิ้มบางๆ เธอกลับมองว่าตอนนี้รอยยิ้มของเขามันเจ้าเล่ห์มากกว่ากำลังโปรยเสน่ห์ เธอปฏิเสธที่จะกอดเขาอย่างที่เขาต้องการ
“แค่นี้พอแล้วนะคะ อย่าให้อะไรพีชอีก พีชเกรงใจ”
“ตามสบายนะ หิวไหม อยากสั่งอะไรก็สั่ง เงินอยู่นี่” พัตเตอร์วางธนบัตรสีเทาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปภายในห้องโดยตั้งใจถ่ายให้ติดลูกพีชไปด้วย
“ยิ้มหน่อย”
“ชูนิ้วกลางได้ไหมคะ”
“ตามสะดวกเลย”
พัตเตอร์ปล่อยให้ลูกพีชโพสต์ท่าถ่ายรูปตามต้องการ เขาเลือกรูปดีๆมาหนึ่งรูปจากนั้นเขาก็นำรูปนั้นโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของตัวเอง เสร็จแล้วเขาก็นั่งอ่านคอมเมนต์
‘เป็นเสี่ยเหรอครับ เลี้ยงเด็กในคอนโด’
‘เปิดหน้าแล้วโว๊ยยยย’
‘สวยนี่หว่า แต่น้อยกว่าเจ๊’
‘สวยแต่คงไม่แซ่บเท่าคนเก่า’
‘รถไฟรู้จักกัน รถไฟจะตบกันไหม อยากเห็นว่ะ”
‘ไอ้เตอร์ร้ายมากแม่ ร้ายไม่หยุด ร้ายทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์’
‘หน้าซื่อตาใสขนาดนี้ ไปหลอกมาจากไหนครับ’
‘สเปคมึงเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ’
‘สวยนะว่าไม่ได้ พวกมึงพูดเหี้ยอะไรกัน คนเรามันสวยคนละแบบ ไอ้เตอร์move on เราก็ควร move ตามมัน’
‘เมนต์บนเป็นพ่อพระเหรอวะ ใครจะชอบก็ชอบแต่กูไม่ชอบและไม่ move on’
‘แก้มน้องน่าหยิกจะตาย น่ารักมาก แต่น้องไม่เหมาะกับอีเตอร์มากๆ น้องควรเจอคนที่ดีกว่านี้’
‘น้องคนซ่อนรูป หน้าตาน่ารักดี แต่อย่างเมนต์บนบอก ไม่เหมาะกับมึงเลยเตอร์ น้องครับ หนีไปปป’
‘ใครมีวาร์ปน้องบ้าง อยากทักหาน้องจัง อยากบอกน้องดังๆให้หนีไป นี่เสือตัวพ่อนะลูก อย่ามาเล่นกับไฟเลย’
‘กูไม่เห็นด้วยกับเมนต์บน น้องอาจเป็นเจ้าของฟาร์มเสือมาปราบพยศเสือร้ายก็ได้’
‘เจ้าของฟาร์มจะโดนเสือแดกไหมนะ ขนาดพี่อีฟที่ว่าร้ายยังเอาไอ้เตอร์ไม่อยู่ ใครจะหยุดไอ้เตอร์ได้ นอกจากเอดส์ คิดว่าไม่มี’
‘ลบทุกอย่างที่มีเพื่อนกูอยู่ในโซเชียลแล้วดิ มึงมันสันดานเสียจริงๆ อะไรจะง่ายขนาดนั้น ไม่คิดว่าอีนี่มันจะทำให้มึงเปลี่ยนไปมึงขนาดนี้นะ’
‘อันนี้เปิดตัวหรือมาประจานอ่ะ หน้าด้านเว่อร์ ทั้งผัวทั้งเมีย’
‘ขอบคุณสำหรับรูปนะ จะได้ตามตบถูก คิดจะเล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับเพื่อนกู มึงเจอแน่ อีเด็กเวร’
‘แย่งของคนอื่นไปยังมาลอยหน้าลอยตา ได้ไปขนาดนี้ ชีวิตนี้ไม่เอาอะไรแล้วมั้ง’
‘เลิกทำหน้าซื่อได้มั้ย รับบทคนสวยหวานเหรอ แย่งผัวคนอื่นขนาดนี้ไม่ต้องแอ๊บ เปิดเผยได้เลย’
‘มารยาทมีได้โดยไม่ต้องรอให้พ่อแม่มึงตายก่อนนะ พวกคนเมนต์เหี้ยๆน่ะ กลับไปด่าเพื่อนตัวเองบ้างไป คิดว่าเพื่อนมึงดีมากนักเหรอ ลืมสมองไว้ในท้องแม่มึงก็ควรไปเกิดใหม่นะ’ พัตเตอร์ตอบกลับคอมเมนต์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและการที่อีฟไม่ให้ความสนใจกับโพสต์ล่าสุดมันทำให้พัตเตอร์อดไม่ได้ที่จะโทรหาอีฟ โดยเดินมาอีกห้องไม่ให้ลูกพีชได้ยินบทสนทนา ไม่เป็นไปตามคาด อีฟรับโทรศัพท์เร็วกว่าที่คิด “สวัสดีครับ ไม่คิดว่าจะรับสายนะ”
(โทรมามีอะไร) ปลายสายถามใส่อารมณ์
“เจ๊อยากเป็นฆาตกรเหรอ”
(ใช่ คนแรกที่ฉันจะฆ่าอาจเป็นแกไม่ใช่เด็กนั่น ถ้าแกยังยั่วโมโหฉันไม่เลิกด้วยการโทรมารบกวนเวลาว่างของฉันแบบนี้)
“ผมขอคุยในฐานะเจ้านายแล้วกัน คนที่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้ควรทำยังไงดีนะ”
(ขี้ฟ้องเนาะ ทำไงกับคนแบบนี้ดี)
“แค่เล่าให้ฟังครับ พอดีเป็นแฟนกันมีอะไรก็เล่าให้กันฟัง”
(ต้องเอาดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาป่ะ ก็ไม่ งั้นพรุ่งนี้จะแกล้งให้หนักกว่าเดิม จะเอาให้อยู่ไม่ได้เลยคอยดู)
“อยากโดนไล่ออกก็เชิญ”
(คนที่อยู่ไม่ได้ต้องไม่ใช่ฉัน)
“อยู่มาก่อนไม่ได้แปลว่าจะอยู่ตลอดไป”
(มาทีหลังถ้าไม่ดีก็คงอยู่ไม่ได้หรอกและคงจะสู้คนที่อยู่มาก่อนไม่ได้)
“ครับๆๆ สู้ได้หรือไม่ เดี๋ยวก็รู้ เดี๋ยวผมนัดแก๊งเรากินเหล้าที่ผับนะเจ๊ ผมอยากให้เจ๊มาด้วยจัง เป็นการเปิดตัวแฟนผมอย่างเป็นทางการ”
(ไม่ว่าง)
“ไม่ว่างหรือไม่อยากเห็น”
(แล้วแกจะเอาอะไรกับฉันนักหนา)
“ก็สถานะที่ผมอยากให้พี่มันมีคนอื่นมาใช้ไปแล้ว ผมแค่อยากประกาศ อยากให้ทุกคนรับรู้ อยากให้รู้ว่าคนที่มันเห็นค่าในสถานะที่ผมอยากให้มันเป็นยังไง การรักถูกคนนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง”
(เก็บไว้บอกคนอื่นเถอะ ฉันไม่อยากรู้ อีกอย่างนะเดี๋ยวสถานะที่แกอยากให้ฉันนักหนา อีกไม่นานก็คงมีผู้ชายคนอื่นมายัดเยียดให้ฉันเหมือนกัน)
พัตเตอร์กดตัดสายทันที ขุ่นเคืองใจกับคำพูดที่ยั่วโมโห ไม่ต่างจากอีฟที่หงุดหงิดใจไม่แพ้กัน เธอเขวี้ยงโทรศัพท์ลงที่นอนไปอย่างจัง
“คุยกับใครเหรอคะ” น้ำเสียงสดใสของลูกพีชทำให้พัตเตอร์ยิ่งหงุดหงิด แต่เขาหันมาทำหน้าปกติซึ่งตรงข้ามกับความรู้สึกข้างใน ไม่รู้เลยว่าควรจัดการความรู้สึกอย่างไรดี
“คุยงาน มีอะไร”
“พีชจะถามพี่เตอร์ว่าพี่เตอร์จะทานอะไร พีชจะได้สั่งให้ค่ะ”
“ไม่กิน จะกลับแล้ว”
“อ้าวรีบจังล่ะ แล้วพีชล่ะ”
“เธอก็อยู่นี่ไปนั่นแหละ”
“คือ…”
“ไม่ต้องดื้อ ฉันไปล่ะ”
“พี่เตอร์จะให้พีชอยู่คนเดียวเหรอคะ”
“กลัวอะไร”
“แค่ไม่ชินค่ะ”
“ห้องนี้เธอใช้ได้ทุกอย่าง มันเป็นห้องของเธอ”
“แล้วพี่เตอร์จะไปไหนคะ”
“ทำงานต่อ”
“ค่ะ งั้นก็ตามสบาย” บางครั้งพัตเตอร์ก็ดีกับเธอจนน่าใจหายและบางครั้งเขาก็เฉยชากับเธอมากเช่นกัน แต่ความหิวโหยในเวลานี้ทำให้เธอไม่คิดอะไรให้เสียพลังงาน เธอกดสั่งอาหารที่ตัวเองต้องการทันทีโดยใช้เงินตัวเองแทนที่จะใช้เงินพัตเตอร์เพราะเกรงใจ
...................................................................................................
ชอบนะคะ ผู้ชายปากแซ่บ