INTRO
เคยมีคนบอกไว้ว่าถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ แต่เมื่อเธออยากได้เกียร์จากเสือล่ะ เธอต้องทำยังไงดี?
“อันปัน” อัญชญา อนันตาพงศ์ นักศึกษาปี 1 สาวสวยว่าที่ดาวคณะนิเทศศาสตร์ กำลังยืนก้มหน้านิ่งอยู่ต่อหน้า “ทิศเหนือ” อินทัช เตโชวาธิน นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ยานยนต์ ฉายา “เสือวิศวะ”
บรรยากาศโดยรอบดูอึมครึม เพราะนอกจากเธอกับเขาแล้ว มุมตึกตรงนี้ก็ไม่มีใครคนอื่นเดินผ่านไปมา กระทั่งเวลาผ่านไปเพียงอึดใจแต่คนตัวเล็กกลับรู้สึกเหมือนเนิ่นนานหลานนาที เธอเอาแต่ก้มหน้างุด บีบมือตัวเองเข้าหากันอย่างประหม่า
ส่วนเขา... ได้แต่ก้มมองคนร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย
“มีอะไรก็รีบพูด ฉันมีเวลาไม่มาก”
น้ำเสียงติดเย็นชาเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเอาแต่เงียบ และเขาเองก็เริ่มหงุดหงิดเพราะใกล้ได้เวลาไปแข่งรถเต็มที
“น่ารำคาญ ถ้าไม่พูดก็หลบไป เสียเวลา”
ร่างสูงตวัดสายตามองนาฬิกาข้อมืออย่างหงุดหงิด จนคนฟังหน้าเสียทำตัวไม่ถูก เธอเชื่อแล้วว่า ‘รุ่นพี่ทิศเหนือ’ เป็นอย่างที่ใครต่อใครร่ำลือกันไม่มีผิด นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นเสือยิ้มยาก ปากเขาก็ร้ายกาจไม่เบา ยิ่งสีหน้าของเขาในตอนนี้ บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังอารมณ์เสียถึงขั้นสุด
ซึ่งจะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไง
ในเมื่อยัยเด็กหน้าตาสวยจิ้มลิ้มที่ยืนอยู่หน้าตรงนี้ เพิ่งจะตะโกนด่าเขาฉอดๆ ไปเมื่อวันก่อน!
เขาจำเธอได้ดี...
แต่ยัยนี่สมองปลาทองหรือไง ทั้งที่ตัวเองเพิ่งด่าเขาชนิดไม่เผาผี แต่วันนี้กลับมาดักรอขอคุยด้วย แถมยังทำหน้าซื่อตาใสใส่
ผีเข้าหรือไงก่อน?
“สรุปว่าจะไม่พูด?”
“พะ...พูดแล้วค่ะ”
คนตัวโตเอียงคอจ้องหน้า สร้างความกดดันให้นักศึกษารุ่นน้องที่หน้าเจื่อนอยู่แล้วต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ต่อเมื่อได้ยินเสียงเขาพ่นลมหายใจออกมาคล้ายกับเอือมระอาเต็มทน เสียงหวานจึงละล่ำละลักโพล่งออกไป
“คะ...คือว่า นะ...หนูมาขอเกียร์พี่ค่ะ”
“หืม... เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?” เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างไม่เชื่อหู
ก็นะ จะให้เขาเชื่อลงได้ยังไง ยัยเด็กนี่กล้ามาขอเกียร์เขากันโต้งๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทั้งที่ใครๆ ก็รู้ว่าเกียร์วิศวะเขามีไว้ให้ ‘คนสำคัญ’ เท่านั้น
แต่ยัยเด็กนี่กล้าขอ?
เออว่ะ... แปลกดี เขาก็เพิ่งเคยเห็นผู้หญิงหน้าตาสวย แต่นิสัยประหลาดขนาดนี้
“ดะ...ได้ไหมคะ?” เสียงหวานพูดแผ่ว แฝงไปด้วยความลังเลและประหม่า ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนแหวใส่เขาเมื่อวันก่อนเลยสักนิด
“เธอเนี่ยนะ? อยากได้เกียร์ฉัน?”
“ชะ...ใช่ค่ะ”
ร่างเล็กรีบเงยหน้าขึ้นตอบ ก่อนจะปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องจับผิดอยู่ นัยน์ตากลมใสชะงักไปเล็กน้อยแล้วรีบหลบสายตามองพื้นตามเดิม
“หึ นี่เธอไม่รู้เหรอ ว่าเกียร์มันสำคัญยังไง”
“ระ...รู้ค่ะ” แต่มันก็สำคัญกับหนูมากเหมือนกัน! ประโยคหลังเธอแค่คิดไว้ในใจแต่ไม่ได้พูดมันออกมา
“แล้วรู้ไหม ว่าการที่ผู้หญิงมาขอเกียร์ผู้ชาย... มันหมายความว่ายังไง?”
อันปันกลืนน้ำลายอึกอึกลงคอ จะให้เธอตอบยังไงดีล่ะ ในหัวไม่ได้เตรียมคำตอบนี้เอาไว้เลย รู้แค่วันนี้ยังไงเธอก็ต้องเอาเกียร์จากผู้ชายตรงหน้าไปให้ได้! เพราะถ้าเธอไม่ได้ คนอื่นก็คงเอาไปกินอยู่ดี
ส่วนสาเหตุที่เธอต้องบากหน้ามาหาผู้ชายที่เธอเพิ่งด่าเขาไว้ว่า ‘ผู้ชายแบบเขา ชาตินี้คงหาเมียไม่ได้แน่’ ก็เพราะเธอหน้าเงิน... เอ๊ย! อยากได้เงินรางวัลต่างหาก
‘ใครได้เกียร์จากพี่ทิศเหนือ คณะวิศวะ ปี 4 เป็นคนแรก จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท’
ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ แค่ได้เกียร์จากผู้ชายตรงหน้า เธอก็จะได้เงินตั้งห้าหมื่นไปโปะหนี้ญาติผู้ใหญ่ที่ยืมมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งมันกำลังจะครบกำหนดคืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว
เธอไม่มีทางเลือกอื่น และนี่คือเหตุผลเดียวที่คุ้มค่าพอให้เธอลองเสี่ยงตายดูสักตั้ง!
“ว่าไง?” เสียงทุ้มกดต่ำกึ่งตะคอก จนอันปันสะดุ้งโหยง
เธอช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าอีกรอบ จนเผลอทำหน้าเหวอไปชั่วขณะ เพราะในจังหวะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนัก ใบหน้าพระเจ้าสร้างกับดวงตาคู่คมของเขา ก็รบกวนโสตประสาทเธอเหลือเกิน
เอาไงดีวะ อันปัน... คิดสิคิด!
“ว่าไง!”
“อ่า คะ...คือหนูชอบพี่ค่ะ! แอบชอบมานานแล้วด้วย ระ...เรามาเป็นแฟนกันไหมคะ!”
แล้วริมฝีปากเล็กก็เผลอโพล่งอะไรออกไปไม่รู้ตัว! ~ _~ !
คงแพ้เสียงในหัวละมั้ง ก็เขาดันหล่อสมคำร่ำลือจริงๆ แต่วินาทีนี้เธออยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดที่พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกไป
ชอบกับผีสิ! เจอกันครั้งก่อนยังด่าเขาฉอดๆ ตอนนี้มาสารภาพรัก เขาคงจะเชื่อหรอก!
ว่าแต่... ตอนนี้เธอจะเอาหัวโหม่งกำแพงตรงไหนได้ ในเมื่อตรงหน้ามีแค่แผงอกแกร่งๆ ภายใต้เสื้อช็อปที่ตั้งตระหง่านราวกับกำแพงเมืองจีน หรือเธอควรจะแกล้งโขกหัวใส่อกเขาแล้วเป็นลมหนีอายไปเลยดีไหมนะ...
จังหวะที่อันปันกำลังตบตีกับเสียงในหัวตัวเองอยู่นั้น
“เหอะ” เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้น ทิศเหนือดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
อันปันได้แต่ก้มหน้ากัดริมฝีปากตัวเอง ในหัวมีแต่คำว่า ‘ฉิบหายแล้ว พูดอะไรออกไปวะนั่น’ หรือเขาอาจจะเขินที่โดนสารภาพรักซึ่งๆ หน้า?
ใช่... เธอกำลังหลอกตัวเองแบบนั้น
แต่สำหรับ ทิศเหนือ มันไม่ใช่ ที่เขาเบือนหน้าหนี เป็นเพราะเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิด
ใครเชื่อก็บ้า
แต่เขาไม่เชื่อ!
“ไม่... ฉันไม่ได้สนใจเธอขนาดนั้น”
น้ำเสียงเย็นยะเยือกตอกกลับไร้เยื่อใย ทำเอาคนตัวเล็กต้องกลืนน้ำลายลงคออีกอึกใหญ่ รับรู้ได้ถึงรัศมีความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย
ใบหน้าหวานค่อยๆ เงยขึ้นช้าๆ สบเข้ากับดวงตาคมดุอีกครั้ง
“ละ...แล้วถ้าหนูอยากได้เกียร์พี่ หนูต้องทำยังไงคะ?”
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ ช้อนตามองเขากลับด้วยความใสซื่อ
“อืม... ต้องทำยังไงงั้นเหรอ?”
ร่างสูงก้าวประชิดตัวจนร่างเล็กต้องผงะถอย สายตาคมกริบหรี่ลงไล่มองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกวาดสายตาประเมินลงมาตามลำคอระหง เนินอกอิ่มในชุดนักศึกษารัดรูป เอวคอดกิ่ว และกระโปรงสอบสั้นแค่คืบที่ผ่าหน้าจนเห็นเรียวขาขาวเนียน แล้วตวัดสายตากลับขึ้นมามองสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนตัวแข็งทื่ออีกครั้ง
หุ่นน่า…xxx
“งั้น... เธอคิดว่าตัวเองมีอะไรมาแลกล่ะ?” มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ
“คะ?”
“เพราะถ้าเธอกล้าแลก... ฉันก็กล้าให้”