กลิ่นดินและดอกไม้

1405 Words
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทสีมอๆ ดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของตึกคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือ บรรยากาศยามเย็นใกล้ค่ำทำให้โถงทางเดินดูมืดสลัวและวังเวง ผิดกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้า พร ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าชู้พราวเสน่ห์ กำลังเดินย้อนกลับมาทางเดิมด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด มือขยี้ผมทรงแฟชั่นของตัวเองอย่างหงุดหงิดที่เพิ่งถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจาก "นางฟ้า" ของคณะที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ "หยิ่งชะมัด... นึกว่าสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไงวะ" พรพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจ สายตาคมกริบมองไปยังปลายทางเดินที่ว่างเปล่า ความมั่นใจในฐานะ ‘เสือผู้หญิง’ ที่ไม่เคยพลาดหวัง สั่นคลอนเป็นครั้งแรกเพียงเพราะดวงตาคู่สวยที่มองเขาอย่างรังเกียจเมื่อครู่ ในขณะเดียวกัน ที่สุดทางเดินด้านหลังตึก ซึ่งเป็นโซนห้องแลบเก่าที่ถูกปิดตายจากนักศึกษาทั่วไป แวนด้า คุณหนูจากเมืองหลวงในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะมาเดินในพื้นที่เกษตรกรรมนี้ กำลังหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยและโมโห เธอวิ่งหนีชายหนุ่มจอมกะล่อนคนนั้นมาจนถึงที่สุดทาง และสิ่งที่เธอเห็นเบื้องหน้าคือประตูไม้เก่าๆ ที่มีป้ายติดไว้ว่า ‘ห้ามเข้า - เขตวิจัยกล้วยไม้ป่า ห้ามรบกวน’ "ช่างเถอะ... ที่นี่แหละ" แวนด้าตัดสินใจผลักประตูเข้าไปทันที โดยไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ แกร๊ก... เสียงบานพับประตูไม้เก่าร้องประท้วง ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นชื้นของดิน ขุยมะพร้าว และสารเคมีบางชนิดลอยมาแตะจมูก ห้องแลบนี้กว้างกว่าที่คิด ชั้นวางเหล็กเก่าๆ เรียงรายเต็มไปด้วยถาดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ขวดแก้วใสบรรจุต้นกล้าขนาดจิ๋ว และที่มุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุดบันทึกและซากกล้วยไม้ป่าที่ถูกนำมาศึกษา แวนด้ายืนนิ่งกวาดสายตามองความแปลกตาของมันอย่างลืมตัว "เข้ามาทำไม..." เสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และราบเรียบดังมาจากมุมมืดหลังชั้นวางเพาะเชื้อ แวนด้าสะดุ้งสุดตัว ร่างบางหันขวับไปทางต้นเสียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ ท่ามกลางแสงสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมห้อง เขาดูเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาหลายคืน เสื้อช็อปสีเขียวขี้ม้าที่เขาสวมอยู่เลอะคราบดินและรอยเปื้อนสีน้ำตาล ใบหน้าคมเข้มนั้นนิ่งเฉยดุจหินผา ดวงตาของเขามองมาที่แวนด้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าขนลุก เขาคือ ชัฏ นักศึกษาปี 3 ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘คนบ้า’ ประจำคณะ "ฉัน... ฉันแค่เข้ามาหลบคน" แวนด้าตอบเสียงสั่น พยายามรวบรวมความมั่นใจแบบคุณหนูผู้เอาแต่ใจกลับมา "ข้างนอกนั่นมีคนมารยาทไม่ดีตามฉันมา ฉันเลยต้องหาที่เงียบๆ" ชัฏวางกระบอกฉีดน้ำในมือลงช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะสนใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร หรือมีความสำคัญอย่างไรในสังคมมหาวิทยาลัย สำหรับเขา เธอเป็นเพียงสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาทำลายความเงียบและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในงานวิจัย "ที่นี่ไม่ใช่ที่หลบภัย แต่เป็นสถานที่สร้างชีวิต" ชัฏก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาดุดันขึ้น "ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็ออกไปซะ... อย่าให้ฝุ่นจากตัวเธอ หรือลมหายใจที่ไม่ผ่านการกรองของเธอ มาทำลายงานวิจัยของฉัน" แวนด้าอ้าปากค้าง นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่มีผู้ชายกล้าไล่เธออย่างไม่ไยดี ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมองเธอเหมือนเป็นสิ่งของไร้ค่าที่เข้ามาเกะกะการทำงานของเขา ความโกรธผสมความอับอายพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกลับดึงดูดให้เธออยากเอาชนะผู้ชายคนนี้ "ฉันเป็นนักศึกษาคณะนี้เหมือนกันนะ! ฉันมีสิทธิ์ที่จะอยู่ตรงไหนก็ได้ในมหาวิทยาลัย" แวนด้าเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับ ชัฏแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย "งั้นเหรอ? แต่สิทธิ์ของเธอไม่ได้รวมถึงการเข้ามาในเขตก่อสร้างชีวิตของฉัน ถ้าเธออยากหรูหรา หรืออยากเป็นคุณหนูผู้สูงส่ง ก็เชิญไปอยู่ห้องสมุดแอร์เย็นๆ อย่ามาเหยียบที่นี่อีก ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะรับมือกับความลำบาก" ชัฏหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองแวนด้าอีกเลย มือหนาหยิบปากกาคีบขึ้นมาเพื่อจัดการกับเนื้อเยื่อกล้วยไม้ป่าที่ดูเปราะบางในขวดแก้ว นิ้วมือของเขานิ่งสนิทและแผ่วเบาอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นความอ่อนโยนที่ขัดกับท่าทางเย็นชาของเขาอย่างสิ้นเชิง แวนด้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความเงียบเข้าครอบงำห้องแลบอีกครั้ง เสียงพัดลมระบายอากาศครางหึ่งๆ อยู่เบื้องหลัง สายตาของเธอจับจ้องไปที่แผ่นหลังของชัฏ เขาเป็นคนจน... ใครๆ ก็รู้เรื่องนั้น จากชุดที่เขาใส่ จากท่าทางที่เขาก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่มีเพื่อนฝูง แต่ทำไมท่าทีของเขาถึงดู ‘สูงส่ง’ กว่าใครๆ ที่เธอเคยเจอมาได้ถึงขนาดนี้ ความกระหายใคร่รู้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของคุณหนูผู้ไม่เคยลำบาก แวนด้าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด เธอเห็นสมุดบันทึกที่เปิดกางอยู่ เต็มไปด้วยลายมืออ่านยากและภาพสเก็ตช์กล้วยไม้ป่าที่ละเอียดลออ "นั่น... กล้วยไม้ป่าพันธุ์อะไรหรือ?" แวนด้าเอ่ยถามเสียงเบาลง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องลดโทนเสียงลงขนาดนั้น ชัฏหยุดมือไปชั่วขณะ แต่เขาไม่หันกลับมา "มันคือพันธุ์ เอื้องคำป่า ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่กอในพื้นที่ปิดของอุทยาน มันไม่ใช่ไม้ประดับราคาแพงที่เธอเห็นตามร้านดอกไม้หรูๆ ในเมือง... มันคือชีวิตที่กำลังจะสูญหาย หากไม่มีใครสนใจจะรักษามัน" ประโยคนั้นของชัฏทำเอาแวนด้าเงียบไป เธอรู้สึกถึงความหนักแน่นในคำพูดของเขา เหมือนกับว่าเขากำลังพูดถึงชีวิตของตัวเขาเองด้วย ชัฏวางงานในมือลง แล้วหันกลับมามองเธออย่างจริงจังเป็นครั้งแรก "ถ้าเธอคิดจะมาเล่นๆ เพื่อฆ่าเวลา หรือมาตามกระแสเพื่อนฝูง ก็จงกลับไปซะ แต่ถ้าเธอคิดจะอยู่ที่นี่... เธอต้องทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของดิน ไม่ใช่ส่วนเกินของห้องนี้" แวนด้ามองหน้าเขาอย่างพินิจ สายตาของเขามีความมุ่งมั่นและแบกรับความหวังบางอย่างไว้ ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยเข้าใจมันมาก่อน... แต่ในวินาทีนั้นเอง แวนด้ากลับตัดสินใจในสิ่งที่เธอเองก็คาดไม่ถึง "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันอยากเรียนรู้วิธีรักษามันบ้างล่ะ?" ชัฏนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองสำรวจใบหน้าของแวนด้าอย่างเย็นชา ราวกับจะค้นหาความจริงในแววตาของเธอ ก่อนจะหยิบถุงมือยางส่งให้เธอ "งั้นก็เริ่มจากงานง่ายๆ... หยิบขวดโหลตรงนั้นไปล้างด้วยน้ำกลั่น แล้วอย่าให้เชื้อราปนเปื้อนเด็ดขาด ถ้าเธอทำพลาดแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะไล่เธอออกไปตลอดกาล" แวนด้ารับถุงมือมา มือของเธอสั่นเล็กน้อย นี่คือการเริ่มต้นของบททดสอบที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ท่ามกลางกลิ่นอายของป่าที่ถูกขังอยู่ในห้องแลบแคบๆ และชายหนุ่มผู้เงียบขรึมที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกทัศน์ของเธอไปตลอดกาล ภายนอกห้องแลบ... พรยังคงยืนรออยู่อย่างหัวเสีย เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ ‘นางฟ้า’ ที่เขาหมายปอง กำลังก้าวเท้าเข้าสู่โลกของ ‘กล้วยไม้ป่า’ ที่มีชัฏเป็นผู้ดูแลเพียงลำพัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิด ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของพวกเขาทั้งสามคนไปไกลเพียงใด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD