เสียงเตือนของพี่

1052 Words
ความวุ่นวายในห้องแลบในช่วงกลางวันทิ้งรอยเหนื่อยล้าไว้บนใบหน้าของแวนด้าอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่เธอต้องช่วยชัฏคัดแยกขวดเพาะเลี้ยงที่ถูกปนเปื้อนออกไปเกือบครึ่ง แวนด้ากลับถึงหอพักด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แม้ชัฏจะบอกว่าเขารับมือได้และขอให้เธอพักผ่อน แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่ามี "อะไรบางอย่าง" ที่ชัฏยังไม่ได้บอกเธอเกี่ยวกับสาเหตุของการปนเปื้อนครั้งนี้ ขณะที่เธอกำลังจะเอนกายลงบนเตียง เสียงแจ้งเตือนการโทรเข้ากลุ่มวิดีโอคอลก็ดังขึ้น แวนด้ากดรับทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นพี่สาวทั้งสองคน หน้าจอแบ่งออกเป็นสามส่วน ปรากฎใบหน้าของ จัสมิน พี่สาวคนโตผู้แสนอ่อนโยนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานที่บ้านพัก และ โรส พี่สาวคนรองผู้โฉบเฉี่ยวและเด็ดขาดที่ดูเหมือนจะเพิ่งเสร็จจากเรียนที่คณะนิเทศฯ "ไงจ๊ะแวนด้า หน้าตาดูเพลียๆ นะ เรียนหนักหรือว่ามัวแต่ไปห่วงต้นไม้จนลืมห่วงตัวเอง?" จัสมินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอาทรตามสไตล์ "ก็นิดหน่อยค่ะพี่จัสมิน ช่วงนี้งานวิจัยในแลบเจอปัญหานิดหน่อย มีเชื้อราปนเปื้อนขวดเพาะน่ะค่ะ" แวนด้าตอบพลางพยายามฝืนยิ้ม โรสขมวดคิ้ว แววตาคมกริบมองลอดหน้าจอมาเหมือนจะจับผิด "แค่เรื่องต้นไม้จริงเหรอ? หรือว่าเรื่อง 'คน' ที่ช่วยปลูกต้นไม้กันแน่ พี่ได้ข่าวจากสายของพี่ว่าช่วงนี้เราสนิทกับเพื่อนร่วมคณะคนนั้นมากเลยนิ คนที่ชื่อชัฏน่ะ" แวนด้าชะงักไปครู่หนึ่ง "เขาก็เป็นคู่หูทำวิจัยที่เก่งที่สุดค่ะพี่โรส ถ้าไม่มีเขา โครงการกล้วยไม้แวนด้าป่าก็คงไม่เดินหน้ามาไกลขนาดนี้" "แวนด้า..." จัสมินเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พี่ๆ ไม่ได้จะห้ามเรื่องการทำงานนะ แต่จากที่น้องเล่าให้ฟังเรื่องภูมิหลังของเขา พี่อยากให้น้องดึงสติกลับมานิดนึง ความต่างของชนชั้นและฐานะมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นในชีวิตจริงนะ" "ใช่" โรสเสริมทันที "ความรักน่ะมันกินไม่ได้หรอกแวนด้า น้องอาจจะคิดว่าตอนนี้มันโรแมนติกที่ได้ลำบากไปด้วยกันในแลบแคบๆ แต่ในโลกความเป็นจริง ความเหลื่อมล้ำมันจะสร้างกำแพงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ พี่ไม่อยากเห็นน้องต้องมานั่งร้องไห้เพราะถูกคนรอบข้างดูถูก หรือต้องมาแบกรับภาระที่น้องไม่เคยสัมผัสมาก่อน" แวนด้าเม้มริมฝีปากแน่น "หนูยังไม่ได้คิดเรื่องความรักกับเขาเลยค่ะพี่โรส พี่จัสมิน... เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เป็นพาร์ทเนอร์ที่หวังดีต่อกันเท่านั้น" "ให้มันจริงเถอะ" โรสแค่นยิ้ม "พี่ผ่านโลกมาเยอะนะแวนด้า สายตาที่น้องพูดถึงเขามันเปลี่ยนไป น้องกำลังเอาหัวใจไปวางไว้บนความเสี่ยงที่น้องควบคุมไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งเขาเข้ากับสังคมของเราไม่ได้ หรือถ้าเขาต้องอึดอัดเพราะความต่าง น้องนั่นแหละที่จะเป็นคนเจ็บที่สุด" จัสมินถอนหายใจ "พี่แค่อยากให้น้องเผื่อใจไว้บ้าง ความต่างของฐานะมันส่งผลต่อทัศนคติและการใช้ชีวิตนะแวนด้า รักอย่างเดียวมันประคองชีวิตคู่ไม่ได้หรอกจ้ะ ดูแลตัวเองให้ดีนะ พี่เป็นห่วง" หลังจากพูดคุยกันอีกครู่ใหญ่เรื่องโครงการกล้วยไม้ที่พี่ๆ รับปากจะช่วยสนับสนุนด้านเงินทุน (ภายใต้เงื่อนไขว่าแวนด้าต้องบริหารเองทั้งหมด) การสนทนาก็สิ้นสุดลง แวนด้าวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียง ความเงียบภายในห้องพักดูจะเสียงดังกว่าปกติ คำเตือนของพี่สาวทั้งสองวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเทปที่เปิดซ้ำ “ความต่างของชนชั้น... ฐานะ... กำแพงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ...” เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปทางตึกคณะเกษตรฯ ที่ตั้งอยู่ไกลออกไป แสงไฟจากห้องแลบหมายเลข 4 ยังคงเปิดอยู่ เธอรู้ดีว่าชัฏคงยังอยู่ที่นั่น กำลังกู้ร่างกล้วยไม้ที่เหลืออยู่ด้วยความอดทน แวนด้าเอามือกุมหน้าอกซ้ายของตัวเอง ความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอบอกพี่ๆ ว่าไม่มีอยู่จริง กลับเต้นตุบตับอยู่ข้างใน มันคือความห่วงใยที่มากกว่าเพื่อน มันคือความศรัทธาในความพยายามของเขา และมันคือความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "หนูไม่ได้คิดเรื่องนั้นจริงๆ นะ..." เธอพึมพำกับตัวเอง แต่หยาดน้ำใสๆ กลับคลอเบ้าตา เธอเริ่มนึกถึงภาพชัฏที่สวมเสื้อช็อปเก่าๆ มือที่กร้านจากการทำงานหนักแต่กลับนุ่มนวลเสมอเวลาประคองต้นไม้ใบหญ้า เขาคือคนที่ไม่มีอะไรเลยแต่กลับพร้อมจะให้เธอได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตและชื่อเสียง ในขณะที่เธอมีทุกอย่างแต่กลับรู้สึกเหมือนขาดหายบางอย่างไปจนกระทั่งได้เจอเขา คำเตือนของพี่สาวไม่ใช่เรื่องผิด โลกความเป็นจริงมันโหดร้ายและเต็มไปด้วยอคติ แต่หัวใจของเธอกลับเริ่มดื้อรั้น มันเริ่มไม่ฟังเหตุผลของชนชั้น แต่มันกลับร่ำร้องหาความเท่าเทียมในความรู้สึก แวนด้าหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดดูรูปถ่ายเล็กๆ ที่เธอแอบถ่ายชัฏตอนเขากำลังเผลอตั้งใจดูเนื้อเยื่อกล้วยไม้ แววตาที่มุ่งมั่นของเขาในวันนั้นคือสิ่งที่ทำให้เธอยอมทิ้งชีวิตคุณหนูมาลำบากอยู่กลางขุนเขาและแลบเก่าๆ "ถ้ากำแพงมันสูง... หนูก็แค่ต้องหาวิธีข้ามมันไปพร้อมกับเขาไม่ใช่เหรอ?" ความรู้สึกสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นที่น่าประหลาด แม้จะมีความกังวลแทรกซึมอยู่ แต่แวนด้ารู้แล้วว่า หัวใจของเธอไม่ได้เป็นของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป มันถูกแบ่งไปวางไว้ในขวดแก้วเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นนั้น... ต้นที่มีชื่อเดียวกับเธอ และมีชัฏเป็นผู้ดูแล คืนนั้นแวนด้าหลับไปพร้อมกับความรู้สึกอุ่นๆ ในหัวใจ แม้พายุความต่างจะกำลังตั้งเค้า แต่เธอก็ตัดสินใจแล้วว่า เธอจะไม่ปล่อยให้ชัฏต้องสูญเสีย "ความฝัน" และ "ความหวัง" เพียงเพราะคำว่าฐานะอย่างแน่นอน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD