EP.2
01.00 น.
@ผับพัตเตอร์
“ไง ไอ้เสือ ร้องไห้ทำไม” ธนา เพื่อนสนิทของพัตเตอร์ที่พ่วงท้ายมาด้วยตำแหน่งเลขาเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ ทั้งที่รู้ดีว่าเรื่องที่ทำให้พัตเตอร์หลั่งน้ำตาได้มันมีแค่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
“กูเลิกกับพี่อีฟแล้วนะ”
“มึงกับพี่อีฟเป็นแฟนกันเหรอ ถึงจะเลิกกันอ่ะ”
“กวนส้นตีนนะไอ้สัตว์”
ความสัมพันธ์ของพัตเตอร์กับอีฟเป็นแค่คู่นอนที่ไปมาหาสู่กันประจำจนคนรอบข้างคิดว่าเป็นคนรักกัน ทั้งคู่ไม่ชอบการผูกมัดและรักอิสระเหมือนกัน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ตรงกันและรู้จักกันมานานจึงทำให้อยู่กันได้นานกว่าคนที่เคยผ่านเข้ามา
“มึงจะตัดใจได้จริงเหรอวะ สามปีนะไม่ใช่สามวัน”
“กูไม่รู้ แต่กูไม่อยากเป็นของตาย”
“เนี่ยล่ะนะ น่าจะเป็นเวรกรรมที่มึงไปทำกับคนอื่นไว้เยอะ พอเวลามีคนที่อยากจริงจังด้วยเขาถึงไม่เอา”
“ถ้าไม่ปลอบก็อย่าเสือกซ้ำเติม”
“‘ฉันชอบให้คนมารักเยอะๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรักทุกคนดังนั้นไม่ต้องมาร้องขอเศษความรักจากฉันมันน่าสะอิดสะเอียน’ ขอโทษนะ เบียวมาก แต่ประโยคนี้มันน่าจะเหมาะกับพี่อีฟ ให้พี่อีฟพูดกับมึงตอนนี้กูว่ามันเจ็บดีนะ” ไปป์ยอกย้อนคำพูดของพัตเตอร์ที่เคยพูดไว้กับสาวหลายคนที่พัตเตอร์เคยทำไม่ดีไว้ เรียกเสียงหัวเราะเยาะเย้ยให้กับสองชายหนุ่มไม่แคร์สายตาจิกกัดของพัตเตอร์กันสักนิด
“เสือร้องไห้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง”
“พวกมึงสนุกกันมากเหรอ ได้ซ้ำเติมกูอ่ะ ใครจะไปรู้วะ ว่ากูจะหลงรักพี่อีฟ ตอนแรกก็แค่สนุกด้วยกันทั้งคู่อ่ะ”
“ตอนนี้สนุกไม่ลงละดิ ไปรักเขาเข้าให้ แต่มึงก็เลวอยู่นะ กูว่าบางทีที่พี่อีฟกลัวมันก็อาจจะจริงก็ได้ มึงจะนอกใจเขาวันไหนก็ไม่รู้”
“เจ๊อีฟก็ร้ายอยู่นะว่าไม่ได้ ผู้ชายนางก็เยอะอยู่ สงสารเพื่อนมึงบ้างดิไอ้ไปป์ โดนแม่เสือสาวหักอกเนี่ย ตอนนี้กูไม่รู้ใครร้ายกว่าใครละ”
“เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แต่เสือสองตัวเอากันในถ้ำมาสามปีแล้ว แถวบ้านกูเรียกผัวเมียแล้วนะ พี่อีฟแม่งไม่หยุดที่มึงได้ไงวะ”
“คนเจ้าชู้กับคนเจ้าชู้มาเจอกัน กูนึกว่าศีลเสมอกันจะไปกันรอด แต่เปล่าเลย”
“เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า กูให้พี่อีฟเป็นผู้ร้ายในเกมนี้แล้วกันเพราะว่าเพื่อนกูเป็นคนดี”
“เรียกผู้หญิงให้กูสักสิบคนดิ๊ กูหงุดหงิด!” ยิ่งได้ยินชื่ออีฟยิ่งเจ็บปวด พัตเตอร์ตะโกนดังลั่นกลบเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ก่อนจะหยิบขวดเบียร์ขึ้นมากระดกดื่มน้ำรสขมบาดคอเข้าไปอึกใหญ่เพื่อประชดชีวิต
“บักจ้อนโจ๋มึงมีอันเดียวจะเอาไปทำไมถึงสิบคน” ไปป์แหย่คนที่อารมณ์ไม่ดี
“มึงไม่ต้องเสือกได้ป่ะ ชวนมาให้นั่งเป็นเพื่อนไม่ได้ให้มาขัดใจ พวกมึงกลับไปเถอะไอ้สัตว์ กูรำคาญ”
“เออ กูกลับแน่”
“กูเองก็คงอยู่ดื่มกับมึงต่อไม่ได้นะ สภาพมึงอย่างนี้กูคงต้องทำงานเอง ระวังเถอะสักวันกูจะฮุบกิจการมึง”
“มึงอยากเอาเหี้ยอะไรจากกูไปมึงก็เอาไปเลย!” เจ้าของผับประชดประชันเสียงดัง “พวกมึงออกไปให้พ้นหน้ากู กูอยากอยู่คนเดียว ออกไป!”
“เออ มึงก็อย่าบ้ามาก ผู้หญิงจะเอากี่คนมึงก็เรียกมาเองแล้วกัน” ไปป์และธนารีบลุกออกไปตามความต้องการของพัตเตอร์ ปล่อยให้พัตเตอร์จัดการตัวเองต่อไป เพราะรู้ดีว่าเวลาพัตเตอร์โมโหไม่ควรขัดใจ
04.30น.
“น้องพีช”
“ขาาา” น้ำเสียงเหนื่อยล้าขานรับเจ้าของเสียงเรียก ลูกพีชที่เพิ่งเคลียร์ภาชนะกองเท่าภูเขาเสร็จถอดถุงมือยางและผ้ากันเปื้อนทิ้ง ทั้งเหนื่อยล้าและอยากพักผ่อนเต็มที แค่ได้ยินเสียงของน้อยผู้เป็นหัวหน้าแม่ครัวเรียก ก็รู้สึกได้ว่ากำลังจะมีงานเพิ่ม
“ช่วยเอาเบียร์ไปเสิร์ฟคุณเตอร์หน่อย ป้าจะกลับแล้ว”
นั่นไง! มันเป็นอย่างที่คิด ลูกพีชถอนหายใจแต่ก็ต้องยอมเดินไปหาน้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ การมาทำงานได้เพียงเดือนเดียวหากขัดใจหัวหน้าบ่อยๆ มันคงไม่ดี เด็กอย่างเธอจะอ้างอะไรได้ แค่ต้องทำตามให้มันจบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำหนิ
“ป้าเหนื่อย ป้าจะกลับบ้านไปพักแล้ว คุณเตอร์ก็ไม่รู้จะดื่มอะไรเยอะแยะ ป้าขี้เกียจเดินไปให้ละ” น้อยบ่นพร้อมกับเตรียมของใส่ถาดให้ลูกพีช
“ค่ะ” เธอเองก็ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ก็คงต้องรับปากพร้อมรอยยิ้มที่สดใส แม้ว่าตาจะหลับแล้ว
“อ่อ ระวังตัวด้วยนะ”
“คะ?” หญิงสาวเอียงใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความสงสัย แต่ก็รับของจากน้อยมา แค่ไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เจ้านายมันจะต้องระมัดระวังอะไรมากมาย น้อยทำหน้าทำตาเหมือนจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“คุณเตอร์ตอนเมาน่ะ น่ากลัวนะ”
“เขาจะทำอะไรหนูเหรอคะ”
“เปล่าแค่ให้ระวังไว้ รายนั้นเป็นเสือผู้หญิง ตัวพ่อเลยด้วย เสือน่ะมันกินไม่เลือก ยิ่งไม่มีสติยิ่งไม่เลือก หนูรีบเข้าแล้วออกเลยนะ ป้ากลัวว่าสวยๆ อย่างหนูจะไปตกเสือตอนเมา ถ้าเป็นอย่างนั้นละยุ่งเลย” น้อยบีบแก้มจิ้มลิ้มของลูกพีชด้วยความเอ็นดู เจ้านายตนกิตติศัพท์ร่ำลือเรื่องอย่างว่า จึงห่วงลูกพีชเหมือนลูกเหมือนหลาน
“หนูไม่ใช่สเปคพี่เตอร์หรอกค่ะ ป้าไม่ต้องกลัว เมาแค่ไหนเขาก็ไม่น่าหน้ามืดตามัวมาทำอะไรหนูหรอกค่ะ” ลูกพีชตอบกลับแบบติดเล่น เธอมั่นใจว่าเธอไม่ใช่เหยื่ออันโอชะของเขาแน่ๆ เพราะเขาเองไม่เคยชายตามองเธอสักนิด
“นั่นแหละ ก็ระวังไว้ แม้จะรู้จักแต่ก็อย่าไว้ใจมาก ป้าเป็นห่วง ถ้าไม่มีอะไรมันก็ดี รีบไปรีบกลับเถอะ ป้าไปก่อนนะ”
“ค่ะ”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ไม่รู้เวรกรรมอะไรที่ทำให้ลูกพีชต้องมาเคาะประตูห้องทำงานของนายใหญ่ในตอนที่ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันหมดแล้ว ลูกพีชยืนรอพัตเตอร์มาเปิดประตูอยู่นานแต่ในเมื่อไม่มีคนอนุญาตหรือมาเปิดให้ เธอจึงเปิดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นของแอลกอฮอล์ก็ตีจมูกอย่างจัง ราวกับว่านี่เป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มมึนเมาก็ไม่ปาน
“วางไว้แล้วออกไปซะ” พัตเตอร์ปาดน้ำตาออกลวกๆ ไม่อยากให้ใครเห็นในตอนอ่อนแอนัก
“ดื่มเยอะไปรึเปล่าคะ” เธอทักทายเจ้านายด้วยความห่วงใยพร้อมกับวางของที่นำมาด้วยไว้ตรงโต๊ะ
“ยุ่ง!”
“พี่เตอร์ตาแดง ควรนอนนะคะ จะดื่มไปทำไมเยอะแยะคะ”
“…”
“เหมือนกำลังฝืนร่างกายเลยนะคะ อกหักเหรอคะ จะทำร้ายตัวเองทำไม แต่พีชว่าหล่อๆ อย่างพี่เตอร์ไม่น่าอกหักนะ แต่ถ้าอกหักเดี๋ยวก็หาใหม่ได้ค่ะ” ลูกพีชพยายามปลอบ
“จุ้นจ้าน …อึก!” มือหนารีบปิดปากตัวเอง ของเหลวภายในร่างกายตีขึ้นมาถึงลำคอ แต่แค่จะลุกก็ลุกไม่ไหว
“จะอาเจียนเหรอคะ” ถังขยะอยู่ใกล้เท้าของเธอเพียงนิดเดียว หากไร้น้ำใจพัตเตอร์คงได้อาเจียนใส่โซฟาราคาหลักแสน เธอรีบหยิบถังขยะไปให้พัตเตอร์ หย่อนสะโพกลงที่โซฟานั่งข้างๆเขา ช่วยลูบแผ่นหลังให้คนที่จะกลั้นอาเจียนไว้ไม่ไหว
อ๊วกกกกก!
“พี่เตอร์!” หญิงสาวร้องลั่นด้วยความตกใจ เธอเข้าใจคนเมาดีว่าบางทีก็เล็งไม่ตรงแต่มันเกินไปที่เขาจะเล็งไม่ตรงถังขยะ สิ่งที่ปล่อยออกมาจากปากของพัตเตอร์มันเลอะเทอะเสื้อและกางเกงของเธอไปเสียหมดและยังเปื้อนกระเป๋าสะพายของเธอด้วย
.............................................................................................
ยัยน้องออกจากบ้านก้าวขาผิดข้างแน่ๆ ก้าวผิดชีวิตเปลี่ยนนะหนู 🍑😏