บรรยากาศภายในห้องแลบหมายเลข 4 เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากสถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเย็นชา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความรู้สึกที่ละมุนละไม ความใกล้ชิดจากการทำงานวิจัยร่วมกัน และการเปิดใจถึงอดีตอันขมขื่นของชัฏ ทำให้แวนด้าและชัฏกลายเป็น "ทีม" ที่ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายเรื่องงาน แต่มี "หัวใจ" เป็นเครื่องนำทาง
ชัฏเริ่มยิ้มง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่เห็นแวนด้าตั้งใจจดบันทึกการเจริญเติบโตของยอดกล้วยไม้ ส่วนแวนด้าเองก็เริ่มชินกับการที่มีชายหนุ่มร่างสูงคอยยืนคุมอยู่ข้างๆ คอยประคองมือเธอเวลาที่ต้องใช้มีดคัตเตอร์ตัดเนื้อเยื่อที่บอบบางที่สุด
"พักบ้างเถอะแวนด้า เธอจ้องกล้องจุลทรรศน์มาสองชั่วโมงแล้วนะ" ชัฏเอ่ยพลางยื่นขวดน้ำเย็นให้หญิงสาว
แวนด้ายืดตัวบิดขี้เกียจก่อนจะรับน้ำไปดื่ม "แวนด้าอยากให้ล็อตนี้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุดนี่คะ ถ้าเราทำสำเร็จ เราจะมีทุนไปทำฟาร์มชุมชนอย่างที่วางแผนไว้"
ชัฏมองใบหน้าสดใสของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมาย "ฉันสัญญา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะไม่ยอมให้ความฝันของเธอพังลง"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำมั่นสัญญาเรื่องงาน แต่มันคือการประกาศจองจำความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานในความเงียบที่มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ เป็นช่วงเวลาที่แสนหวานจนเกือบจะลืมไปว่า... ในเงามืดข้างนอกนั่น มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องด้วยความริษยาที่ร้อนรุ่ม
พร ยืนอยู่หลังบานเกล็ดหน้าห้องปฏิบัติการ มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ภาพความสนิทสนมของชัฏและแวนด้าเหมือนน้ำกรดที่ราดลงบนใจเขา พรเคยคิดว่าแวนด้าเป็นเพียง "ของสวยงาม" ที่เขาควรจะได้ครอบครอง และชัฏก็เป็นเพียง "ไอ้กระจอก" ที่ไม่คู่ควรแม้แต่จะมองหน้าเธอ
"มึงมีความสุขกันนักใช่ไหม..." พรพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "กูจะทำให้มึงรู้ว่า การที่มึงพยายามจะปีนขึ้นมาที่สูง ทั้งที่ฐานมึงมันผุพัง ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง"
พรไม่ได้เริ่มแผนการด้วยการปะทะตรงๆ เขารู้ดีว่าชัฏเป็นคนฉลาดและระแวดระวังตัว ดังนั้นเขาจึงเลือกวิธีที่เจ็บปแสบที่สุด นั่นคือการทำลาย "ความหวัง" ของทั้งคู่ทีละน้อย
ในเย็นวันถัดมา เมื่อชัฏและแวนด้าออกไปกินข้าวเย็น พรใช้กุญแจสำรองที่แอบขโมยมาจากห้องพักเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปในแลบ เขาไม่ได้ทำลายข้าวของให้เอิกเกริก แต่เขาเลือกหยิบขวดสเปรย์ฉีดพ่น สารละลายที่มีค่าความเป็นกรดสูง ผสมกับเชื้อราเข้มข้นที่เขาแอบเพาะไว้ในหอพัก
พรค่อยๆ บรรจงหยดสารนั้นลงในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้แวนด้าป่ารุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงไม่กี่ขวด เขาเลือกทำ "ทีละนิด" เพื่อให้มันดูเหมือนเป็นการปนเปื้อนตามธรรมชาติ (Contamination) มากกว่าการจงใจทำลาย
สามวันต่อมา ความผิดปกติเริ่มปรากฎ
"ชัฏคะ... ทำไมขวดนี้มันมีจุดสีขาวๆ ขึ้นที่ผิววุ้นล่ะ?" แวนด้าถามด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะยกขวดหนึ่งขึ้นมาส่องกับแสงไฟ
ชัฏรีบเดินมาดู คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที "เชื้อรา... เป็นไปได้ยังไง? เรานึ่งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทุกอย่างตามขั้นตอนมาตรฐาน และระบบกรองอากาศในตู้นี้ก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่"
เขารีบเช็กขวดอื่น ๆ รอบข้าง และพบว่ามีอีก 4-5 ขวดที่เริ่มมีรอยเน่าช้ำที่โคนยอดกล้วยไม้ ชัฏพยายามปลอบแวนด้าว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ในใจเขากลับเริ่มมีลางสังหรณ์บางอย่าง เพราะขวดที่เน่า คือขวดที่เป็น "ความหวัง" ของโครงการมากที่สุด
วันต่อมา เหตุการณ์ยิ่งแย่ลง กล้วยไม้ที่เคยเขียวสดกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้ และที่สำคัญคือ มีขวดที่ถูก "สลับที่" อย่างจงใจ
ชัฏเริ่มนิ่งเงียบ แววตาของเขากลับมาดุดันและเย็นชาเหมือนเดิม แต่คราวนี้มันไม่ใช่การปกป้องตัวเองจากความยากจน แต่มันคือ "สัญชาตญาณของนักล่า" ที่รู้ตัวว่ามีศัตรูกำลังลอบกัด
"แวนด้า... วันนี้เธอกลับหอไปก่อนนะ ฉันจะอยู่ล้างอุปกรณ์และเช็กระบบไฟหน่อย" ชัฏบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"แต่แวนด้าอยู่ช่วยได้นะ..."
"กลับไปพักผ่อนเถอะ เธอเหนื่อยมาหลายวันแล้ว เชื่อฉัน" ชัฏตัดบทด้วยความเป็นห่วง แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
เมื่อแวนด้ากลับไป ชัฏไม่ได้ล้างอุปกรณ์อย่างที่บอก เขาดับไฟทุกดวงในห้องแลบ เหลือเพียงแสงไฟรำไรจากตึกข้างๆ เขาไปซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดหลังตู้เก็บสารเคมีที่มองเห็นประตูทางเข้าได้อย่างชัดเจน ชัฏนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ความมืดปกคลุมความเงียบงันไว้นานหลายชั่วโมง
จนกระทั่งเวลาร่วงเข้าสู่เที่ยงคืน เสียงลูกบิดประตูดัง แกรก เบาๆ
เงาร่างหนึ่งย่องเข้ามาในห้องด้วยความคุ้นเคย ร่างนั้นสวมเสื้อฮู้ดปิดบังใบหน้า แต่ออร่าแห่งความประสงค์ร้ายนั้นรุนแรงจนชัฏจำได้ทันที ร่างนั้นเดินตรงไปยังชั้นวางกล้วยไม้รุ่นพิเศษของแวนด้า ในมือถือขวดสารบางอย่างที่เตรียมจะราดลงไปบนถาดเพาะชำ
"สนุกมากไหม... พร?"
เสียงทุ้มต่ำของชัฏดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ร่างนั้นชะงักกึกจนขวดในมือเกือบร่วงลงพื้น ชัฏเดินออกมาจากมุมมืด แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างสะท้อนให้เห็นแววตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด
พรค่อยๆ ถอดฮู้ดออก ใบหน้าของเขาไม่ได้มีความสลดใจ แต่กลับยิ้มเยาะอย่างน่าเกลียด "มึงรู้ตัวเร็วกว่าที่กูคิดนะ ไอ้ชัฏ"
"มึงทำแบบนี้ทำไม?" ชัฏก้าวเข้าไปหาพรกดดันด้วยรังสีอำมหิต "นี่มันคืองานวิจัย มันคืออนาคตของเกษตรกร และมันคือความตั้งใจของแวนด้า มึงทำลายมันได้ยังไง!"
"ความตั้งใจของแวนด้าเหรอ?" พรหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "มึงต่างหากที่ทำลายเขา! มึงดึงเขาลงมาต่ำต้อยเหมือนมึง มึงใช้กล้วยไม้เน่าๆ พวกนี้เป็นเครื่องมือมัดตัวเขาไว้ ถ้าไม่มีงานวิจัยนี้ แวนด้าเขาก็จะกลับไปอยู่ในที่ที่เขาสมควรอยู่... ที่ที่คนอย่างมึงไม่มีวันเอื้อมถึง!"
ผัวะ!
หมัดหนักๆ ของชัฏพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของพรจนล้มลงไปกองกับพื้น ชัฏไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนทรยศขึ้นมา "มึงมันไม่ใช่เพื่อน... มึงมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ยอมรับความจริงไม่ได้ว่าแวนด้าเขาเลือกกู ไม่ใช่เลือกคนที่มีแต่เปลือกอย่างมึง!"
พรถ่มเลือดลงบนพื้น "เขายังไม่ได้เลือกมึง! เขาแค่ 'สงสาร' มึง... มึงจำคำกูไว้เถอะชัฏ ความลับเรื่องที่กูทำลายแลบวันนี้ ถ้ามึงบอกใคร แวนด้าจะยิ่งเดือดร้อน เพราะกูจะป้ายสีว่ามึงเป็นคนทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา!"
ชัฏกำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งตัว ความโกรธปะทะกับความกังวล พรรู้จุดอ่อนของเขาดีที่สุด นั่นคือเขาแคร์แวนด้ามากเกินกว่าจะยอมให้เธอมาพัวพันกับเรื่องสกปรกแบบนี้
"ออกไป..." ชัฏคำรามด้วยเสียงที่กดต่ำที่สุด "ก่อนที่กูจะคุมตัวเองไม่อยู่และทำให้มึงไม่ได้เดินออกจากห้องนี้อีกเลย"
พรลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เสื้อผ้า ยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "กูไปแน่... แต่จำไว้ งานวิจัยของมึงมันพังไปครึ่งหนึ่งแล้ว และกูจะรอดูว่ามึงจะเอาหน้าไหนไปสู้หน้าแวนด้าในวันพรุ่งนี้"
พรเดินออกจากห้องแลบไป ทิ้งให้ชัฏยืนอยู่ท่ามกลางความพินาศของกล้วยไม้ที่ถูกสารเคมีทำลาย ชัฏทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องแลบ มือของเขาลูบขวดแก้วที่ร้าวระแหงด้วยความเจ็บปวด เขาจับตัวคนร้ายได้แล้ว... แต่ชัยชนะครั้งนี้กลับขมขื่นยิ่งกว่าความตาย เพราะเขารู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะตามมา และเป้าหมายของมันคือการพรากแวนด้าไปจากเขาอย่างถาวร
คืนนั้น ชัฏไม่ได้กลับหอพัก เขานั่งเฝ้ากล้วยไม้ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ต้น พร้อมกับคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัว... เขาจะปกป้องความฝันของแวนด้าจาก "อสรพิษ" ที่ชื่อว่าเพื่อนรักได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องเสียเธอไปในตอนจบ