บทที่4 เสือเริ่มออกลาย

1406 Words
แน่นอนว่านาราเธอไม่ได้ตอบพัสกรแต่ดันส่งยิ้มเป็นการตอบแทน ทำให้ชายหนุ่มมุ่นคิ้วลงแม้ว่าอยากจะคะยั้นคะยอถามแต่ก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี นั่งทานอยู่ที่ร้านอาหารนานพอสมควร เมื่ออิ่มแล้วพัสกรก็อาสาที่จะอยู่ช่วยหิ้วของ แม้ว่านาราเธอจะบอกไปแล้วว่าไม่เป็นไรแต่ชายหนุ่มร่างสูงก็ยังเซ้าซี้จนได้ นาราเดินช็อปปิ้งต่อ เสื้อผ้าที่เธอแวะดูแต่ละร้านมันล้วนแล้วแต่ขัดตาพัสกรเต็มทน หากจะถามหาเหตุผลก็คงเพราะเสื้อผ้าเหล่านั้นมันเปิดนิดเปิดหน่อยพอล่อตาเสือตาจระเข้ ในสายตาของพัสกรนาราเธอก็ยังเป็นเด็กที่ต้องดูแลอยู่ "นาราอาว่าตัวนี้กระโปรงมันสั้นไปนะ" "สั้นที่ไหนกันคะ อาอ่ะ แก่แล้วจะไปรู้อะไรกับวัยรุ่น" "คำก็แก่สองคำก็แก่ อาชักจะน้อยใจแล้วนะ" พอเขาพูดแบบนั้นนาราก็ฉุกคิดได้ว่าตัวเองก็คงจะพูดแรงไปก็เลยหันมาขอโทษพัสกรที่ยืนถือถุงพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง "หนูขอโทษค่ะ ก็อาชอบขัดหนูตลอดอีกอย่างนะเสื้อผ้าพวกนี้ สไตล์แบบนี้หนูใส่เที่ยวทุกคืนไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ" "อะไรนะ ใส่เที่ยวทุกคืน?" "ก็ใช่ไงคะ" "นี่พ่อไม่ห้ามอะไรเราเลยเหรอ ถึงปล่อยให้เที่ยวทุกคืนแบบนี้" "อาพัสหนูโตแล้วนะคะ ตอนนี้ยี่สิบสองแล้วหนูต้องบอกอากี่รอบอาถึงจะเข้าใจสักที" ถึงอย่างนั้นพัสกรก็ยังชักสีหน้าพร้อมทั้งพ่นลมหายใจ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อได้ ระหว่างนั้นเสียงมือถือของวาดดาวก็ดังขึ้น เธอกดรับสายคุยไม่กี่คำก็ว่าง พร้อมทั้งหันมาพูดกับนาราอีกด้วย "นาราฉันต้องกลับก่อนนะ พ่อโทรตามแล้วสงสัยมีงาน" "ได้ งั้นไว้เจอกันวันเดินทางแล้วกัน" "โอเค...หนูขอตัวกลับแล้วนะคะอาพัส ขอบคุณมากค่ะสำหรับอาหาร" วาดดาวยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนโยน หลังจากนั้นก็หมุนตัวออกจากร้านปล่อยให้สองอาหลานเลือกเสื้อผ้าในร้านต่อ นาราทำหน้าเซ็งเล็กน้อยเพราะคนที่รู้ใจเธออย่างวาดดาวก็กลับไปแล้ว อารมณ์ที่จะช็อปต่อก็ไม่มี "งั้นหนูกลับด้วยดีกว่า เราแยกกันตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ" "เดี๋ยวอาไปส่ง" "ไม่เอาค่ะ หนูขับรถมาอีกอย่างอาจะได้ไม่ต้องลำบากไปกลับ" "ลำบากที่ไหน ดีเสียอีกจะได้เข้าไปคุยธุระกับพ่อหนูด้วย ส่วนรถเดี๋ยวอาให้คนมาขับกลับไปให้ที่บ้าน" "แต่..." "ไม่มีแต่หรอก หรือว่าตอนนี้โตแล้วไม่อยากไปไหนกับอา" "ใครบอกละคะ ไปก็ได้" พัสกรเดินนำนารามาที่ลานจอดรถ เมื่อมาถึงเขาก็เดินเอาถุงของไปเก็บไว้ที่ด้านหลัง ส่วนนาราเธอก็เดินไปทางฝั่งคนนั่งเมื่อเปิดประตูแทรกร่างขึ้นไปนั่งก็มองตามชายหนุ่มที่กำลังจัดแจงกับสิ่งของของเธอ แม้ว่าพัสกรจะอายุเลยวัยเลขสี่แต่เขาไม่ได้แก่อย่างที่นาราพูด รูปร่างหน้าตายังดูหล่อการแต่งกายก็ดูภูมิฐานใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดหากจะมองดูผิวเผินคงคิดว่าเขาพึ่งจะสามสิบต้น ๆ เท่านั้น พัสกรขึ้นมานั่งฝั่งคนขับเขาหันมายิ้มให้นาราแว็บเดียว เมื่อรถติดเครื่องและเคลื่อนตัวออกคำแรกที่ถามขึ้นมันดันทำเอานาราชะงักไปเล็กน้อย "สรุปมีแฟนหรือยัง" "หือ...อายังไม่เลิกสนใจเรื่องนี้อีกหรือคะ" "ก็อาอยากรู้ พ่อเราก็มัวแต่ทำงานไม่สนใจอะไร อากลับมาแล้วก็น่าจะเล่าให้อาฟังหน่อย" "อืมม มีหรือไม่มีดีนะ หรือว่าจะมีดี" "นาราอย่าปั้นหัวอาได้ไหม" "ทำไมอาถึงอยากรู้ละคะ ป๊าไม่เห็นอยากรู้เหมือนอาเลย" เป็นคำถามที่ทำเอาพัสกรชะงัก นั้นนะสิเขาอยากรู้เพราะอะไร แต่ก็ไม่สามารถตอบคำถามของนาราได้ พัสกรเงียบแต่สายตาก็ตวัดมามองหน้าหลานสาว นาราเองก็ทำหน้าทะเล้นใส่แต่เธอก็ยังไม่ให้คำตอบนั้น ความเงียบก่อตัวขึ้นท่ามกลางระหว่างคนทั้งสองนาราเธอไม่ได้พูดอะไรต่อแต่เลือกที่จะหยิบมือถือขึ้นมีเขี่ยไปมาอยู่อย่างนั้น กิริยานี้มันทำเอาพัสกรรู้สึกว้าวุ่นใจแปลก ๆ แต่มันบอกไม่ได้เลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่ รถวิ่งมาถึงตัวบ้านหลังใหญ่ เมื่อวิ่งเข้ามาที่ลานจอดกว้างขวางนาราเธอก็เปิดประตูย่างเท้าลงไป พร้อมเรียกแม่บ้านให้มาช่วยยกถุงของที่พึ่งไปช็อปมากับเพื่อน พัสกรยังใช้แววตาขุ่นเคืองมองอยู่อย่างนั้น เขาเองก็รู้สึกว่านารากำลังปั่นหัวตัวเองอยู่ หลานสาวตัวน้อยเมื่อครั้งอดีตที่ว่านอนสอนง่ายถามอะไรก็ตอบหมดในคราวนั้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว "น้าดุจดวงป๊ามาหรือยังค่ะ" "วันนี้น่าจะกลับค่ำหน่อยค่ะ ได้ยินว่ามีประชุมต่อ" สิ้นเสียงตอบของดุจดวง นาราก็สาวเท้าขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้าน เธอรู้สึกอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ ส่วนพัสกรเขานิ่งมากเดินตามเข้ามาแต่ก็เลือกที่จะหลบไปที่ห้องรับรองแขกแทน ไม่รู้ว่าพี่ชายนอกสายเลือดจะกลับมาเมื่อไหร่ พัสกรถือโอกาสนี้นั่งเล่นนั่งรออยู่อย่างนั้น จนเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง นาราก็เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านพร้อมทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่ ทว่ามันเป็นชุดที่เธอต้องออกไปเที่ยวอีกแล้วนะสิ สายตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวนอนหลับอยู่ที่โซฟาในห้อง เธอมองซ้ายมองขวาตอนนี้ทุกคนน่าจะง่วนอยู่ในครัวกันหมด นาราพ่นลมออกมาช้า ๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาตัวนั้น เธอโค้งตัวก้มหน้าตำจ้องมองอาพัสที่นอนหลับตานิ่ง "บ้านช่องก็ไม่รู้จักกลับ มาหลับเฝ้าบ้านคนอื่นเฉยเลย" กำลังจะหมุนตัวกลับไปแล้วแท้ ๆ แต่พัสกรกลับเอื้อมมือมาจับที่ข้อแขนของนาราเอาไว้แถมเขายังดึงเธอจนเซถลาล้มลงบนตัก ดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "อาพัส" พัสกรลุกขึ้นมานั่งแต่บนตักเขามีสาวน้อยวัยยี่สิบสองนั่งอยู่ การนั่งบนตักอามันก็คงไม่แปลกหากตอนนี้เธออายุแค่เก้าขวบ แต่นี่เธอโตเป็นสาวแล้วต่างหาก "อาทำอะไรเนี่ย" "เมื่อก่อนก็นั่งตักอาแบบนี้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย" "ตอนนั้นหนูยังเด็กนี่คะ แต่ตอนนี้..." "ก็อาเห็นนาราเด็กมาตลอดนะ" "อาพัสปล่อยได้แล้วค่ะ น้าดุจดวงมาเห็นเดี๋ยวโดนดุ" "เมื่อก่อนไม่เห็นดุจดวงดุเลยนี่" "อาพัส...." นาราใช้แรงที่มีทั้งหมดสลัดตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขา เมื่อหลุดออกมาแล้วก็ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ หนูโตแล้วมันไม่เหมาะ" ดูเหมือนว่าพัสกรจะทำหน้ายียวนเสียด้วยซ้ำ เมื่อหลุดสายตาออกจากใบหน้าสวยของนาราก็พึ่งจับสังเกตได้ว่าชุดที่หลานใส่ ไม่ใช่ชุดที่เตรียมเข้านอน "แล้วนี่จะไปไหน แต่งตัวซะสวยเลย" "นารามีนัดกับเพื่อน" "อะไรกันวันนี้ก็พึ่งออกไปกับเพื่อนไม่ใช่หรือไง" "เพื่อนคนละคน งั้นนาราฝากอาบอกป๊าด้วยว่านาราออกไปข้างนอก ไม่กลับดึกแน่" พัสกรมองตามร่างของนาราที่เดินฉับ ๆ ออกไปเมื่อครู่ สายตาเขาส่อประกายขึ้นอย่างไม่ชอบใจเท่าไรนัก ไม่รู้ว่าพี่ชัยเลี้ยงลูกตามใจมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD