แสงแดดจัดจ้าในช่วงบ่ายส่องลอดช่องว่างระหว่างอาคารเรียนคณะเกษตรศาสตร์ แวนด้าเดินถือชีทสรุปบทเรียนไปตามทางเดินที่เงียบสงบ จิตใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำเตือนของพี่สาวเรื่องความต่างของฐานะ และภาพแววตาห่วงใยของชัฏเมื่อคืนที่ผ่านมา ความสับสนวุ่นวายในหัวทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนดักรออยู่ตรงหัวมุมตึก
“แวนด้า...”
เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้เธอสะดุ้ง แวนด้าเงยหน้าขึ้นพบกับ พร เพื่อนสนิทของชัฏที่พักหลังมานี้ดูจะทำตัวห่างเหินและมีท่าทีแปลกไป พรยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังและวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“อ้าว... พี่พร มีอะไรหรือเปล่าคะ? มาดักรอแวนด้าตรงนี้มีธุระด่วนไหม” แวนด้าถามพลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
พรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด แววตาของเขาดูวูบไหวและเต็มไปด้วยความอัดอั้น “แวนด้า... พี่มีเรื่องสำคัญที่ต้องบอก พี่เก็บมันไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”
แวนด้าเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ความกดดันบางอย่างเริ่มปกคลุมทางเดินนิ่งสนิท “เรื่องอะไรคะ? ถ้าเกี่ยวกับงานวิจัย ชัฏเขาน่าจะ...”
“ไม่ใช่เรื่องไอ้ชัฏ!” พรโพล่งออกมาด้วยเสียงอันดังจนแวนด้าชะงัก “มันเป็นเรื่องของพี่กับแวนด้า... แวนด้า พี่ชอบแวนด้า ชอบมาตั้งแต่วันแรกที่แวนด้าก้าวเข้ามาในคณะนี้ ชอบจนทนไม่ได้ที่เห็นแวนด้าต้องไปลำบาก ไปคลุกคลีอยู่กับคนที่ไม่คู่ควรอย่างไอ้ชัฏ!”
คำสารภาพที่พุ่งตรงมาอย่างไร้การตั้งตัวทำให้แวนด้ายืนอึ้ง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตกใจ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าความหวังดีที่พรมีให้จะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่รุนแรงและเต็มไปด้วยทิฐิขนาดนี้
“พี่พร... คือแวนด้า...” เธออึกอัก ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่คาดคั้นของเขา
“พี่รู้ว่าแวนด้ามาจากที่ไหน แวนด้าเป็นคุณหนู มีอนาคตที่สวยงามรออยู่ พี่เองก็มีพื้นฐานครอบครัวที่พร้อมจะดูแลแวนด้าได้ดีกว่าใครบางคนที่แม้แต่ห้องแลบยังรักษาไว้ไม่ได้” พรพยายามขายจุดเด่นของตัวเองพลางเหยียบย่ำเพื่อนรัก “ให้โอกาสพี่นะแวนด้า พี่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพี่ดีกว่ามันทุกอย่าง”
แวนด้าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความอึดอัดใจทวีคูณขึ้น เธอไม่ได้รู้สึกยินดีกับคำสารภาพนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ด้วยความที่เป็นคนรักษาน้ำใจและไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังต้องเรียนร่วมคณะเดียวกัน
“พี่พรคะ... แวนด้าขอบคุณสำหรับความรู้สึกนะ” เธอกล่าวเสียงเบา “แต่เรื่องนี้มันกะทันหันเกินไป แวนด้าทำตัวไม่ถูก... แวนด้าขอเก็บไปคิดก่อนได้ไหมคะ? ตอนนี้แวนด้ายังให้คำตอบอะไรไม่ได้จริงๆ”
คำว่า “ขอเก็บไปคิดก่อน” ของแวนด้าเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับพร เขาตีความเข้าข้างตัวเองทันทีว่านั่นคือการเปิดโอกาส พรยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
“ได้ครับแวนด้า พี่รอได้ จะรอจนกว่าแวนด้าจะเห็นว่าใครกันแน่คือคนที่หวังดีกับแวนด้าที่สุด”
พรก้าวถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหวัง ทิ้งให้แวนด้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิม เธอไม่ได้อยากให้ความหวังเขา แต่เธอก็ขลาดกลัวเกินกว่าจะปฏิเสธตรงๆ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์รอบตัวกำลังเปราะบาง
แวนด้าเดินมาถึงห้องแลบหมายเลข 4 ด้วยท่าทางเหม่อลอย เธอเปิดประตูเข้าไปพบกับชัฏที่กำลังนั่งตรวจเช็กค่า pH ในถังเพาะเลี้ยง ชัฏเงยหน้าขึ้นมอง และสัญชาตญาณของเขาก็ทำงานทันที
“เป็นอะไรไปแวนด้า? หน้าซีดเชียว เดินตากแดดมาเหรอ” ชัฏวางปากกาวัดค่าลงแล้วลุกขึ้นเดินมาหาเธอ
แวนด้าส่ายหน้าเบาๆ พยายามเลี่ยงสบตา “เปล่าค่ะ แค่เพลียๆ นิดหน่อย”
ชัฏขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเธอเบาๆ เพื่อวัดไข้ แต่แวนด้ากลับชะงักและหลบสายตา นั่นทำให้ชัฏมั่นใจว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น “แวนด้า... บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรเธอ?”
น้ำเสียงที่จริงจังและแฝงไปด้วยความปกป้องของชัฏทำให้แวนด้าใจอ่อน เธอถอนหายใจยาวก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งไม้ “เมื่อกี้... แวนด้าเจอพี่พรที่ทางเดินอาคารเรียนค่ะ”
ชัฏกรามขบกันแน่นเมื่อได้ยินชื่อนั้น “มันพูดอะไรกับเธอ?”
“เขา... เขาสารภาพรักกับแวนด้าค่ะ” เธอพูดออกมาในที่สุด “เขาบอกว่าชอบแวนด้ามานานแล้ว และเขาก็พูดเรื่อง... เรื่องความไม่คู่ควรของพี่ชัฏกับแวนด้าด้วย”
ห้องแลบตกอยู่ในความเงียบงัน ชัฏนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แววตาของเขาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ความจริงที่เขาพยายามปกปิดเรื่องสันดานของพรที่ทำลายแลบกำลังปะทะกับความเจ็บปวดที่เพื่อนรักของเขาพยายามจะพรากผู้หญิงที่เขาเริ่มเปิดใจให้ไป
“แล้วเธอ... ตอบมันไปว่ายังไง?” ชัฏถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด แต่มันกลับสั่นพร่า
“แวนด้าบอกเขาไปว่าขอกลับมาคิดก่อนค่ะ” แวนด้าเงยหน้าขึ้นมองชัฏ “แวนด้าทำตัวไม่ถูกจริงๆ ค่ะพี่ชัฏ แวนด้าไม่ได้อยากให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้”
ชัฏแค่นยิ้มขื่นๆ “ขอไปคิดก่อน... งั้นเหรอ?”
“มันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะพี่ชัฏ!” แวนด้าลุกขึ้นยืนแล้วกุมมือเขาไว้ “แวนด้าแค่ไม่อยากปะทะตรงๆ ในตอนที่งานวิจัยเรากำลังมีปัญหา แวนด้าไม่อยากให้พี่พรเข้ามาป่วนอะไรในแลบอีก”
ชัฏมองมือน้อยๆ ที่กุมมือเขาอยู่ เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าพรกำลังเล่นเกมปั่นประสาท และเป็นคนลงมือทำลายกล้วยไม้พวกนี้เองกับมือ แต่เขาก็กลัวว่าถ้าแวนด้ารู้ความจริงทั้งหมด เธอจะยิ่งเครียดและตกอยู่ในอันตรายจากความบ้าคลั่งของพร
“ฉันเข้าใจ...” ชัฏตอบเสียงต่ำ “แต่เธอต้องระวังตัวนะแวนด้า พรไม่ใช่คนเดิมที่ฉันเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว ความหวังที่เธอให้เขาไป... มันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราทั้งคู่ได้”
แวนด้ามองลึกลงไปในดวงตาของชัฏ เธอเห็นความเจ็บปวด ความหึงหวง และความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่ฉายชัดอยู่ข้างในนั้น คำพูดของพี่สาวที่ว่าความต่างของฐานะจะสร้างกำแพง เริ่มส่งเสียงเตือนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าชัฏเริ่มถอยห่างออกไปเพียงเพราะคำสารภาพรักของคนที่มีฐานะทัดเทียมกับเธอมากกว่า
“พี่ชัฏ... สำหรับแวนด้า พี่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ” แวนด้ากระซิบเสียงสั่น “ต่อให้พี่พรจะมีอะไรให้แวนด้ามากมายแค่ไหน แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเชื่อมั่นที่แวนด้ามีให้พี่ชัฏ”
ชัฏไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับมือเธอแน่นขึ้น ความเงียบในห้องแลบวันนี้ไม่ได้อบอวลไปด้วยความหวานเหมือนวันก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพายุที่กำลังก่อตัว พายุที่ชื่อว่าความริษยาของพร และพายุแห่งความจริงที่กำลังจะทดสอบหัวใจของพวกเขาทั้งคู่ว่า... รักที่ปลูกในห้องแลบนี้ จะทนทานต่อแรงเสียดทานของโลกภายนอกได้จริงหรือไม่