ตอนที่ 2 เกมตื๊อของคุณหนูตัวแสบ (1/2)

1282 Words
หลังจากวันนั้นยี่หวาก็ทำการซื้อตัวน้องเฟรชชี่ของเอกภาคเครื่องกล เพื่อเป็นสายข่าวให้กับเธอ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าคนพี่มีเรียนวันไหน และเรียนตึกไหนบ้างในแต่ละวัน “เดี๋ยวฉันมานะ” บอกกับกลุ่มเพื่อนหลังจากเห็นข้อความของสายข่าวเด้งแจ้งเตือนมา “ไปไหนอีก พักนี้หายเก่ง” เจด้าปรายตาถามคนที่พักนี้หายหัวเก่งเหลือเกิน “ไปตามจับหมา” พูดเป็นนัยขณะเดียวกันก็เคาะนิ้วพิมพ์แชตโอนเงินให้กับสายข่าว “หมาไหนอะ?” แพรไหมมองงง ๆ ราวกับคนตามเรื่องราวไม่ทันกับชาวบ้านเขา “พักนี้เพื่อนมึงสนใจใครอยู่ล่ะคะ ก็คนนั้นล่ะ” ลูกหว้าถอนหายใจแล้วบอก “แล้วเรียนเรินไม่เอาแล้วใช่ไหม ไหนจะงานอีก” “ฝากจดแทนทีนะ งานนี้ฉันต้องได้ผู้ชายคนนี้จริง ๆ ว่ะ” โบกมือหยอย ๆ ก่อนจะเดินไปยังตึกสูงของคณะวิศวกรรมศาสตร์เจ้าของใบหน้าดื้อดึงชะโงกหน้ามองผ่านบานประตูเข้าไปยังด้านในคลาสเรียนของเอกเครื่องกล นัยน์ตาคมเฉี่ยวกวาดมองหาร่างสูงคนผู้เป็นเป้าหมาย ก่อนจะพบว่าคนพี่นั่งอยู่ด้านหน้าใกล้กับจอโพรเจ็กเตอร์ “อยู่นั่นเอง” ยี่หวาพูดกับตัวเองเสียงเบาก่อนจะสาวก้าวพาตัวเองเดินไปนั่งข้าง ๆ คนตัวสูงที่เอาแต่จดสัญลักษณ์กับภาษาที่เธอไม่รู้จัก และเจ้าของช็อปสีซีดก็ช่างตั้งใจเรียนมากเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าข้างๆ กายมีคนคนหนึ่งนั่งเท้าคางมองตัวเองตาหวานอยู่ สาวบริหารเอกอิ๊งค์ต่างประเทศผู้โดดคลาสเรียนมาเข้าคลาสคณะอื่น ทำเป็นสนใจกับกระดานโพรเจ็กเตอร์กับภาษามนุษย์ต่างด้าวบนกระดาษของคนตัวสูงอย่างแนบเนียน ทำราวกับว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเอกเครื่องกลคนหนึ่ง ทั้งที่มันไม่ใช่คณะหรือเอกที่เรียนด้วยซ้ำ “เธอมาทำไม?” สิบหมื่นที่สัมผัสได้ว่าน้ำหอมของคนข้าง ๆ มันดูคุ้นเคยเล็กน้อยจึงเงยหน้ามอง ก่อนจะพบว่าทีตอนเขาซื้อหวยกลับไม่เคยถูก ทีอย่างนี้ล่ะถูกแผง “ก็อยากมาใช้เวลาอยู่กับพี่ไงคะ” ยี่หวาแย้มรอยยิ้มหวานเหมือนคนไม่สะทกสะท้านที่ทำตัวเป็นเด็กเกเรใจแตก ผู้ยอมทิ้งคลาสเรียนและคณะตนมาหาผู้ชาย “กลับไปเรียนคณะตัวเองเถอะ” สิบหมื่นถอนหายใจกับความดื้อรั้นนี้ของคนข้างกาย “คณะหนูตอนนี้ไม่ใช่ช่วงสำคัญ จอย ๆ ได้ แล้วหนูบอกเพื่อนจดเลคเชอร์จุดสำคัญให้แล้ว” เธอยักไหล่กับคำกล่าวไล่นั้นของคนพี่ “ไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ให้ได้เลยใช่ไหมครับ” ดวงตาสบมองคนหน้าดื้อ “ใช่ค่ะ” “แล้วจะอยู่เรียนทั้งที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเลยนี่นะ” เขาขมวดคิ้วใส่กับความรั้นทุรังเหลือเกินนี้ “งั้นพี่ก็ช่วยสอนหนูสิคะ” “อะ ๆ ถ้าพี่ปฏิเสธหนูก็จะชวนพี่คุยอยู่แบบนี้ล่ะ” เธอรู้ว่าการกระทำพวกนี้มันน่ารำคาญและหงุดหงิดใจ แต่เธอก็คิดหาทางออกอื่นไม่เจอแล้วนี่นา “คิดดี ๆ ก่อนปฏิเสธนะคะ” ยี่หวาพอจะรู้มาบ้างว่าคนข้างกายมีนิสัยจริงจังตามฉบับคนไม่สนใจโลก ดังนั้นจึงใช้จุดอ่อนที่พอมองออกนี้มาเล่นงาน ลองภาพคนตั้งใจเรียนจริงจังกับเป้าหมาย เมื่อต้องถูกชวนคุยจนพลาดเนื้อหาสำคัญดูสิ มันจะน่าหงุดหงิดมากขนาดไหน ต่อให้แสร้งทำเป็นมองเมินไป แต่เสียงหวึ่ง ๆ เหมือนยุงบินอยู่ข้างหู ก็คงน่ารำคาญเอาเรื่องอยู่ดี “ตั้งใจแล้วกัน ถ้าสงสัยอะไรก็ถาม พี่จะพูดแค่ครั้งเดียว” สิบหมื่นคิดว่าเขาคงทนไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าถูกชวนคุยทั้งคลาส “ก็ใจดีนี่คะ ทำไมคนเขาชอบบอกว่าพี่ปากร้ายกัน” ยี่หวามองคนที่ยอมสอนง่าย ๆ ตาวาววับ เธอว่าเธอพอจะเจอจุดอ่อนคนพี่เข้าเสียแล้วล่ะ “เลิกคุย ตั้งใจ ถ้าสงสัยให้ถาม” เจ้าของช็อปสีซีดพูดติดดุ “งั้น… หนูสงสัยจุดนั้นน่ะ มันหมายถึงยังไงเหรอคะ?” นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดหนึ่งบนโพรเจ็กเตอร์ “มันเป็นค่าหลักการสำคัญ อย่าง…” เสี้ยวหน้าหล่อคมก้มลงมาพูดอธิบายน้ำเสียงจริงจัง ทว่าคนฟังอย่างยี่หวากลับใจลอยไปไกล คำกล่าวเหล่านั้นแทบออกหูซ้ายทะลุผ่านหูขวา ดวงตาคมเฉี่ยวเอาแต่จรดจ้องมองเสี้ยวหน้าคนพี่ราวกับคนหลงในมนตร์สะกด โคตรหล่อเลย… หล่อเหมือนหมาไซหน้าง่วง เพราะถูกความหล่อเหลาล่อลวง ใบหน้าสวยหมวยจึงเผลอขยับเคลื่อนเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว “เธอจะทำอะไร ขยับเข้ามาใกล้พี่ทำไมครับ” สิบหมื่นขมวดคิ้วใส่คนที่จู่ ๆ ก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้เขา ไม่รู้ว่าจะได้ฟังคำเขาอธิบายไหม “ก็ฟังพี่อธิบายใกล้ ๆ ไงคะ” “แค่ฟัง ไม่จำเป็นต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ครับ” คนตัวสูงดันหน้าผากเธอให้ออกห่างกันทันทีและแม้จะห่างในระยะเหมาะสมควรแล้ว แต่หัวใจของเขามันเต้นแรงขึ้นมากับการกระทำ สายตา และคำพูดของคนข้างกาย แม่ง… หลังจากวันนั้นยี่หวาก็ฝากเด็กเฟรชชี่จากเอกเครื่องกลเป็นนกต่อส่งขนมถุงใหญ่ไปให้กับอีกฝ่าย “เฮียสิบครับ มีพี่คนสวยฝากขนมมาให้ครับ” เด็กปีหนึ่งเรียกคนที่นั่งหน้าง่วงบนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงที่ประจำ “ใครวะ” กระทิงถามกระแซะเบียด “ไม่รู้” เขาส่ายหน้าตอบ “ไอ้นี่ ทั้งที่ทำหน้าปลาตายไปวัน ๆ แต่กลับมีสาวเข้าหาเยอะกว่ากูกับไอ้ทิงอีก” พันวาบ่นเหมือนไม่พอใจ “เอ่อ… มีโน้ตฝากติดมาด้วยนะครับ” เด็กปีหนึ่งที่เป็นตัวตายแทนเพราะถูกเงินล่อพูดตะกุกตะกัก “ไหน ๆ” ยิปโซที่นั่งไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือถามรัวเร็ว “นี่ครับ” โน้ตใบเล็กถูกยื่นไปตรงหน้ากลุ่มเฮดว๊ากและก่อนที่ใครจะได้คว้าหยิบกระดาษแผ่นนั้นเข้า สิบหมื่นกลับยื่นมือออกไปหยิบตัดหน้าทุกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ‘กินขนมหวานเยอะ ๆ นะคะ จะได้พูดกับหนูหวานขึ้นบ้าง :)’ ตาคมไล่อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนหลังจากนั้นจะหยิบถุงขนมโยนไปกลางโต๊ะม้าหินอ่อน “ใครอยากกิน กินไป” บอกน้ำเสียงไม่คิดสนใจแต่ตาคมกลับฉายชัดถึงประกายความรู้สึกลุ่มลึกเลือนราง “มึงระวังตัวเถอะ เขาตามจีบขนาดนี้แล้ว” หมื่นแสงที่โงหัวจากหนังสือการ์ตูนได้แล้วพูดกับคนเนื้อหอม “ใช่ ๆ แล้วคนนี้ดูทรงจะไล่ไปยากกว่าทุกคน” ยิปโซเอ่ยอย่างเห็นด้วย “ไอ้ทิดเจอศึกหนักแล้วว่ะงานนี้” กระทิงแซว “มึงไม่รู้สึกอะไรกับน้องมันหน่อยเหรอ” พันวาเท้าคางถามตาง่วง “ต้องรู้สึกอะไร?” เขามองกลุ่มเพื่อน “มึงกำลังถูกคุณหนูขนานแท้ ลูกเจ้าของโรงแรมห้าดาวตามจีบเลยนะ” “เดี๋ยวก็เบื่อไปเอง” สิบหมื่นถอนหายใจกับคำพูดของเพื่อนแต่ละองค์ และขณะที่พูดอยู่ ๆ มือก็เผลอหยิบขนมมากัดไปชิ้นนึงโดยไม่รู้ตัว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD