ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำจนมืดฟ้ามัวดิน แวนด้าเดินโซเซไปตามทางเท้าของมหาวิทยาลัย น้ำฝนเย็นเฉียบที่ปะทะร่างกายไม่สามารถเทียบได้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินอยู่ภายในใจ ภาพดวงตาที่เย็นชาและถ้อยคำตัดรอนของชัฏยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันปิดสนิท
เธอกอดตัวเองไว้แน่น พยายามกั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกมาพร้อมกับสายฝน แวนด้าเดินทอดน่องมาจนถึงหอพักด้วยสภาพเปียกปอนเหมือนลูกนกที่ตกน้ำ ทันทีที่เธอใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องเข้าไป เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ดูจะสอดรับกับหัวใจที่สั่นคลอนของเธอ
หน้าจอแสดงชื่อ ‘พี่โรส’
แวนด้าสูดหายใจลึก พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือแต่ก็ทำได้ยากลำบาก “ฮัลโหล... ค่ะพี่โรส”
“แวนด้า! ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง น้องสาวตัวแสบ ไม่เห็นโทรหาพี่เลยนะ” เสียงหวานเข้มงวดที่เป็นเอกลักษณ์ของโรส พี่สาวคนเก่งจาก ‘กุหลาบในมือเสือ’ ดังลอดออกมาด้วยความห่วงใย “เป็นอะไรหรือเปล่า? เสียงดูไม่ค่อยดีเลย”
เพียงแค่ได้ยินเสียงพี่สาว ความพยายามที่จะเข้มแข็งก็มลายหายไปในพริบตา แวนด้าปล่อยโฮออกมาดังลั่นท่ามกลางความเงียบของห้องพัก เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางระบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องแลบ—ตั้งแต่วันที่เธอพยายามเข้าหาชัฏ ความตั้งใจที่จะเรียนรู้ และการที่เขาใช้ความจนและความทุกข์ยากมาเป็นกำแพงผลักไสเธอออกไปอย่างไร้เยื่อใย
“เขาบอกว่าหนูเป็นแค่คุณหนูที่มาเล่นสนุก... เขาไล่หนู ทั้งที่หนูแค่อยากช่วย...” แวนด้าสะอื้นจนตัวโยน
ที่ปลายสาย โรสฟังน้องสาวเล่าด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกังวล “ฟังพี่นะแวนด้า... คนที่แบกโลกไว้ทั้งใบอย่างผู้ชายคนนั้น เขากำลังกลัว กลัวว่าสิ่งที่เขามีให้เธอได้มันไม่พอ และกลัวความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาที่เขาเป็นอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ และไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะปฏิเสธความปรารถนาดีของใคร ถ้าเขาเลือกที่จะอยู่กับทิฐิมากกว่าใจตัวเอง ก็ปล่อยให้เขาอยู่ไปก่อนเถอะ”
คำพูดของโรสเตือนสติแวนด้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ยอมทำตาม พิษไข้จากความหนาวเหน็บเริ่มเล่นงานเธอในคืนนั้น แวนด้าล้มป่วยลงอย่างหนัก ไข้สูงจนเพ้อถึงชื่อคนในห้องแลบ เธอไม่ได้ไปเรียนหรือไปปรากฏตัวที่ห้องแลบอีกเลยหลายวันติดต่อกัน
ในขณะที่แวนด้ากำลังนอนซมอยู่ที่หอพัก พร ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ก็เริ่มเห็นความผิดปกติ เขารู้จากเพื่อนร่วมคณะว่าแวนด้าไม่ได้เข้าเรียนหลายวันแล้ว และเมื่อเขาพยายามติดต่อเธอก็ไม่ได้รับคำตอบ ความกังวลที่แฝงไปด้วยความแค้นเริ่มปะทุขึ้น พรพุ่งเป้าไปที่ต้นเหตุแห่งความเสียใจนั้นทันที
บ่ายวันถัดมา พรบุกเข้าไปในห้องแลบหมายเลข 4 โดยไม่เคาะประตู ชัฏที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ด้วยสภาพที่ดูโทรมกว่าปกติ—ขอบตาคล้ำดำจากการอดนอน—เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“มึงทำอะไรลงไปไอ้ชัฏ!” พรตะคอกเสียงดังจนเครื่องแก้วบนโต๊ะสั่นสะเทือน เขาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อชัฏ “แวนด้าหายไปหลายวันแล้ว! เขาป่วยหนักอยู่ที่หอพักเพราะสิ่งที่มึงพูด มึงมันก็แค่ไอ้คนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่รักษาศักดิ์ศรีจอมปลอมไว้จนทำร้ายผู้หญิงที่เขาจริงใจกับมึง!”
ชัฏนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินว่าแวนด้าป่วย แต่เขาก็ยังคงฝืนแววตาให้เรียบเฉย “ถ้าเขาป่วย ก็ควรไปหาหมอ... มันไม่เกี่ยวอะไรกับกู”
“ไม่เกี่ยวเหรอ? มึงพูดคำนี้ออกมาได้ไง!” พรผลักชัฏจนเซถลาไปชนชั้นวางของ “กูเห็นกับตาว่ามึงปฏิบัติกับเขายังไง มึงมันก็แค่คนขี้แพ้ที่ไม่มีปัญญาจะดูแลใครได้ เลยใช้วิธีผลักไสเขาไปให้พ้นหน้าเพื่อไม่ต้องรู้สึกผิดกับความต่ำต้อยของตัวเอง!”
“มึงพูดพอหรือยัง พร?” ชัฏยืดตัวตรง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดัน “กูรู้ว่ามึงชอบแวนด้า แต่มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องระหว่างกูสองคน มึงมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ใช้ความหวังดีบังหน้าเพื่อจะเอาชนะกู”
“ใช่! กูชอบเขา! และกูจะเอาเขามาดูแลเอง แทนที่จะปล่อยให้เขาต้องมาตายรังกับชีวิตที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้แบบมึง!” พรคว้าอุปกรณ์ใกล้ตัวขว้างใส่ผนังจนแตกกระจาย “มึงจำไว้นะชัฏ ถ้าแวนด้าเป็นอะไรไป กูจะทำให้ชีวิตมึงในมหาวิทยาลัยนี้พังพินาศยิ่งกว่าที่มึงกำลังเป็นอยู่!”
พรเดินสะบัดออกไปทิ้งให้ชัฏยืนนิ่งอยู่ในความเงียบงัน เศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้นดูเหมือนจะสะท้อนความแตกสลายในจิตใจของเขา ชัฏกำหมัดแน่น มือของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความเป็นห่วงแวนด้าถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นซัดฝั่ง แต่เขาก็ยังยึดมั่นในความคิดเดิม—ว่าการอยู่ห่างจากเธอ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
ทว่าในวินาทีที่เขามองเห็นขวดเพาะเชื้อที่แวนด้าเคยดูแลด้วยความตั้งใจ มันกลับทำให้เขารู้สึกว่า... การที่เขาเลือกจะ ‘รักษา’ ศักดิ์ศรี กลับกลายเป็นการ ‘ทำลาย’ สิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิตของเขาไปเสียแล้ว
ในมุมมืดของคณะเกษตรฯ พรเริ่มวางแผนบางอย่าง เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้ และหากแวนด้าไม่ได้เป็นของเขา ชัฏก็จะต้องสูญเสียทุกอย่างที่เหลืออยู่ ทั้งการเรียน งานวิจัย และพื้นที่ยืนในคณะแห่งนี้... สงครามระหว่างเพื่อนสนิทกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยมีชีวิตและความรักของแวนด้าเป็นเดิมพันบนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นลงทุกที
ชัฏเดินไปปิดไฟในห้องแลบ เขามองไปยังหน้าต่างหอพักที่อยู่ไกลออกไปด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก คืนนั้นอากาศหนาวเหน็บกว่าทุกวัน และมันไม่ใช่แค่ความหนาวจากภายนอก แต่เป็นความหนาวที่ซึมลึกเข้าไปในกระดูก—ความหนาวของคนที่เลือกจะโดดเดี่ยว ทั้งที่ใจยังคงโหยหาแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่เขาเพิ่งผลักไสไป