ความเงียบสงบในห้องแลบช่วงบ่ายถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่นและจังหวะที่ไม่เป็นมิตร ชัฏที่กำลังก้มหน้าบันทึกข้อมูลการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ลงในสมุดเล่มเก่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง
"ไอ้ชัฏ... ขยันไม่เปลี่ยนเลยนะมึง" พร พูดพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องแลบด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่มุมโต๊ะที่แวนด้ากำลังนั่งจดจ่ออยู่กับการคัดแยกพันธุ์ไม้
แวนด้าขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นพร แต่เธอก็เลือกที่จะก้มหน้าทำงานต่อเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ดูเหมือนพรจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
"แวนด้าครับ" พรเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเกินเหตุ "มาคลุกฝุ่นอยู่ในนี้ทุกวัน ไม่กลัวมือสวยๆ เสียหมดเหรอครับ? ไปทานข้าวกับผมเถอะ ผมรู้จักร้านอาหารดีๆ บรรยากาศหรูๆ ที่เหมาะกับคุณมากกว่าที่นี่เยอะ"
แวนด้าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง "ขอบคุณค่ะพี่พร แต่ฉันมีงานต้องทำต่อให้เสร็จ"
พรหน้าชาไปชั่วขณะ แต่เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่เพื่อนสนิทของเขาแทน พรเดินเข้าไปใกล้ชัฏแล้วเอื้อมมือไปตบบ่าอีกฝ่ายแรงๆ จนชัฏเซไปเล็กน้อย
"มึงก็เหมือนกันไอ้ชัฏ" พรลดเสียงลงต่ำ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน "กูเตือนมึงในฐานะเพื่อนนะ ว่าสถานะของคนอย่างมึงกับเขามันต่างกันคนละโลก มึงมันก็แค่ลูกชาวนาจนๆ ที่ต้องขอทุนเรียน ส่วนเขา... นามสกุลเขามีหน้ามีตามีฐานะระดับไหนมึงก็รู้"
ชัฏวางสมุดบันทึกในมือลงช้าๆ นัยน์ตาที่เคยนิ่งเฉยเริ่มมีประกายของความเย็นชาและไม่พอใจ "มึงจะพูดอะไรกันแน่"
พรหัวเราะในลำคอ สายตาจ้องเขม็งไปที่แวนด้าก่อนจะหันกลับมา "กูแค่ไม่อยากให้มึงหลงระเริง... มึงจำไว้ว่าที่มึงมีที่ยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะกูคอยช่วยกางปีกคุ้มครองมึงมาตลอด อย่าริอาจหยิบฉวยสิ่งที่มึงไม่มีวันเอื้อมถึง อย่าลืมนะว่ามึงเป็นใคร และแวนด้าเขาก็มี ‘ระดับ’ ที่เขาควรจะอยู่"
แวนด้าวางอุปกรณ์ในมือลงดัง เคร้ง! เธอทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"พูดจบหรือยังคะพี่พร?" แวนด้าเอ่ยเสียงแข็ง "สถานะของคนเราไม่ได้วัดกันที่ฐานะทางครอบครัว แต่วัดกันที่การกระทำ พี่ชัฏทำงานหนักและมีความตั้งใจมากกว่าใครที่ฉันรู้จัก ส่วนพี่พร... นอกจากจะพูดจาดูถูกคนอื่นแล้ว พี่พรเคยทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้างไหมคะ?"
พรถึงกับนิ่งอึ้ง เขาไม่เคยถูกผู้หญิงที่ตัวเองหมายปองตอกกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบขนาดนี้มาก่อน ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธที่ถูกหักหน้าต่อหน้าเพื่อนสนิท
"แวนด้า... อาจจะยังไม่รู้จักมันดีพอ" พรพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนลง "พี่แค่หวังดี พี่ไม่อยากให้แวนด้าถูกมันหลอกเอาเงินหรือมาเกาะกินก็เท่านั้น"
"อย่าเอาความคิดตื้นๆ ของมึงมาตัดสินคนอื่น" ชัฏเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่ฟังดูน่าเกรงขาม "ถ้ามึงจะมาเพื่อดูถูกเพื่อน หรือมาพ่นคำพูดเน่าๆ ของมึงที่นี่ กูขอเชิญมึงออกไปเดี๋ยวนี้ ที่นี่เป็นพื้นที่ของกล้วยไม้ ไม่ใช่ที่สำหรับคนใจแคบอย่างมึง"
พรจ้องมองเพื่อนสนิทด้วยความเคียดแค้น แววตาที่เคยเป็นเพื่อนกันมานานตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความชิงชัง พรขยับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า
"เออ! ได้... เก่งกันทั้งคู่" พรชี้หน้าชัฏ "กูจะคอยดูว่ามึงจะโงหัวขึ้นไปได้แค่ไหน มึงจำไว้ไอ้ชัฏ วันที่เขาจากมึงไปเมื่อเขาเบื่อ หรือวันที่มึงต้องพังพินาศเพราะความทะเยอทะยานของมึงเอง อย่ามาวิ่งแจ้นมาหาเพื่อนอย่างกู"
พรหมุนตัวเดินออกจากห้องแลบไปทันที ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่หนักอึ้งและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
แวนด้าถอนหายใจยาว ความโกรธยังคงค้างอยู่ในใจ แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้ เธอหันไปมองชัฏที่ยังคงยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน
"พี่ชัฏโอเคไหมคะ?" แวนด้าถามเสียงแผ่ว
ชัฏไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งอยู่นานก่อนจะหันมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเศร้าสร้อยที่แวนด้าไม่เคยเห็นมาก่อน
"มันพูดถูกอย่างหนึ่งแวนด้า..." ชัฏเอ่ยเสียงแหบพร่า "สถานะของเรามันต่างกันจริงๆ ... และสิ่งที่มันพูด มันอาจจะเป็นความจริงที่ฉันพยายามหลอกตัวเองมาตลอด"
"พี่ชัฏ..."
"ทำงานต่อเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเหมือนวันแรกที่เจอหน้ากัน ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะทำงาน "เรามีงานที่ต้องทำอีกเยอะ และเรื่องของไอ้พร... ต่อไปนี้ไม่ต้องสนใจมันอีก"
แวนด้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความเย็นชาที่ชัฏแสดงออกมาทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบในใจมากกว่าคำดูถูกของพรเสียอีก เธอรู้ดีว่าคำพูดของพรมันเข้าไปสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่ชัฏสร้างขึ้นมา และตอนนี้... รอยร้าวระหว่างเพื่อนคนนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต