หลังจากวันนั้นยี่หวาก็ทำการซื้อตัวน้องเฟรชชี่ของเอกภาคเครื่องกล เพื่อเป็นสายข่าวให้กับเธอ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าคนพี่มีเรียนวันไหน และเรียนตึกไหนบ้างในแต่ละวัน
“เดี๋ยวฉันมานะ”
บอกกับกลุ่มเพื่อนหลังจากเห็นข้อความของสายข่าวเด้งแจ้งเตือนมา
“ไปไหนอีก พักนี้หายเก่ง”
เจด้าปรายตาถามคนที่พักนี้หายหัวเก่งเหลือเกิน
“ไปตามจับหมา”
พูดเป็นนัยขณะเดียวกันก็เคาะนิ้วพิมพ์แชตโอนเงินให้กับสายข่าว
“หมาไหนอะ?”
แพรไหมมองงง ๆ ราวกับคนตามเรื่องราวไม่ทันกับชาวบ้านเขา
“พักนี้เพื่อนมึงสนใจใครอยู่ล่ะคะ ก็คนนั้นล่ะ” ลูกหว้าถอนหายใจแล้วบอก
“แล้วเรียนเรินไม่เอาแล้วใช่ไหม ไหนจะงานอีก”
“ฝากจดแทนทีนะ งานนี้ฉันต้องได้ผู้ชายคนนี้จริง ๆ ว่ะ”
โบกมือหยอย ๆ ก่อนจะเดินไปยังตึกสูงของคณะวิศวกรรมศาสตร์เจ้าของใบหน้าดื้อดึงชะโงกหน้ามองผ่านบานประตูเข้าไปยังด้านในคลาสเรียนของเอกเครื่องกล นัยน์ตาคมเฉี่ยวกวาดมองหาร่างสูงคนผู้เป็นเป้าหมาย ก่อนจะพบว่าคนพี่นั่งอยู่ด้านหน้าใกล้กับจอโพรเจ็กเตอร์
“อยู่นั่นเอง”
ยี่หวาพูดกับตัวเองเสียงเบาก่อนจะสาวก้าวพาตัวเองเดินไปนั่งข้าง ๆ คนตัวสูงที่เอาแต่จดสัญลักษณ์กับภาษาที่เธอไม่รู้จัก และเจ้าของช็อปสีซีดก็ช่างตั้งใจเรียนมากเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าข้างๆ กายมีคนคนหนึ่งนั่งเท้าคางมองตัวเองตาหวานอยู่
สาวบริหารเอกอิ๊งค์ต่างประเทศผู้โดดคลาสเรียนมาเข้าคลาสคณะอื่น ทำเป็นสนใจกับกระดานโพรเจ็กเตอร์กับภาษามนุษย์ต่างด้าวบนกระดาษของคนตัวสูงอย่างแนบเนียน ทำราวกับว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเอกเครื่องกลคนหนึ่ง ทั้งที่มันไม่ใช่คณะหรือเอกที่เรียนด้วยซ้ำ
“เธอมาทำไม?”
สิบหมื่นที่สัมผัสได้ว่าน้ำหอมของคนข้าง ๆ มันดูคุ้นเคยเล็กน้อยจึงเงยหน้ามอง ก่อนจะพบว่าทีตอนเขาซื้อหวยกลับไม่เคยถูก ทีอย่างนี้ล่ะถูกแผง
“ก็อยากมาใช้เวลาอยู่กับพี่ไงคะ”
ยี่หวาแย้มรอยยิ้มหวานเหมือนคนไม่สะทกสะท้านที่ทำตัวเป็นเด็กเกเรใจแตก ผู้ยอมทิ้งคลาสเรียนและคณะตนมาหาผู้ชาย
“กลับไปเรียนคณะตัวเองเถอะ”
สิบหมื่นถอนหายใจกับความดื้อรั้นนี้ของคนข้างกาย
“คณะหนูตอนนี้ไม่ใช่ช่วงสำคัญ จอย ๆ ได้ แล้วหนูบอกเพื่อนจดเลคเชอร์จุดสำคัญให้แล้ว”
เธอยักไหล่กับคำกล่าวไล่นั้นของคนพี่
“ไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ให้ได้เลยใช่ไหมครับ” ดวงตาสบมองคนหน้าดื้อ
“ใช่ค่ะ”
“แล้วจะอยู่เรียนทั้งที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเลยนี่นะ” เขาขมวดคิ้วใส่กับความรั้นทุรังเหลือเกินนี้
“งั้นพี่ก็ช่วยสอนหนูสิคะ”
“อะ ๆ ถ้าพี่ปฏิเสธหนูก็จะชวนพี่คุยอยู่แบบนี้ล่ะ”
เธอรู้ว่าการกระทำพวกนี้มันน่ารำคาญและหงุดหงิดใจ แต่เธอก็คิดหาทางออกอื่นไม่เจอแล้วนี่นา
“คิดดี ๆ ก่อนปฏิเสธนะคะ”
ยี่หวาพอจะรู้มาบ้างว่าคนข้างกายมีนิสัยจริงจังตามฉบับคนไม่สนใจโลก ดังนั้นจึงใช้จุดอ่อนที่พอมองออกนี้มาเล่นงาน
ลองภาพคนตั้งใจเรียนจริงจังกับเป้าหมาย เมื่อต้องถูกชวนคุยจนพลาดเนื้อหาสำคัญดูสิ มันจะน่าหงุดหงิดมากขนาดไหน
ต่อให้แสร้งทำเป็นมองเมินไป แต่เสียงหวึ่ง ๆ เหมือนยุงบินอยู่ข้างหู ก็คงน่ารำคาญเอาเรื่องอยู่ดี
“ตั้งใจแล้วกัน ถ้าสงสัยอะไรก็ถาม พี่จะพูดแค่ครั้งเดียว”
สิบหมื่นคิดว่าเขาคงทนไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าถูกชวนคุยทั้งคลาส
“ก็ใจดีนี่คะ ทำไมคนเขาชอบบอกว่าพี่ปากร้ายกัน”
ยี่หวามองคนที่ยอมสอนง่าย ๆ ตาวาววับ เธอว่าเธอพอจะเจอจุดอ่อนคนพี่เข้าเสียแล้วล่ะ
“เลิกคุย ตั้งใจ ถ้าสงสัยให้ถาม” เจ้าของช็อปสีซีดพูดติดดุ
“งั้น… หนูสงสัยจุดนั้นน่ะ มันหมายถึงยังไงเหรอคะ?” นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดหนึ่งบนโพรเจ็กเตอร์
“มันเป็นค่าหลักการสำคัญ อย่าง…”
เสี้ยวหน้าหล่อคมก้มลงมาพูดอธิบายน้ำเสียงจริงจัง ทว่าคนฟังอย่างยี่หวากลับใจลอยไปไกล คำกล่าวเหล่านั้นแทบออกหูซ้ายทะลุผ่านหูขวา ดวงตาคมเฉี่ยวเอาแต่จรดจ้องมองเสี้ยวหน้าคนพี่ราวกับคนหลงในมนตร์สะกด
โคตรหล่อเลย… หล่อเหมือนหมาไซหน้าง่วง เพราะถูกความหล่อเหลาล่อลวง ใบหน้าสวยหมวยจึงเผลอขยับเคลื่อนเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว
“เธอจะทำอะไร ขยับเข้ามาใกล้พี่ทำไมครับ”
สิบหมื่นขมวดคิ้วใส่คนที่จู่ ๆ ก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้เขา ไม่รู้ว่าจะได้ฟังคำเขาอธิบายไหม
“ก็ฟังพี่อธิบายใกล้ ๆ ไงคะ”
“แค่ฟัง ไม่จำเป็นต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ครับ”
คนตัวสูงดันหน้าผากเธอให้ออกห่างกันทันทีและแม้จะห่างในระยะเหมาะสมควรแล้ว แต่หัวใจของเขามันเต้นแรงขึ้นมากับการกระทำ สายตา และคำพูดของคนข้างกาย แม่ง…
หลังจากวันนั้นยี่หวาก็ฝากเด็กเฟรชชี่จากเอกเครื่องกลเป็นนกต่อส่งขนมถุงใหญ่ไปให้กับอีกฝ่าย
“เฮียสิบครับ มีพี่คนสวยฝากขนมมาให้ครับ”
เด็กปีหนึ่งเรียกคนที่นั่งหน้าง่วงบนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงที่ประจำ
“ใครวะ” กระทิงถามกระแซะเบียด
“ไม่รู้” เขาส่ายหน้าตอบ
“ไอ้นี่ ทั้งที่ทำหน้าปลาตายไปวัน ๆ แต่กลับมีสาวเข้าหาเยอะกว่ากูกับไอ้ทิงอีก” พันวาบ่นเหมือนไม่พอใจ
“เอ่อ… มีโน้ตฝากติดมาด้วยนะครับ”
เด็กปีหนึ่งที่เป็นตัวตายแทนเพราะถูกเงินล่อพูดตะกุกตะกัก
“ไหน ๆ”
ยิปโซที่นั่งไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือถามรัวเร็ว
“นี่ครับ”
โน้ตใบเล็กถูกยื่นไปตรงหน้ากลุ่มเฮดว๊ากและก่อนที่ใครจะได้คว้าหยิบกระดาษแผ่นนั้นเข้า สิบหมื่นกลับยื่นมือออกไปหยิบตัดหน้าทุกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
‘กินขนมหวานเยอะ ๆ นะคะ จะได้พูดกับหนูหวานขึ้นบ้าง :)’
ตาคมไล่อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนหลังจากนั้นจะหยิบถุงขนมโยนไปกลางโต๊ะม้าหินอ่อน
“ใครอยากกิน กินไป”
บอกน้ำเสียงไม่คิดสนใจแต่ตาคมกลับฉายชัดถึงประกายความรู้สึกลุ่มลึกเลือนราง
“มึงระวังตัวเถอะ เขาตามจีบขนาดนี้แล้ว”
หมื่นแสงที่โงหัวจากหนังสือการ์ตูนได้แล้วพูดกับคนเนื้อหอม
“ใช่ ๆ แล้วคนนี้ดูทรงจะไล่ไปยากกว่าทุกคน” ยิปโซเอ่ยอย่างเห็นด้วย
“ไอ้ทิดเจอศึกหนักแล้วว่ะงานนี้” กระทิงแซว
“มึงไม่รู้สึกอะไรกับน้องมันหน่อยเหรอ” พันวาเท้าคางถามตาง่วง
“ต้องรู้สึกอะไร?” เขามองกลุ่มเพื่อน
“มึงกำลังถูกคุณหนูขนานแท้ ลูกเจ้าของโรงแรมห้าดาวตามจีบเลยนะ”
“เดี๋ยวก็เบื่อไปเอง”
สิบหมื่นถอนหายใจกับคำพูดของเพื่อนแต่ละองค์ และขณะที่พูดอยู่ ๆ มือก็เผลอหยิบขนมมากัดไปชิ้นนึงโดยไม่รู้ตัว