ตอนที่ 1 คุณหนูตัวแสบ VS วิศวะปากหมา(2/2)

1934 Words
วันต่อมา หลังจากใช้เวลาขบคิดหาวิธีและโอกาสเข้าไปทักรุ่นพี่ผู้เป็นเป้าหมายใหม่อีกครั้งให้ตราตรึงใจกว่าเดิม และไม่ให้ต้องจบลงที่ความผิดหวังจนหอบเอาตัวกลับไปตั้งหลักเหมือนกับวันนั้น ยี่หวาก็เจอวิธีที่จะเข้าหาได้แบบเนียน ๆ ให้ดูเสล่อน้อยลง (กี่โมง?) กว่าเมื่อวาน หลังจากกลับไปคิดจนหัวแทบแตกระเบิดมาหลายวัน ทำให้เที่ยงของวันนี้ตัวแม่ประจำคณะบริหารเอกอิ๊งค์ต่างประเทศ ล็อกเป้าทันทีครั้นเห็นว่าคนพี่ลุกจากโต๊ะไปยังตู้กดน้ำ ขาเรียวเดินตามไปติด ๆ กัน ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าหนักใจ เมื่อพาตัวมายืนอยู่หน้าตู้กดน้ำข้าง ๆ อีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ที่คงความเป็นผู้ชายลึกลับ มันทำให้ยี่หวาเกิดใจแตกจนรู้สึกอยากได้คนข้างกายมากกว่าเก่า ดวงตากลมโตดุจลูกกวางแอบชำเลืองมองเจ้าของชุดช็อปสีซีดอย่างแนบเนียน คนหล่อ ๆ แบบนี้พลาดสายตาเธอมาได้ยังไงถึงสองปีกันนะ ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าคนหล่อ ๆ แบบนี้จะเล็ดรอดจากเรดาร์เธอมาได้ “อ๊ะ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเหรียญมั้ยคะ พอดีว่าทางนี้มีแต่แบงก์ค่ะ” หันไปทำเป็นถามสีหน้าติดหนักใจ “ครับ? ยี่สิบบาทพอมั้ยครับ” ใบหน้าหล่อเหลาหันมองเธอด้วยความเฉยชาชั่วครู่ก่อนจะเปล่งเสียงแหบทุ้มต่ำถาม สิบหมื่นจำได้ว่าหญิงสาวข้างกายเป็นคนที่เข้าหาเขาเมื่อหลายวันก่อน วันนั้นก็ปฏิเสธชัดเจนไปแล้วกระทั่งคิดว่าคงยอมแพ้ไม่กลับมาวุ่นวายกับเขาอีก ทว่าไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะใจสู้จนน่ารำคาญกว่าที่คิด เห็นความบุกเข้าหากันท่ามกลางผู้คนอย่างไม่คิดสนอะไร เขาก็ไม่อยากปฏิเสธให้อีกฝ่ายเสียหน้าต่อหน้าคนนับร้อย จึงเล่นตามแผนการเจ้าตัวให้มันจบ ๆ จะได้จบ ๆ ไป “พอค่ะ ขอบคุณนะคะ” คลี่ยิ้มสวยเป็นการล่อล่วงรอยยิ้มโลกสดใสของเธอมันเป็นสิ่งที่ใช้ตกผู้ชายมานักต่อนัก และคนคนนี้ต่อให้ใจแข็งมากขนาดไหนคงเหลวหลอมไม่ต่างกัน “ครับ นี่ครับ” ขานรับติดราบเอื่อยแล้วหยิบเหรียญสิบสองเหรียญยื่นมาตรงหน้ายี่หวา มิหนำซ้ำยังไม่มีความรู้สึกอื่นใดปรากฏบนใบหน้าหล่อคมคายนั่นแม้เศษเสี้ยวเดียว ทำเอาคนมั่นหน้ามั่นใจในตัวเองมาเสมอคล้ายถูกกระชากลงจากสวรรค์ แล้วถูกหักลบล้างความมั่นใจที่มีเพียงเพราะถูกผู้ชายคนหนึ่งเมินเฉย ประหนึ่งเธอไม่มีเสน่ห์ใด ๆ และเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง “พี่สิบหมื่นใช่มั้ยคะ” เธอตัดสินใจทำเป็นถามชื่อครั้นสัมผัสบรรยากาศระหว่างเรามันช่างอึดอัดเกินจะทานทน ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในระยะสายตาด้วยซ้ำ พาเอาเธอหน้าชาแล้วหน้าชาอีก “ครับ” เขาเหลือบมองเธอแวบเดียวแล้วตอบรับกลับมาแค่คำเดียว ทำเอาเธอแทบกรี๊ดออกมาให้คอแตกกับความเข้าถึงยากนี้ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายปิดประตูตายอย่างแน่นหนา แต่เธอกลับไม่คิดยอมแพ้ละถอยทาง เพราะความอยาก ‘เอาชนะ’ ล้วนๆ “ชื่อพี่แปลกดีนะคะ” มาขนาดนี้แล้วต้องบอกความเป็นมาของชื่อให้รู้บ้างแล้วไหม “อืม ครับ” เธอแทบพรูลมหายใจออกอย่างทดท้อกับความเฉยเมยนี้ “พี่คุยมากกว่านี้ได้ไหมคะ” “หนูอยากคุยกับพี่นะ” ช้อนตามองอ้อนออดหวังอีกฝ่ายจะแพ้ทางท่าไม้ตายนี้บ้าง สิบหมื่นที่กดน้ำเสร็จพอดี หันมามองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะตอบกลับมาคำเดียวสั้น ๆ “ไม่ล่ะครับ” กล่าวจบก็เดินจากไปโดยไม่คิดหันกลับมามองหญิงสาวที่มองตามหลังด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “อะไรของเขาวะน่ะ?” เธออ้าปากค้างกับความนิ่งประหนึ่งคนละทางโลกแล้วนี้ โคตรจะเฉยชาถ้าบอกว่าอีกฝ่ายเป็นพระ ส่วนเธอเป็นสีกา ยังได้อะ “เป็นไงล่ะ ฉันบอกแล้วว่าพี่เขาไม่สนใจอะไร” เจด้าบอกพลางพลิกหน้ามือดูเล็บ “ไม่คิดว่าจะไม่สนใจขนาดนี้นี่หว่า” บ่นเสียงติดหงุดหงิด “เอาเป็นว่าถ้าแกจีบพี่เขาติด พวกฉันจะเลี้ยงข้าวหนึ่งเดือนเลยเอ้า!” เจด้าที่สงสารแมวหงอยบอกท้าทายหวังปลุกกระตุ้นเร้าให้ไฟความอยากเอาชนะลุกโหม “พวกฉันเกี่ยวอะไรด้วยวะ!” ลูกหว้า แพรไหมหันขวับมองเจด้า “เอาน่า ๆ เรื่องข้าวเพื่อนแค่เดือนเดียว คงไม่สะเทือนเงินในแบล็กการ์ดคุณหนูทั้งสองหรอกค่ะ” “เออ ๆ เลี้ยงก็เลี้ยง” ลูกหว้าพยักหน้าส่ง ๆ เพราะไม่อยากขัดใจเพื่อนสาวอีกคนให้งอแง เนื่องจากอาทิตย์นี้เธอพูดไม่เข้าหูแล้วโดนงอน ต้องลำบากง้อเหมือนหมาร้องขอความรักจากเจ้าของอยู่หลายวัน กว่าจะยอมคืนดีด้วยชีวิตอีพวกเมะจริง ๆ “แพรว่าไง” หันไปถามเพื่อนอีกคน “ถ้าแกจีบพี่เขาได้จริง ก็ตามนั้น” เจ้าแม่ชาไข่มุกหวานร้อยบอก “พวกแกรอดูเลย” “ไม่เกินหนึ่งเดือน ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นของฉัน” กล่าวสีหน้ามั่นหน้ามั่นใจ “จ้า ๆ พวกฉันจะรอดูนะ” X3 ซึ่งยี่หวาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าศึกนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนคนอื่นที่ผ่านมา และเธอกำลังเอาตัวเข้าไปเล่นกับหมาป่าหุ้มหนังแกะ ตอนเที่ยงเธอตั้งใจหาเรื่องเข้าใกล้ แล้วแกล้งทำเป็นบังเอิญเจออีกฝ่ายที่โรงอาหาร ซึ่งบนโต๊ะก็มีคนหน้านิ่งนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียว มันยิ่งเข้าทางเธอมากกว่าเดิมราวกับสถานการณ์เป็นใจให้ เจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองในชุดนักศึกษาสุดแซ่บหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหน้าด้าน ๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าใกล้หาคนตัวสูง “พี่หล่อแบบนี้… มีแฟนยังคะ” ถามพลางคลี่รอยยิ้มหวาน เข้าหาแบบเบสิคค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เหมือนเด็กน้อยหัดมีรัก แล้วต้องกลับมาตั้งหลักใหม่มันทั้งสองรอบ… หดหู่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เที่ยงนี้เธอจึงขอลองเข้าหาแบบรุกหนักเปิดเผยจุดประสงค์ชัดเจนตามประสาคนโตแล้วแทน ดูซิว่าผลมันจะออกมาในรูปแบบไหน “เธอไม่มีอะไรทำเหรอครับ?” สิบหมื่นเงยหน้าขึ้นมองคนตามตื๊อเขาไม่หยุดทั้งวันแล้วถามเสียงเรียบหน้าตาย วันนี้เขาเจอหน้ารุ่นน้องต่างคณะคนนี้จนผวาไปหมดแล้ว ขนาดไล่แล้วอะไรแล้วก็ยังคงตามติดยิ่งกว่าวิญญาณตามติดเช่นเก่า “แหม ต่อให้มีหนูก็หาเวลามาจีบพี่ได้อยู่ดีค่ะ” เธอไปไม่เป็นอยู่พักหนึ่งกับคำพูดนั้น ก่อนจะกัดฟันกล่าวคล้ายคนไม่สะทกสะท้าน “ทุ่มเทน่าดูเลยนะครับ” “เอาเวลาไปเรียนเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับพี่เลย” เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนตรงข้ามอย่างจริงจัง ชีวิตเขาตอนนี้มันคงที่ดีและลงตัวมากแล้ว ไม่อยากไปหารักใครสักคนให้ปวดหัว และเขาก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เขาหาเขาแบบมีจุดประสงค์แอบแฝง หาใช่ความชมชอบที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง ดังนั้นในเมื่อรู้ทั้งรู้… แล้วเขาจะพาตัวไปเดินตามเกมหมากดานนี้ให้เจ็บตัวเจ็บใจ และเสียเวลาชีวิตไปเพื่ออะไรล่ะ จริงมั้ย “ที่ไล่กันนี่… กลัวจะตกหลุมรักหนูเหรอคะ?” ช้อนตามองพร้อมพวงแก้มแดงปลั่ง ทว่าสิบหมื่นกลับมองเธอด้วยสายตาปลาตายกับแสดงฝึกหัดนั้น “ดูเพ้อเจ้อดีนะครับ” “หนูไม่ไม่น่ารักเหรอคะ ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับหนูจัง” ถามเสียงเบาปานคนชอกช้ำใจกับคำเอื้อนเอ่ยนั้น “ครับ เธอไม่ใช่สเปก” ตอบสีหน้าปลาตาย แต่คนฟังกลับมือสั่นกำหมัดแน่น ยี่หวายังไม่เคยเจอใครเมินเธอขนาดนี้มาก่อน และยิ่งโดนเมินเข้ามาก ๆ เธอยิ่งอยากเอาชนะมากกว่าเก่า ตกเย็นของวันต่อมา หลังเลิกคลาสยี่หวาก็สลัดตัวตามเป้าหมายไปถึงสนามบาสของมหา’ ลัย ในใจพร่ำคิดว่าผู้ชายตัวสูงเกือบสองร้อยเซนติเมตร เวลาเล่นบาสมันต้องเท่มากแน่ ๆ ร่างสูงโปรงแทรกตัวไปนั่งตรงอัฒจันทร์ และเข้าร่วมตะโกนเชียร์กับเหล่าสาว ๆ หนุ่มน้อยจนคอแหบคอแห้ง “พี่สิบ! กรี๊ดดด” “พี่สิบบบ!” “พี่สิบขา… เมียพี่อยู่นี่ค่า!” เสียงตะโกนร้องกรี๊ดเชียร์จากผู้คนข้างกาย มันทำเอาเธอแอบกำหมัดแน่นหน่อย ๆ นี่ผู้ชายที่เธอเล็งไว้นะยะ! “พี่สิบ… เก่งมากค่ะ!” เธอตัดสินใจแหกปากร้องตะโกนอย่างหลุดมาดคุณหนูเป็นครั้งแรก ทว่าพอสิ้นเสียงตะโกนของเธออีกฝ่ายก็หันมามองตามพอดี ดวงตาคมจึงสบมองเธออยู่สักพักก่อนร่างสูงจะเดินหมุนตัวจากไป เธอจึงต้องรีบวิ่งลงจากอัฒจันทร์หน้าตื่นแบบเร็วรี่ทันทีคนคนนี้หนีเก่งจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เธอใครมันจะมีใจสู้ตามขนาดนี้ก่อน! “จะหนีหนูไปถึงไหนคะพี่สิบ” เธอวิ่งไปดักหน้าพลางหอบหายใจกระถี่ชั้น “ทำไมเธอไม่ไปยุ่งกับคนอื่น” “อย่ามายุ่งกับพี่เลยครับ เสียเวลาเปล่า ๆ” สิบหมื่นจ้องหน้าคนตามพันแข้งพันขาตนทั้งวันนิ่ง ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาพูดชิดใบหูขาว ยี่หวาใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีกับน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแต่ถึงแม้จะใจเต้นจนเจ็บร้าวหน้าอกและปรางแก้มเห่อร้อนลวกมากปานใด เธอก็ไม่คิดยอมแพ้แค่นี้แน่! กระทั่งหลังจากพยายามทั้งวันยี่หวาก็ยังไม่ได้ใจสิบหมื่นมาสักครึ่งเศษ หรือใบหน้าเธอมันไม่ได้ดึงดูดผู้ชายอีกแล้วนะ ทำไมผู้ชายหน้าตายคนนั้นถึงยังนิ่งกับเธออยู่อีก “พี่สิบไม่สนใจหนูจริง ๆ เหรอคะ” เธอเริ่มอารมณ์เสียกับความแมวหยอกหนูนี้ขึ้นมาเล็กน้อย จึงถามกับคนตัวสูงออกไปตามตรง “พี่เคยบอกไปแล้วนี่ครับ ว่าอย่ามายุ่งกับพี่เลยเสียเวลาเปล่า ๆ” “แต่หนูอยากยุ่งกับพี่นี่คะ พี่จะเปิดใจให้หนูไม่ได้เลยเหรอ” เธอหยิบเอาไม้เด็ดอย่างการช้อนตามองออดอ้อนขึ้นมาใช้ทันที “พี่ไม่มีเวลาไปตามเอาใจเธอหรอกนะครับ” สิบหมื่นบอกแววตาเรียบนิ่ง “พี่ใจร้ายมากนะคะ รู้ตัวมั้ย” ยี่หวาเผลอหลุดตัวค้อนใส่คนปากเชือดเฉือนกัน “ครับ ใครก็บอกอย่างนั้น” “ถ้าเธอคิดว่าพี่ใจร้าย จะพอแค่นี้ก็ได้นะครับ” ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอคำพูดนี้อาจจะอยากถอดใจ แต่สำหรับยี่หวาแล้ว… นี่มันยิ่งกว่าคำท้าดี ๆ นี่เอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD