ลาออก

1177 Words
"ผู้กองจะลาออกจริงๆ เหรอครับ" คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มวัย 29 ปีมองหน้าคนถาม "จริงจ่า" เขาตอบสั้นๆ ตามนิสัย "เรื่องนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ผู้กองลาพักร้อนก่อนดีกว่าไหมครับเผื่อจิตใจจะดีขึ้น" จ่าคนสนิทแนะนำด้วยความเป็นห่วง "ผมอยากลาออก ผมเคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย แต่ผมทำไม่ได้ผมผิดคำพูดของตัวเอง" เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ต้องหยุด เพราะก้อนในคอที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุก "ผมไปแล้วนะ ขอให้ทุกคนโชคดี" ชายหนุ่มเก็บของส่วนตัวออกจากสำนักงาน หลังจากที่ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว ภากรก้าวลงจากสำนักงานตำรวจ เขาเดินต่อไปขึ้นรถโดยที่ไม่หันกลับมามองสถานที่นั้นอีกเลย อีกหนึ่งชม.ต่อมา ชายหนุ่มจอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง เขาเข้าไปในบ้านพบเด็กสาวอายุ 18 ปีนั่งเหม่อลอยอยู่ในบ้าน เธอคือบุตรสาวคนเดียวของพยานปากสำคัญที่ฆ่าตัวตายเพราะความผิดพลาดทางคดีของเขาเอง วันนี้เธอต้องไปเก็บกระดูกบิดาที่เมรุเผาศพ "นุท" เขาเรียกเธอ เด็กสาวเงยหน้ามองเขาเธอโผเข้าหาเขาทั้งน้ำตา "พี่กร" ชมพูนุทร้องไห้สะอึกสะอื้น ชายหนุ่มลูบหลังเธอ เขาขบกรามแน่น "พี่ขอโทษนะนุท พี่จะดูแลนุทแทนพ่อเอง พี่จะส่งเสียนุทเรียนจนจบ นุทจะไปอยู่บ้านพี่ไหม" "ค่ะ" เด็กสาวพยักหน้า เธอไม่เหลือใครแล้ว ชีวิตเธอมีแค่สองคนพ่อลูก จนวันที่พ่อของเธอต้องเข้าไปเป็นพยานในคดียาเสพติด ที่เจ้านายของพ่อเปิดร้านขายยาบังหน้า แต่เบื้องหลังคือนักค้ายารายสำคัญที่ทางการตามตัว พ่อของเธอเป็นเภสัชกรในร้าน ในตอนแรกถูกตำรวจกันตัวเป็นพยาน แต่จู่ๆ มีการตั้งข้อหาให้พ่อของเธอเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดจากเจ้านายของภากรอีกที ทำให้ท่านเครียดถึงขั้นยิงตัวตายเพราะรับไม่ได้เนื่องจากทั้งชีวิตท่านไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ทำให้ ณ วันนี้เธอต้องตกอยู่ในสถานะคนไร้ญาติขาดมิตร ภากรพาเธอไปเก็บกระดูกพ่อ ชมพูนุทตั้งใจนำกระดูกไปลอยอังคารทั้งหมด "พ่อเคยพูดไว้ค่ะ ถ้าตายอยากให้ลอยอังคารให้หมด พ่อบอกว่าน่าจะเย็นดี" ภากรพาเธอไปที่วัดในจังหวัดนครปฐม วัดนี้อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน มีเรือออกไปลอยอังคารพร้อมทำพิธีเสร็จเรียบร้อย เมื่อเรือหางยาวขนาดกลางออกมาถึงกลางแม่น้ำ คนทำพิธีนำสวดต่างๆ และบอกให้เธอหย่อนห่อผ้าสีขาวและกลีบดอกไม้ลงกลางแม่น้ำ เด็กสาวร้องไห้อีกครั้ง ร่างเธอโงนเงนจนภากรต้องรีบรับไว้ "นุทๆๆ" ชมพูนุทเป็นลม เมื่อปฐมพยาบาลจนเธอฟื้น เขาจึงถามเธอว่า "นุทจะไปเก็บของก่อน หรือไปทานข้าวก่อน" "ไปเก็บของก่อนดีกว่าค่ะ จะได้พักทีเดียว" ภากรพาเธอย้อนไปที่บ้าน เด็กสาวมีของที่จะขนไปวันนี้ไม่มากนักส่วนมากเป็นเสื้อผ้าและหนังสือเรียน ส่วนของจุกจิกอื่นๆ เขาบอกว่าจะพามาเก็บวันหลัง “นุทเรียนที่ไหนนะครับ” เขาถามในระหว่างเดินทางกลับบ้านของเขาที่อยู่คนละฝั่งเมืองกับบ้านของเด็กสาว เธอตอบชื่อมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเขานัก “อยู่ฝั่งธนแต่มาเรียนแถวรังสิตเลยเหรอ” เขาถาม “นุทอยู่หอน่ะค่ะ” เธอยังเป็นนักศึกษาปี 1 ด้วยความที่บิดาอยากให้เธอได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ท่านจึงยอมส่งให้ชมพูนุทได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าค่าศึกษาแพงเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย “แต่ว่านุทอยู่บ้านพี่กรได้นะคะค่าหอมันก็แพงอยู่ หรือถ้าพี่กรจะให้นุทย้ายที่เรียนก็ได้ค่ะ” ค่าหน่วยกิตเทอมละหลายหมื่นรวมถึงค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนมันไม่น้อยเลย “เรื่องหอแล้วแต่นุท นุทอยากอยู่บ้านก็ได้ พี่มีรถอีกคันที่ไม่ค่อยได้ใช้ นุทไปทำใบขับขี่แล้วเอารถไปใช้ได้เลย ส่วนเรื่องเรียนพี่ไม่มีปัญหา พี่ส่งนุทเรียนได้ทุกที่นุทจะไปเรียนต่อเมืองนอกก็ยังไหว ส่วนค่าใช้จ่ายรายเดือนพี่จะให้นุทตามปกติที่นุทเคยได้” “ขอบคุณค่ะพี่กร” เด็กสาวกระพุ่มมือไหว้ขอบคุณเขา เธอถามต่อในสิ่งที่กังวล “แล้วบ้านพี่กรอยู่กันกี่คนคะ ให้นุทมาอยู่แฟนพี่กรจะมีปัญหาไหม” “พี่อยู่คนเดียวครับ พ่อแม่พี่เสียหมดแล้วตั้งแต่เด็กๆ แต่พี่มีคุณลุงคุณป้าที่เลี้ยงพี่มาอยู่ที่ตจว. ว่างๆ พี่จะพานุทไปหาท่านส่วนแฟนพี่ไม่มีครับ” ความจริงคือเคยมี แต่พอเขาตัดสินใจจะลาออกจากอาชีพตำรวจแฟนสาวก็บอกลา ภากรไม่ยื้อเขาเคารพการตัดสินใจของทุกคนรอบตัวเสมอ เขาเลี้ยวรถเข้าบ้านเมื่อประตูเปิดออกด้วยรีโมท ชมพูนุทมองไปรอบๆ บ้านหลังนั้น มันเป็นบ้านขนาดกลางพื้นที่น่าจะสัก 70 ตร.วา ตัวบ้านเป็นตึกสองชั้นยกพื้นไม่มากนัก มีต้นไม้รอบๆ บ้านๆ ดูร่มรื่น “ที่นี่เป็นบ้านเดิมของพี่เองครับ ปกติพี่อยู่คนเดียวจ้างแม่บ้านจากบริษัทมาทำความสะอาดอาทิตย์ละวัน แต่ถ้านุทมาอยู่พี่จะจ้างคนอยู่ประจำเป็นเพื่อนนุท” เพราะเธอเป็นเด็กสาว เขาจึงไม่อยากอยู่กับชมพูนุทตามลำพังสองต่อสองให้เป็นที่ครหา “จะเปลืองเงินมากไปรึเปล่าคะพี่กร งานบ้านนุททำเองได้ค่ะ” ชมพูนุทเกรงใจเขา ดูเหมือนว่าภากรจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเพราะเธอเยอะมาก “พี่เต็มใจจ่าย นุทตั้งใจเรียนแล้วกัน” เขาพูดสั้นๆ ช่วยเธอยกของลงจากรถ ภากรเดินนำไปที่ชั้นบนที่เขาให้แม่บ้านทำความสะอาดไว้แล้ว เขาเปิดห้องนอนห้องหนึ่ง มันถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพู ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ ผ้าม่าน เครื่องเรือนแต่ละชิ้น ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เธอพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นแอร์ ทีวี โต๊ะเขียนหนังสือ “นี่ห้องนุทนะ นุทสำรวจดูก่อนว่าขาดเหลืออะไร พรุ่งนี้พี่จะพาไปซื้อ” เด็กสาวมองไปรอบๆ ห้องอย่างพอใจ มันดีกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก พ่อคงจะไม่ต้องห่วงเธอแล้ว ชมพูนุทคิดถึงพ่อขึ้นมา “นุทไม่อยากไปซื้อของค่ะ แต่นุทอยากไปทำบุญได้ไหมคะ” ภากรพยักหน้า “ได้สิ” เขาพูดต่อ “งั้นเดี๋ยวเราออกไปหาอะไรทานก่อนนะนุท มันเย็นแล้วจะได้กลับเข้ามาพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD