วันต่อมา
หลังจากใช้เวลาขบคิดหาวิธีและโอกาสเข้าไปทักรุ่นพี่ผู้เป็นเป้าหมายใหม่อีกครั้งให้ตราตรึงใจกว่าเดิม และไม่ให้ต้องจบลงที่ความผิดหวังจนหอบเอาตัวกลับไปตั้งหลักเหมือนกับวันนั้น
ยี่หวาก็เจอวิธีที่จะเข้าหาได้แบบเนียน ๆ ให้ดูเสล่อน้อยลง (กี่โมง?) กว่าเมื่อวาน หลังจากกลับไปคิดจนหัวแทบแตกระเบิดมาหลายวัน
ทำให้เที่ยงของวันนี้ตัวแม่ประจำคณะบริหารเอกอิ๊งค์ต่างประเทศ ล็อกเป้าทันทีครั้นเห็นว่าคนพี่ลุกจากโต๊ะไปยังตู้กดน้ำ
ขาเรียวเดินตามไปติด ๆ กัน ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าหนักใจ เมื่อพาตัวมายืนอยู่หน้าตู้กดน้ำข้าง ๆ อีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ที่คงความเป็นผู้ชายลึกลับ มันทำให้ยี่หวาเกิดใจแตกจนรู้สึกอยากได้คนข้างกายมากกว่าเก่า
ดวงตากลมโตดุจลูกกวางแอบชำเลืองมองเจ้าของชุดช็อปสีซีดอย่างแนบเนียน คนหล่อ ๆ แบบนี้พลาดสายตาเธอมาได้ยังไงถึงสองปีกันนะ ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าคนหล่อ ๆ แบบนี้จะเล็ดรอดจากเรดาร์เธอมาได้
“อ๊ะ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเหรียญมั้ยคะ พอดีว่าทางนี้มีแต่แบงก์ค่ะ” หันไปทำเป็นถามสีหน้าติดหนักใจ
“ครับ? ยี่สิบบาทพอมั้ยครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาหันมองเธอด้วยความเฉยชาชั่วครู่ก่อนจะเปล่งเสียงแหบทุ้มต่ำถาม สิบหมื่นจำได้ว่าหญิงสาวข้างกายเป็นคนที่เข้าหาเขาเมื่อหลายวันก่อน วันนั้นก็ปฏิเสธชัดเจนไปแล้วกระทั่งคิดว่าคงยอมแพ้ไม่กลับมาวุ่นวายกับเขาอีก ทว่าไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะใจสู้จนน่ารำคาญกว่าที่คิด
เห็นความบุกเข้าหากันท่ามกลางผู้คนอย่างไม่คิดสนอะไร เขาก็ไม่อยากปฏิเสธให้อีกฝ่ายเสียหน้าต่อหน้าคนนับร้อย จึงเล่นตามแผนการเจ้าตัวให้มันจบ ๆ จะได้จบ ๆ ไป
“พอค่ะ ขอบคุณนะคะ”
คลี่ยิ้มสวยเป็นการล่อล่วงรอยยิ้มโลกสดใสของเธอมันเป็นสิ่งที่ใช้ตกผู้ชายมานักต่อนัก และคนคนนี้ต่อให้ใจแข็งมากขนาดไหนคงเหลวหลอมไม่ต่างกัน
“ครับ นี่ครับ”
ขานรับติดราบเอื่อยแล้วหยิบเหรียญสิบสองเหรียญยื่นมาตรงหน้ายี่หวา มิหนำซ้ำยังไม่มีความรู้สึกอื่นใดปรากฏบนใบหน้าหล่อคมคายนั่นแม้เศษเสี้ยวเดียว
ทำเอาคนมั่นหน้ามั่นใจในตัวเองมาเสมอคล้ายถูกกระชากลงจากสวรรค์ แล้วถูกหักลบล้างความมั่นใจที่มีเพียงเพราะถูกผู้ชายคนหนึ่งเมินเฉย ประหนึ่งเธอไม่มีเสน่ห์ใด ๆ และเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง
“พี่สิบหมื่นใช่มั้ยคะ”
เธอตัดสินใจทำเป็นถามชื่อครั้นสัมผัสบรรยากาศระหว่างเรามันช่างอึดอัดเกินจะทานทน ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในระยะสายตาด้วยซ้ำ พาเอาเธอหน้าชาแล้วหน้าชาอีก
“ครับ”
เขาเหลือบมองเธอแวบเดียวแล้วตอบรับกลับมาแค่คำเดียว ทำเอาเธอแทบกรี๊ดออกมาให้คอแตกกับความเข้าถึงยากนี้ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายปิดประตูตายอย่างแน่นหนา แต่เธอกลับไม่คิดยอมแพ้ละถอยทาง เพราะความอยาก ‘เอาชนะ’ ล้วนๆ
“ชื่อพี่แปลกดีนะคะ”
มาขนาดนี้แล้วต้องบอกความเป็นมาของชื่อให้รู้บ้างแล้วไหม
“อืม ครับ”
เธอแทบพรูลมหายใจออกอย่างทดท้อกับความเฉยเมยนี้
“พี่คุยมากกว่านี้ได้ไหมคะ”
“หนูอยากคุยกับพี่นะ”
ช้อนตามองอ้อนออดหวังอีกฝ่ายจะแพ้ทางท่าไม้ตายนี้บ้าง สิบหมื่นที่กดน้ำเสร็จพอดี หันมามองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะตอบกลับมาคำเดียวสั้น ๆ
“ไม่ล่ะครับ”
กล่าวจบก็เดินจากไปโดยไม่คิดหันกลับมามองหญิงสาวที่มองตามหลังด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“อะไรของเขาวะน่ะ?”
เธออ้าปากค้างกับความนิ่งประหนึ่งคนละทางโลกแล้วนี้ โคตรจะเฉยชาถ้าบอกว่าอีกฝ่ายเป็นพระ ส่วนเธอเป็นสีกา ยังได้อะ
“เป็นไงล่ะ ฉันบอกแล้วว่าพี่เขาไม่สนใจอะไร” เจด้าบอกพลางพลิกหน้ามือดูเล็บ
“ไม่คิดว่าจะไม่สนใจขนาดนี้นี่หว่า” บ่นเสียงติดหงุดหงิด
“เอาเป็นว่าถ้าแกจีบพี่เขาติด พวกฉันจะเลี้ยงข้าวหนึ่งเดือนเลยเอ้า!”
เจด้าที่สงสารแมวหงอยบอกท้าทายหวังปลุกกระตุ้นเร้าให้ไฟความอยากเอาชนะลุกโหม
“พวกฉันเกี่ยวอะไรด้วยวะ!” ลูกหว้า แพรไหมหันขวับมองเจด้า
“เอาน่า ๆ เรื่องข้าวเพื่อนแค่เดือนเดียว คงไม่สะเทือนเงินในแบล็กการ์ดคุณหนูทั้งสองหรอกค่ะ”
“เออ ๆ เลี้ยงก็เลี้ยง”
ลูกหว้าพยักหน้าส่ง ๆ เพราะไม่อยากขัดใจเพื่อนสาวอีกคนให้งอแง เนื่องจากอาทิตย์นี้เธอพูดไม่เข้าหูแล้วโดนงอน ต้องลำบากง้อเหมือนหมาร้องขอความรักจากเจ้าของอยู่หลายวัน กว่าจะยอมคืนดีด้วยชีวิตอีพวกเมะจริง ๆ
“แพรว่าไง” หันไปถามเพื่อนอีกคน
“ถ้าแกจีบพี่เขาได้จริง ก็ตามนั้น” เจ้าแม่ชาไข่มุกหวานร้อยบอก
“พวกแกรอดูเลย”
“ไม่เกินหนึ่งเดือน ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นของฉัน” กล่าวสีหน้ามั่นหน้ามั่นใจ
“จ้า ๆ พวกฉันจะรอดูนะ” X3
ซึ่งยี่หวาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าศึกนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนคนอื่นที่ผ่านมา และเธอกำลังเอาตัวเข้าไปเล่นกับหมาป่าหุ้มหนังแกะ
ตอนเที่ยงเธอตั้งใจหาเรื่องเข้าใกล้ แล้วแกล้งทำเป็นบังเอิญเจออีกฝ่ายที่โรงอาหาร ซึ่งบนโต๊ะก็มีคนหน้านิ่งนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียว มันยิ่งเข้าทางเธอมากกว่าเดิมราวกับสถานการณ์เป็นใจให้ เจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองในชุดนักศึกษาสุดแซ่บหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหน้าด้าน ๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าใกล้หาคนตัวสูง
“พี่หล่อแบบนี้… มีแฟนยังคะ”
ถามพลางคลี่รอยยิ้มหวาน เข้าหาแบบเบสิคค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เหมือนเด็กน้อยหัดมีรัก แล้วต้องกลับมาตั้งหลักใหม่มันทั้งสองรอบ… หดหู่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
เที่ยงนี้เธอจึงขอลองเข้าหาแบบรุกหนักเปิดเผยจุดประสงค์ชัดเจนตามประสาคนโตแล้วแทน ดูซิว่าผลมันจะออกมาในรูปแบบไหน
“เธอไม่มีอะไรทำเหรอครับ?”
สิบหมื่นเงยหน้าขึ้นมองคนตามตื๊อเขาไม่หยุดทั้งวันแล้วถามเสียงเรียบหน้าตาย วันนี้เขาเจอหน้ารุ่นน้องต่างคณะคนนี้จนผวาไปหมดแล้ว ขนาดไล่แล้วอะไรแล้วก็ยังคงตามติดยิ่งกว่าวิญญาณตามติดเช่นเก่า
“แหม ต่อให้มีหนูก็หาเวลามาจีบพี่ได้อยู่ดีค่ะ”
เธอไปไม่เป็นอยู่พักหนึ่งกับคำพูดนั้น ก่อนจะกัดฟันกล่าวคล้ายคนไม่สะทกสะท้าน
“ทุ่มเทน่าดูเลยนะครับ”
“เอาเวลาไปเรียนเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับพี่เลย”
เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนตรงข้ามอย่างจริงจัง ชีวิตเขาตอนนี้มันคงที่ดีและลงตัวมากแล้ว ไม่อยากไปหารักใครสักคนให้ปวดหัว
และเขาก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เขาหาเขาแบบมีจุดประสงค์แอบแฝง หาใช่ความชมชอบที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง
ดังนั้นในเมื่อรู้ทั้งรู้… แล้วเขาจะพาตัวไปเดินตามเกมหมากดานนี้ให้เจ็บตัวเจ็บใจ และเสียเวลาชีวิตไปเพื่ออะไรล่ะ จริงมั้ย
“ที่ไล่กันนี่… กลัวจะตกหลุมรักหนูเหรอคะ?”
ช้อนตามองพร้อมพวงแก้มแดงปลั่ง ทว่าสิบหมื่นกลับมองเธอด้วยสายตาปลาตายกับแสดงฝึกหัดนั้น
“ดูเพ้อเจ้อดีนะครับ”
“หนูไม่ไม่น่ารักเหรอคะ ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับหนูจัง”
ถามเสียงเบาปานคนชอกช้ำใจกับคำเอื้อนเอ่ยนั้น
“ครับ เธอไม่ใช่สเปก”
ตอบสีหน้าปลาตาย แต่คนฟังกลับมือสั่นกำหมัดแน่น
ยี่หวายังไม่เคยเจอใครเมินเธอขนาดนี้มาก่อน และยิ่งโดนเมินเข้ามาก ๆ เธอยิ่งอยากเอาชนะมากกว่าเก่า
ตกเย็นของวันต่อมา
หลังเลิกคลาสยี่หวาก็สลัดตัวตามเป้าหมายไปถึงสนามบาสของมหา’ ลัย ในใจพร่ำคิดว่าผู้ชายตัวสูงเกือบสองร้อยเซนติเมตร เวลาเล่นบาสมันต้องเท่มากแน่ ๆ ร่างสูงโปรงแทรกตัวไปนั่งตรงอัฒจันทร์ และเข้าร่วมตะโกนเชียร์กับเหล่าสาว ๆ หนุ่มน้อยจนคอแหบคอแห้ง
“พี่สิบ! กรี๊ดดด”
“พี่สิบบบ!”
“พี่สิบขา… เมียพี่อยู่นี่ค่า!”
เสียงตะโกนร้องกรี๊ดเชียร์จากผู้คนข้างกาย มันทำเอาเธอแอบกำหมัดแน่นหน่อย ๆ นี่ผู้ชายที่เธอเล็งไว้นะยะ!
“พี่สิบ… เก่งมากค่ะ!”
เธอตัดสินใจแหกปากร้องตะโกนอย่างหลุดมาดคุณหนูเป็นครั้งแรก ทว่าพอสิ้นเสียงตะโกนของเธออีกฝ่ายก็หันมามองตามพอดี
ดวงตาคมจึงสบมองเธออยู่สักพักก่อนร่างสูงจะเดินหมุนตัวจากไป เธอจึงต้องรีบวิ่งลงจากอัฒจันทร์หน้าตื่นแบบเร็วรี่ทันทีคนคนนี้หนีเก่งจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เธอใครมันจะมีใจสู้ตามขนาดนี้ก่อน!
“จะหนีหนูไปถึงไหนคะพี่สิบ” เธอวิ่งไปดักหน้าพลางหอบหายใจกระถี่ชั้น
“ทำไมเธอไม่ไปยุ่งกับคนอื่น”
“อย่ามายุ่งกับพี่เลยครับ เสียเวลาเปล่า ๆ”
สิบหมื่นจ้องหน้าคนตามพันแข้งพันขาตนทั้งวันนิ่ง ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาพูดชิดใบหูขาว
ยี่หวาใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีกับน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแต่ถึงแม้จะใจเต้นจนเจ็บร้าวหน้าอกและปรางแก้มเห่อร้อนลวกมากปานใด เธอก็ไม่คิดยอมแพ้แค่นี้แน่!
กระทั่งหลังจากพยายามทั้งวันยี่หวาก็ยังไม่ได้ใจสิบหมื่นมาสักครึ่งเศษ หรือใบหน้าเธอมันไม่ได้ดึงดูดผู้ชายอีกแล้วนะ ทำไมผู้ชายหน้าตายคนนั้นถึงยังนิ่งกับเธออยู่อีก
“พี่สิบไม่สนใจหนูจริง ๆ เหรอคะ”
เธอเริ่มอารมณ์เสียกับความแมวหยอกหนูนี้ขึ้นมาเล็กน้อย จึงถามกับคนตัวสูงออกไปตามตรง
“พี่เคยบอกไปแล้วนี่ครับ ว่าอย่ามายุ่งกับพี่เลยเสียเวลาเปล่า ๆ”
“แต่หนูอยากยุ่งกับพี่นี่คะ พี่จะเปิดใจให้หนูไม่ได้เลยเหรอ”
เธอหยิบเอาไม้เด็ดอย่างการช้อนตามองออดอ้อนขึ้นมาใช้ทันที
“พี่ไม่มีเวลาไปตามเอาใจเธอหรอกนะครับ” สิบหมื่นบอกแววตาเรียบนิ่ง
“พี่ใจร้ายมากนะคะ รู้ตัวมั้ย”
ยี่หวาเผลอหลุดตัวค้อนใส่คนปากเชือดเฉือนกัน
“ครับ ใครก็บอกอย่างนั้น”
“ถ้าเธอคิดว่าพี่ใจร้าย จะพอแค่นี้ก็ได้นะครับ”
ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอคำพูดนี้อาจจะอยากถอดใจ แต่สำหรับยี่หวาแล้ว… นี่มันยิ่งกว่าคำท้าดี ๆ นี่เอง