ไปอยู่ด้วยกันนะ(2)

1919 Words
มหาวิทยาลัย “อ้าวไอ้พาย วันนี้พี่เตไม่อยู่หรือยังไง เห็นไม่มาส่งมึงกับไอ้น้ำ” ภากรลูกพี่ลูกน้องของเตชิน ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระพายถามขึ้น เพราะแปลกใจที่วันนี้ไม่เห็นพี่ชายมาส่งเพื่อน เขากับพระพายเป็นเพื่อนกันมานานหลายปีแล้ว “ไม่หรอก… วันนี้พี่เตบอกว่ามีธุระสำคัญมาก… และก็ด่วนมากด้วยเลยมาส่งเราสองคนไม่ได้ ส่วนไอดินวันนี้ไม่มีเรียน” “พี่พาย น้ำไปเรียนก่อนนะเดี๋ยวสาย” “อื้ม… ไปเถิดคาบนี้พี่ว่าง พี่จะนั่งคุยกับไอ้กรมันน่ะ” พระพายหันไปพูดกับน้องชาย ต้นน้ำอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี เลยไม่ได้เรียนพร้อมกัน ทุกคนต่างเห็นกันจนชินตา ที่มักจะเห็นเตชินมาส่งน้องๆ ซึ่งเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ถึงจะเป็นแค่บุตรบุญธรรมก็เถอะ แต่ใครๆ ก็รู้ว่าสองคนนี้ถูกเลี้ยงดูเทียบเท่าบุตรชายแท้ๆ ซึ่งเป็นทายาทตระกูลเลยก็ว่าได้ พระพายกับต้นน้ำเลยอยู่อย่างสบาย ไม่มีใครกล้ามารังแกเขาทั้งคู่ เพราะอิทธิพลของนายใหญ่ตระกูลฤกษ์ดำรง ทุกคนที่รู้ต่างพากันอิจฉาสองคนนี้มาก แต่ถ้าพวกเขารู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของนายใหญ่ผู้นำตระกูล คงต้องกลับคำพูดอย่างรวดเร็ว “พาย… กูได้ยินมาว่าพี่เตกำลังจะบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศใช่ไหม” ภากรถามร่างเล็กของเพื่อน พระพายพยักหน้ารับอย่างเหงาๆ “ใช่ คราวนี้พวกกูคงเหงาแย่ ป๊าบอกว่าพี่เตจำเป็นต้องไปเรียนต่อที่นั่น เพื่อจะกลับมาทำงานที่บริษัทและรับช่วงต่อจากป๊า” “กูก็พอจะรู้มาบ้างว่าคุณลุงหวังในตัวพี่เตมาก พี่เตคงจะกดดันแย่เลยมึงว่าไหมพาย” “กูก็ว่างั้น” ในห้องเเลปแห่งหนึ่ง “ผลตอบรับ เป็นอย่างไรบ้าง ทิวา” รณภพนายใหญ่ประจำตระกูลฤกษ์ดำรงเอ่ยถามหลานชายขึ้นทันทีที่มาถึง แลปแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างไกลความเจริญ และห่างไกลจากผู้คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น แต่แท้จริงแล้ว จุดประสงค์ที่สร้างมันขึ้นมาที่นี่ เพียงเพราะต้องการหลีกหนีกฎหมายเท่านั้น ก็เคยทำเรื่องขอไปแล้วแต่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะสิ่งที่จะนำมาทดลองเป็นมนุษย์มันผิดกฎหมาย เลยต้องแอบตั้งแลปในที่ห่างไกลผู้คนเเบบนี้ “การทดลองในครั้งนี้… ได้ผล60%แล้วครับคุณลุง” ทิวา เป็นหลานชายอีกคนของรณภพ เขาเรียนจบมาด้านพันธุศาสตร์โดยตรง เลยถูกผู้เป็นลุงชักชวนให้มาร่วมงานด้วย แม้รู้ว่าแลปแห่งนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นมาอย่างถูกกฎหมายก็ตาม แต่สิ่งตอบแทนที่ลุงเขาเสนอมา มันทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง ไม่ใช่เขาจะขัดสนเงินทองอะไรหรอก แต่เงินทองใครบ้างจะไม่อยากได้ “แค่60%เองหรือ อีกนานเท่าไรกว่าผลทดลองประสบความสำเร็จ” “ผมไม่มั่นใจเลย เพราะตอนนี้เราทดลองกับสัตว์ หากต่อไปจะเปลี่ยนเอาคนมาทดลองแทน ผมไม่แน่ใจว่าร่างกายของมนุษย์ จะสามารถรับได้เหมือนกับลิงชิมฟินซีพวกนี้มากแค่ไหน” “แต่ลุงมั่นใจ เพราะคนกับลิงมันมีส่วนที่คล้ายกันมาก” รณภพพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ เพราะเขาเคยเอา DNA ระหว่างคนกับลิงชิมฟินซีมาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน ผลออกมาว่าระหว่างคนกับลิงมีส่วนที่คล้ายคลึงกันถึง90% แค่นี้เขาก็มั่นใจแล้วว่า ถ้าเกิดทดลองกับคน ผลที่ออกมาคงจะใกล้เคียงกับลิงชิมฟินซีเหล่านี้ ขอแค่ทดลองกับลิงพวกนี้สำเร็จ เขาก็จะหันมาทดลองกับคนทันที และทุกอย่างได้ถูกตระเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว คนที่จะมารับการปลูกฝังบางอย่างลงไปในร่างกาย ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก เป็นลูกบุญธรรมทั้งสองที่เขารับมาเลี้ยงดูอย่างดีนั่นเอง คนทั้งคู่เดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนถึงห้องทดลองอีกห้อง ที่ถูกแบ่งแยกเอาไว้ระหว่าง พวกลิงที่พร้อมจะเข้ารับการผ่าตัด เพื่อฝังอะไรบางอย่างลงไปในตัวพวกมัน และยังมีอีกพวก ที่เตรียมร่างกายสำหรับการทดลองครั้งต่อไป ส่วนที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้วก็จะถูกย้ายมาอีกโซน และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี “ทิวา หลานว่าถ้าเปลี่ยนจากลิงชิมฟินซีพวกนี้... มาเป็นคนแทน มันจะได้ผลสักกี่เปอร์เซ็น” “ผมว่าน่าจะถึงเก้าสิบนะครับคุณลุง ถ้าพันธุกรรมระหว่างสองสายพันธุ์ มันจะใกล้เคียงกันขนาดนี้” ทิวาตอบพลางกวาดสายตามองดูผลตรวจดีเอนเอ ระหว่างมนุษย์และลิงชิมฟินซีลิงไม่มีหาง พันธุกรรมของคนกับลิงพวกนี้ เขาจึงมั่นใจว่าคงเป็นไปในทางที่ดีขึ้น “แล้วคุณลุงหาคนที่ จะมาทำการทดลองได้แล้วหรือครับ” “ก็ลูกชายบุญธรรมทั้งคู่ของลุงอย่างไรล่ะ เราก็เคยเจอแล้วไม่ใช่เหรอ” ทิวาคิดไปถึงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ขาวๆ สองคนเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาอายุประมาณ18ปี ส่วนลูกบุญธรรมของลุงเขา ยังเด็กอยู่มาก และดูเหมือนเตชินจะหวงเอามากๆ เสียด้วย “แล้วเตชินมันจะยอมหรือครับคุณลุง ดูมันหวงน้องๆ ยิ่งกว่าอะไรดี” “นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ลุงหนักใจ ลุงไม่รู้จะบอกเตชินอย่างไร… หรือว่าจะไม่บอกดี” “บอกไปเถิดครับ ถ้ามารู้ทีหลังคงจะโกรธคุณลุงแย่เลย” “มันคงจะจริง เตชินกับเจ้าดินผูกพันกับพระพายและต้นน้ำเหมือนพี่น้องแท้ๆ ลุงตัดสินใจผิดจริงๆ ที่เลี้ยงพวกเขาให้เติบโตมาด้วยกันแบบนี้ ไม่อย่างนั้นอะไรๆ มันก็คงจะง่ายขึ้นกว่านี้” “แล้วทำไมคุณลุงไม่หาคนอื่นมาล่ะครับ มันน่าจะง่ายกว่านะครับ” “ลุงไม่ไว้ใจใคร หลานก็รู้นี่ว่าการทดลองของเรามันผิดกฎหมาย ยิ่งรู้น้อยยิ่งดี และอีกอย่าง พระพายกับต้นน้ำเป็นคนของเรา อะไรๆ ที่ว่ายากมันก็จะง่ายขึ้นถ้าหากมีอะไรผิดพลาด” “ผมเห็นด้วยครับ” “แต่ถึงอย่างไร สักวันเตชินก็ต้องรับช่วงต่อจากคุณลุง เขาควรจะรู้ทุกอย่าง” “ไว้ลุงจะค่อยๆ บอก… แต่หลังจากที่เจ้าเตมันเรียนจบกลับมาก่อน ว่างๆ ก็ไปเที่ยวบ้านลุงบ้างสิทิวา ไปทำความรู้จักกับน้องๆ เอาไว้บ้างก็ดี จะได้รู้ว่าควรจัดการกันอย่างไรต่อไป” “ไว้ผมว่างเมื่อไรผมจะไปนะครับ แต่เจ้าเตมันไม่กินหัวผมเอานะครับคุณลุง” “ไม่หรอกน่า… ” ผู้เป็นลุงตอบพร้อมยิ้มให้หลานชาย พลางหวนคิดไปถึงเตชิน หากเตชินรู้เข้าว่าเขาคิดจะทำอะไรกับพระพายและต้นน้ำ เตชินจะทำอย่างไร รณภพถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วเตชินเองก็รู้มาตลอด ว่าพ่อของเขากำลังทำอะไร แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ พระพายกับต้นน้ำคือเป้าหมายต่อไป เขาไม่รู้ว่าพ่อตัวเองวางแผนทุกอย่างเอาไว้มานานหลายปี เตชินรู้ว่าตัวเองจะต้องรับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อ เขาจึงต้องเรียนมาทางสาขาพันธุศาสตร์โดยตรง มันไม่เกินความสามารถเขาหรอก สมองระดับหัวกะทิอย่างเขา ที่IQพุ่งสูงกว่าคนรุ่นเดียวกันมาก ในขณะเดียวกันฝ่ายของเตชิน ที่ตอนนี้กำลังเดินเรื่องทำพาสปอร์ต เพราะเขาจะต้องย้ายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เหลือเวลาอีกแค่สองปีเขาก็จะเรียนจบ และกลับมาช่วยงานวิจัยของผู้เป็นพ่อ พระพายและน้องๆ รู้ดีว่าเตชินกำลังจะไปเรียนต่อ เลยมีอาการหงอยเหงาลงมาก สนามบิน “ไม่ไปไม่ได้เหรอครับพี่เต… พวกเราคงคิดถึงพี่แย่เลย” พระพายพูดกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ดวงตากลมโตแดงก่ำตั้งท่าจะร้องไห้ออกมาเต็มที สายตาคมกวาดมองไปทั่วใบหน้าใส ก่อนจะเลื่อนไปมองน้องอีกสองคน ซึ่งอาการไม่แตกต่างกันเลยจนเขาถอนใจออกมา “พี่ไปแค่สองปีเอง… ไม่นานนักหรอก… คิดถึงก็โทรหาพี่ได้ตลอดนะ” เตชินลูบกลุ่มผมนุ่มๆ ของน้องๆ ทุกคน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับผู้เป็นพ่อที่ยืนอยู่ใกล้ “ป๊าครับ ผมฝากน้องๆ ด้วยนะครับ”ผู้เป็นพ่อพยักหน้ารับ “ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้พ่อจะดูแลน้องๆ เอง” ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะหันมาเอ่ยลาอีกครั้ง เพราะได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว “พี่ไปแล้วนะ ป๊าจะคอยดูแลพวกเราเอง” “พี่ต้องขยันเรียนให้จบเร็วๆ นะ จะได้รีบกลับมาหาพวกเรา”เป็นเสียงของไอดินที่พูดกับพี่ชาย “ครับน้องชาย” “โชคดีนะครับ ขอให้พี่เดินทางโดยปลอดภัย”เป็นต้นน้ำที่พูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน “ขอบคุณนะต้นน้ำ เราก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ”ร่างเล็กจึงยิ้มรับ “ไปถึงก็โทรกลับมาด้วยนะ”เป็นพระพายที่พูดกับเตชินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ครับพ่อพาย… พวกเราพี่ไปแล้วนะดูแลตัวเองด้วย ป๊าผมไปนะครับ” เตชินพูดกับน้องๆ เสร็จก็หันมายกมือไหว้ลาผู้เป็นพ่อ จนได้รับรอยยิ้มจากผู้เป็นพ่อส่งมาแทนคำตอบ “ตั้งใจเรียนล่ะไอ้ลูกชาย แล้วก็ห้ามหนีกลับมาเด็ดขาด เข้าใจใช่ไหม” “ครับป๊า” ร่างสูงเดินจากไปโดยที่ไม่หันกลับมามอง กลัวจะทำใจทิ้งคนทั้งหมดไปไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา พวกเขาไม่เคยต้องแยกจากกันเหมือนกับครั้งนี้เลย อาการเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างกันกับน้องๆ พวกน้องๆ ทั้งสามต่างก็จ้องมองพี่ชาย ที่ค่อยๆ เดินไปข้างหน้าจนลับสายตา อีกตั้งสองปีกว่าจะได้กลับมาเจอกัน แน่นอนว่าพวกเขาคงคิดถึงกันแย่ “ก็แค่สองปีเอง… เผลอแป๊ปเดียวพี่เตชินก็กลับมาแล้ว ไป กลับบ้านเรากัน” ผู้เป็นพ่อเอ่ยปลอบพวกเด็กๆ ที่พากันมองหลังพี่ชายจนลับสายตา ดวงตาของแต่ละคน เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ อยู่เต็มปริ่มจนใกล้จะร่วงลงมาเต็มที ก็แค่สองปีเอง แค่สองปีที่คนฝั่งนี้รออย่างใจจดใจจ่อ เพราะความคิดถึง แต่เป็นสองปีที่ร่างเล็กของพระพายกับต้นน้ำ ไม่ได้รับรู้ถึงชะตากรรมของตัวเองเลยว่า หากเมื่อไรที่พี่ชายตนเรียนจบกลับมา ความเลวร้าย ก็จะเริ่มขึ้นกับพวกเขาสองคนพี่น้องทันทีเช่นกัน ..........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD