INTRO

1295 Words
INTRO เคยมีคนบอกไว้ว่าถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ แต่เมื่อเธออยากได้เกียร์จากเสือล่ะ เธอต้องทำยังไงดี? “อันปัน” อัญชญา อนันตาพงศ์ นักศึกษาปี 1 สาวสวยว่าที่ดาวคณะนิเทศศาสตร์ กำลังยืนก้มหน้านิ่งอยู่ต่อหน้า “ทิศเหนือ” อินทัช เตโชวาธิน นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ยานยนต์ ฉายา “เสือวิศวะ” บรรยากาศโดยรอบดูอึมครึม เพราะนอกจากเธอกับเขาแล้ว มุมตึกตรงนี้ก็ไม่มีใครคนอื่นเดินผ่านไปมา กระทั่งเวลาผ่านไปเพียงอึดใจแต่คนตัวเล็กกลับรู้สึกเหมือนเนิ่นนานหลานนาที เธอเอาแต่ก้มหน้างุด บีบมือตัวเองเข้าหากันอย่างประหม่า ส่วนเขา... ได้แต่ก้มมองคนร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย “มีอะไรก็รีบพูด ฉันมีเวลาไม่มาก” น้ำเสียงติดเย็นชาเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเอาแต่เงียบ และเขาเองก็เริ่มหงุดหงิดเพราะใกล้ได้เวลาไปแข่งรถเต็มที “น่ารำคาญ ถ้าไม่พูดก็หลบไป เสียเวลา” ร่างสูงตวัดสายตามองนาฬิกาข้อมืออย่างหงุดหงิด จนคนฟังหน้าเสียทำตัวไม่ถูก เธอเชื่อแล้วว่า ‘รุ่นพี่ทิศเหนือ’ เป็นอย่างที่ใครต่อใครร่ำลือกันไม่มีผิด นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นเสือยิ้มยาก ปากเขาก็ร้ายกาจไม่เบา ยิ่งสีหน้าของเขาในตอนนี้ บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังอารมณ์เสียถึงขั้นสุด ซึ่งจะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไง ในเมื่อยัยเด็กหน้าตาสวยจิ้มลิ้มที่ยืนอยู่หน้าตรงนี้ เพิ่งจะตะโกนด่าเขาฉอดๆ ไปเมื่อวันก่อน! เขาจำเธอได้ดี... แต่ยัยนี่สมองปลาทองหรือไง ทั้งที่ตัวเองเพิ่งด่าเขาชนิดไม่เผาผี แต่วันนี้กลับมาดักรอขอคุยด้วย แถมยังทำหน้าซื่อตาใสใส่ ผีเข้าหรือไงก่อน? “สรุปว่าจะไม่พูด?” “พะ...พูดแล้วค่ะ” คนตัวโตเอียงคอจ้องหน้า สร้างความกดดันให้นักศึกษารุ่นน้องที่หน้าเจื่อนอยู่แล้วต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ต่อเมื่อได้ยินเสียงเขาพ่นลมหายใจออกมาคล้ายกับเอือมระอาเต็มทน เสียงหวานจึงละล่ำละลักโพล่งออกไป “คะ...คือว่า นะ...หนูมาขอเกียร์พี่ค่ะ” “หืม... เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?” เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างไม่เชื่อหู ก็นะ จะให้เขาเชื่อลงได้ยังไง ยัยเด็กนี่กล้ามาขอเกียร์เขากันโต้งๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทั้งที่ใครๆ ก็รู้ว่าเกียร์วิศวะเขามีไว้ให้ ‘คนสำคัญ’ เท่านั้น แต่ยัยเด็กนี่กล้าขอ? เออว่ะ... แปลกดี เขาก็เพิ่งเคยเห็นผู้หญิงหน้าตาสวย แต่นิสัยประหลาดขนาดนี้ “ดะ...ได้ไหมคะ?” เสียงหวานพูดแผ่ว แฝงไปด้วยความลังเลและประหม่า ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนแหวใส่เขาเมื่อวันก่อนเลยสักนิด “เธอเนี่ยนะ? อยากได้เกียร์ฉัน?” “ชะ...ใช่ค่ะ” ร่างเล็กรีบเงยหน้าขึ้นตอบ ก่อนจะปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องจับผิดอยู่ นัยน์ตากลมใสชะงักไปเล็กน้อยแล้วรีบหลบสายตามองพื้นตามเดิม “หึ นี่เธอไม่รู้เหรอ ว่าเกียร์มันสำคัญยังไง” “ระ...รู้ค่ะ” แต่มันก็สำคัญกับหนูมากเหมือนกัน! ประโยคหลังเธอแค่คิดไว้ในใจแต่ไม่ได้พูดมันออกมา “แล้วรู้ไหม ว่าการที่ผู้หญิงมาขอเกียร์ผู้ชาย... มันหมายความว่ายังไง?” อันปันกลืนน้ำลายอึกอึกลงคอ จะให้เธอตอบยังไงดีล่ะ ในหัวไม่ได้เตรียมคำตอบนี้เอาไว้เลย รู้แค่วันนี้ยังไงเธอก็ต้องเอาเกียร์จากผู้ชายตรงหน้าไปให้ได้! เพราะถ้าเธอไม่ได้ คนอื่นก็คงเอาไปกินอยู่ดี ส่วนสาเหตุที่เธอต้องบากหน้ามาหาผู้ชายที่เธอเพิ่งด่าเขาไว้ว่า ‘ผู้ชายแบบเขา ชาตินี้คงหาเมียไม่ได้แน่’ ก็เพราะเธอหน้าเงิน... เอ๊ย! อยากได้เงินรางวัลต่างหาก ‘ใครได้เกียร์จากพี่ทิศเหนือ คณะวิศวะ ปี 4 เป็นคนแรก จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท’ ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ แค่ได้เกียร์จากผู้ชายตรงหน้า เธอก็จะได้เงินตั้งห้าหมื่นไปโปะหนี้ญาติผู้ใหญ่ที่ยืมมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งมันกำลังจะครบกำหนดคืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว เธอไม่มีทางเลือกอื่น และนี่คือเหตุผลเดียวที่คุ้มค่าพอให้เธอลองเสี่ยงตายดูสักตั้ง! “ว่าไง?” เสียงทุ้มกดต่ำกึ่งตะคอก จนอันปันสะดุ้งโหยง เธอช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าอีกรอบ จนเผลอทำหน้าเหวอไปชั่วขณะ เพราะในจังหวะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนัก ใบหน้าพระเจ้าสร้างกับดวงตาคู่คมของเขา ก็รบกวนโสตประสาทเธอเหลือเกิน เอาไงดีวะ อันปัน... คิดสิคิด! “ว่าไง!” “อ่า คะ...คือหนูชอบพี่ค่ะ! แอบชอบมานานแล้วด้วย ระ...เรามาเป็นแฟนกันไหมคะ!” แล้วริมฝีปากเล็กก็เผลอโพล่งอะไรออกไปไม่รู้ตัว! ~ _~ ! คงแพ้เสียงในหัวละมั้ง ก็เขาดันหล่อสมคำร่ำลือจริงๆ แต่วินาทีนี้เธออยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดที่พูดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกไป ชอบกับผีสิ! เจอกันครั้งก่อนยังด่าเขาฉอดๆ ตอนนี้มาสารภาพรัก เขาคงจะเชื่อหรอก! ว่าแต่... ตอนนี้เธอจะเอาหัวโหม่งกำแพงตรงไหนได้ ในเมื่อตรงหน้ามีแค่แผงอกแกร่งๆ ภายใต้เสื้อช็อปที่ตั้งตระหง่านราวกับกำแพงเมืองจีน หรือเธอควรจะแกล้งโขกหัวใส่อกเขาแล้วเป็นลมหนีอายไปเลยดีไหมนะ... จังหวะที่อันปันกำลังตบตีกับเสียงในหัวตัวเองอยู่นั้น “เหอะ” เสียงแค่นหัวเราะในลำคอดังขึ้น ทิศเหนือดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น อันปันได้แต่ก้มหน้ากัดริมฝีปากตัวเอง ในหัวมีแต่คำว่า ‘ฉิบหายแล้ว พูดอะไรออกไปวะนั่น’ หรือเขาอาจจะเขินที่โดนสารภาพรักซึ่งๆ หน้า? ใช่... เธอกำลังหลอกตัวเองแบบนั้น แต่สำหรับ ทิศเหนือ มันไม่ใช่ ที่เขาเบือนหน้าหนี เป็นเพราะเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิด ใครเชื่อก็บ้า แต่เขาไม่เชื่อ! “ไม่... ฉันไม่ได้สนใจเธอขนาดนั้น” น้ำเสียงเย็นยะเยือกตอกกลับไร้เยื่อใย ทำเอาคนตัวเล็กต้องกลืนน้ำลายลงคออีกอึกใหญ่ รับรู้ได้ถึงรัศมีความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย ใบหน้าหวานค่อยๆ เงยขึ้นช้าๆ สบเข้ากับดวงตาคมดุอีกครั้ง “ละ...แล้วถ้าหนูอยากได้เกียร์พี่ หนูต้องทำยังไงคะ?” ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ ช้อนตามองเขากลับด้วยความใสซื่อ “อืม... ต้องทำยังไงงั้นเหรอ?” ร่างสูงก้าวประชิดตัวจนร่างเล็กต้องผงะถอย สายตาคมกริบหรี่ลงไล่มองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกวาดสายตาประเมินลงมาตามลำคอระหง เนินอกอิ่มในชุดนักศึกษารัดรูป เอวคอดกิ่ว และกระโปรงสอบสั้นแค่คืบที่ผ่าหน้าจนเห็นเรียวขาขาวเนียน แล้วตวัดสายตากลับขึ้นมามองสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนตัวแข็งทื่ออีกครั้ง หุ่นน่า…xxx “งั้น... เธอคิดว่าตัวเองมีอะไรมาแลกล่ะ?” มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ “คะ?” “เพราะถ้าเธอกล้าแลก... ฉันก็กล้าให้”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD